
กลุ่มสารเคมี ในการทำสงคราม ระดับร้ายแรง
- MY Kismet
- 25 views

กลุ่มสารเคมี ในการทำสงคราม ระดับร้ายแรง จัดได้ว่าเป็นการ นำสารเคมี ที่มีพิษต่อร่างกาย มาเข้าร่วมการทำสงคราม เพื่อการแย่งชิงอำนาจ และเขตแดน สิ่งเหล่านี้ถือเป็น ยุทธวิธีของกองทัพ รูปแบบใหม่ ที่เน้นการใช้ ปฏิกิริยาทางเคมี เพื่อการทำลายกองทัพ ของกลุ่มศัตรู เราจะมานำเสนอเรื่องนี้กัน
สำหรับกลุ่มเคมี จัดว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของกลุ่มสาระ การเรียนรู้ในแขนง วิทยาศาสตร์ และถูกยอมรับว่า ภาควิชาเคมีเป็นวิชาหลัก ของการศึกษา ในส่วนของเคมี เรื่องนี้ถูกยอมรับกันมา ตั้งแต่ยุคแรกๆ ของการค้นพบ วิทยาศาสตร์แล้ว โดยความพิเศษ ของภาควิชาเคมีคือ การศึกษาเรื่องของสสาร ในระดับโมเลกุล
เป็นเหมือนการหาโครงสร้าง แต่ในช่วงศตวรรษที่ 4 วิชาเคมีถูกจัดว่าเป็น ส่วนหนึ่งของ คณิตศาสตร์เพราะ รูปแบบการหาค่า หรือการคำนวณ มีสัดส่วนที่คล้ายกัน จนเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 วิชาเคมีเริ่มมีชื่อเสียง และเป็นเหมือนความหวัง ของมนุษยชาติ ในเรื่องการพัฒนา (26 ธันวาคม 2025) [1]
เป็นการพัฒนาสสาร ที่ไม่มีขอบเขต และไม่มีเส้นแบ่ง ขีดจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนผ่าน การพัฒนาทางเคมี กลับกลายเป็นเรื่องที่ ใครหลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัย เพราะมลพิษที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งสารเคมีบางชนิด ยังสร้างผลกระทบ ต่อการใช้ชีวิต อีกทั้งยังมีการใช้ สารเคมีเพื่อเป็น กองกำลังทำสงครามอีก
เป็นเรื่องที่ย้อนกลับไป เมื่อช่วง ค.ศ. 1914–1918 ในการทำสงครามโลก ครั้งที่ 1 เมื่อปีนั้นเกิดเหตุการณ์มากมาย และสาเหตุหลัก ของการเกิดสงคราม คือเรื่องของผลประโยชน์ ทางด้านอาณานิคม ระบบเศรษฐกิจ และความไม่เข้าใจกัน ในเรื่องของอุดมการณ์ ทางการเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้ เกิดสงครามครั้งนั้นขึ้น
แต่การทำสงคราม ในครั้งนั้นถือเป็น ครั้งในประวัติศาสตร์ ที่ทำให้เกิดสงครามเคมีขึ้น และเป็นครั้งแรก ที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ นักเคมี และกลุ่มวิทยาศาสตร์อื่นๆ ได้เข้าร่วมสงคราม ในฐานะผู้คิดค้น และพัฒนาสารเคมี ที่มีพิษร้ายแรง เพื่อใช้ในการทำสงคราม ระหว่างเยอรมัน และฝรั่งเศส (25 มิถุนายน 2007) [2]
โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้น ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ ที่ทำลายภาพลักษณ์ การทำสงครามรูปแบบเดิม ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมีจำนวน ผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน ภายในเวลาไม่กี่นาที จากการปล่อยสารพิษ อีกทั้งสิ่งนี้ยังเปลี่ยน อุดมการณ์พัฒนากองทัพ ให้มีความทันสมัยขึ้น และมีความรุนแรง เพิ่มขึ้นอีก
1. การใช้สารเคมี ที่มีผลกระทบกับร่างกาย ถือเป็นเรื่องที่ ขัดต่อหลักมนุษยธรรม แบบรุนแรง
2. ปริมาณการใช้งาน ของสารเคมี ไม่สามารถกำหนดขอบเขตได้
3. ผู้บริสุทธิ์หลายคน ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ถูกมองว่าผิด
4. พื้นที่ที่ได้รับ สารเคมีร้ายแรงเหล่านี้ ต้องใช้ระยะเวลานาน ในการฟื้นฟู อีกทั้งต้องเงิน จำนวนมาก
5. บางประเทศได้มีการ ลงนามในสนธิสัญญา เกี่ยวกับการห้ามใช้อาวุธเคมี หากมีการใช้งาน จะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ ผิดกฎหมาย ระหว่างประเทศที่เข้าร่วม
6. อาวุธเคมีหลายชนิด มีการควบคุม และการผลิตที่จำกัด สิ่งนี้เป็นเหมือน การลักลอบกระทำความผิด
7. เมื่อมีการเริ่มใช้อาวุธเคมี สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็น แรงกระตุ้นให้กับ กลุ่มประเทศอื่นได้

ทุกเหตุการณ์ที่หยิบ ขึ้นมานำเสนอนี้ คือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยจะใช้เป็นปีคริสต์ศักราช
ที่มา: Know Your World War I Chemical Weapons (10 เมษายน 1918) [3]
เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เมื่อประเทศมหาอำนาจ อย่างสหรัฐได้มีการ ออกมาทำลาย อาวุธเคมีตาม สนธิสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในการลงนาม ในสนธิสัญญา การห้ามใช้อาวุธเคมี มีจำนวนประเทศ ที่เข้าร่วมมากกว่า 200 ประเทศ และในตอนนี้ ประเทศจีนได้กลายเป็น ประเทศสุดท้าย ที่รอการทำลาย
หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดนี้คลิก npr
บทส่งท้าย กลุ่มสารเคมี ในการทำสงคราม บอกได้เลยว่า เป็นการปฏิวัติ กองทัพครั้งใหญ่ เริ่มขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นการใช้สารเคมีอันตราย เข้าร่วมการทำสงคราม สิ่งเหล่านี้ทำให้ มีการร่างสนธิสัญญา เพื่อหาข้อยุติ ความร้ายแรงเหล่านี้ และในตอนนี้ หลายประเทศมีการ ทำลายอาวุธเหล่านั้นแล้ว
หากเป็นการทำสงคราม เพื่อหาข้อยุติ และต้องการชัยชนะ การใช้สารเคมี ถือเป็นกลยุทธ์ของกองทัพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี สำหรับกองทัพเท่านั้น แต่หากมองเป็นเรื่องของ จริยธรรม และหลักความเป็นมนุษย์ การใช้อาวุธเคมี ยังถือได้ว่า มีความร้ายแรงเกินไป และยังเป็นเรื่องที่ ไม่สามารถควบคุมได้
เพราะอาวุธเคมีเหล่านี้ สามารถสร้างผลกระทบ แบบวงกว้างได้ อีกทั้งยังทำให้ กองกำลังฝั่งศัตรู เกิดความหวาดกลัวได้ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อได้เปรียบ ในเรื่องการทำสงคราม หลายประเทศจึงมีการ พัฒนาสารเคมี เพื่อใช้เป็นอาวุธลับ ในการทำสงคราม

