การฝึกซ้อม กีฬาว่ายน้ำ เจ้าแห่งความไวใต้สระ

การฝึกซ้อม กีฬาว่ายน้ำ

การฝึกซ้อม กีฬาว่ายน้ำ เจ้าแห่งความไวใต้สระ เป็นกีฬาที่มีมายาวนาน และเป็นการแข่งขัน ที่ต้องใช้ทักษะ และการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะเอาชนะ ขีดจำกัดของตัวเอง เพื่อที่จะได้รับ ชัยชนะในการแข่งขัน มีผู้คนสนใจทั่วโลก และเป็นกีฬา ที่น่าจับตามอง ในอนาคตอาจจะ เป็นกีฬาที่สำคัญ ระดับโลกได้

  • ต้นกำเนิดกีฬาว่ายน้ำ
  • ความสำคัญของกรรมการการแข่งขัน
  • ความสำคัญของการฝึกซ้อม

จุดเริ่มต้น กีฬาว่ายน้ำในอดีตถึงปัจจุบัน

กีฬาว่ายน้ำ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และได้มีการพัฒนา รูปแบบและวิธีการแข่งขัน ขึ้นมาใหม่ และใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยพบหลักฐาน การจดบันทึกท่าว่ายน้ำของ “ราล์ฟ โทมัส” โดยมีการตั้งชื่อ ให้สำหรับท่าที่ใช้ว่ายน้ำ โดยตั้งชื่อว่า “ฮิวแมน สโตร์ก” เป็นท่าพื้นฐาน ที่มนุษย์ในสมัยโบราณ ใช้ในการว่ายน้ำ

โดยการแข่งขัน การว่ายน้ำที่ได้จัดการแข่ง เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2416 การแข่งขันนี้ ได้ถูกจัดขึ้นที่ ประเทศอังกฤษ และเป็นการแข่งขัน แบบการใช้ท่าเดียว คือท่าฟรีสไตล์ ไม่มีการจำกัดท่า ที่ใช้ในการแข่งขัน และผู้เข้าแข่งขัน สามารถจะเลือกท่า ที่ใช้ในการแข่งได้ โดยชัยชนะเป็นของ “เจ อาเฮอร์ รัดเจน”

เมื่อยุคสมัยเริ่มเติบโต การแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ เริ่มเป็นที่นิยม เพิ่มมากยิ่งขึ้น และเพิ่มขึ้นอีกเมื่อ พลเรือเอก “Mathew Webb” ได้โชว์ว่ายน้ำ ผ่านเนินเขาช่องแคบเมื่อปี พ.ศ. 2418 เขาใช้เวลาในการว่าย 21 ชม. 45 น. และเป็นการว่ายน้ำ โดยการใช้ท่ากบ และหลังจากนั้น ได้มีผู้คนเริ่ม การว่ายน้ำที่ยาวนี้ อีกจำนวนมาก

ที่มา: กีฬาว่ายน้ำ [1]

ผู้ชี้ชะตาผลการแข่งขัน ที่ไม่ใช่นักกีฬา

ภายในการแข่งขัน นอกจากนักกีฬาแล้ว ยังต้องมีคนที่ คอยจับเวลา และคอยดูตัดสิน ผลแพ้ชนะอยู่ ซึ่งการแข่งขันว่ายน้ำนี้ จะมีผู้ชี้ชะตาทั้งหมด 10 ตำแหน่ง ได้แก่

1. ผู้ตัดสินชี้ขาด: จะเป็นผู้ที่ มีอำนาจสูงที่สุด ในการตัดสินผลแพ้ชนะ

2. กรรมการปล่อยตัว: รองลงมาจาก ผู้ตัดสินชี้ขาด โดยจะคอยปล่อยตัว นักกีฬาเข้าสู่สนาม

3. หัวหน้าการกลับตัว: เป็นผู้ที่คอยสังเกต เหล่ากรรมการ ที่ทำหน้าที่ดูการกลับตัว

4. กรรมการกลับตัว: เมื่อการแข่ง เข้าสู่ระยะ 5 เมตร ก่อนกลับตัว กรรมการตรงนี้ จะเป็นฝ่ายเตือน

5. กรรมการเช็คฟาวล์: จะคอยเช็ค ระหว่างการแข่งขัน ว่ามีนักกีฬาคนไหน ที่ทำฟาวล์ระหว่างการแข่ง

6. หัวหน้าจับเวลา: เป็นคนรวบรวมข้อมูล จากกรรมการจับเวลา และเป็นคนเช็ค ความถูกต้องในเรื่องเวลา

7. กรรมการจับเวลา: ทำหน้าที่จับเวลาในการแข่ง ของผู้แข่งขันแต่ละคน และต้องกดจับเวลา เมื่อเริ่มแข่งเท่านั้น

8. หัวหน้าคุมเส้นชัย: เป็นผู้ควบคุม กรรมการเส้นชัย และเป็นผู้ที่คอย รวบรวมคะแนน ไปให้ผู้ตัดสินชี้ขาด

9. กรรมการเส้นชัย: ทำหน้าที่คอยกดปุ่ม เมื่อนักกีฬาคนนั้น แตะที่เส้นขอบเส้นชัยแล้ว

10. คนควบคุมการแข่ง: ทำหน้าที่ ในการตรวจสอบการแข่งขัน ให้เป็นไปอย่างยุติธรรม

ท่าบังคับในการแข่ง และกฎกติกา

สำหรับการแข่งขัน ในกีฬาว่ายน้ำ ประเภทต่างๆ จะมีการบังคับ การใช้ท่าในการแข่ง โดยการแข่งขัน ในปัจจุบันนั้น มีท่าบังคับอยู่ 4 ท่า คือท่าฟรีสไตล์ ,ท่าผีเสื้อ ,ท่ากบ และท่ากรรเชียง เป็นท่าบังคับพื้นฐาน ในการแข่งขัน ท่าฟรีสไตล์ จะมีความแตกต่างคือ เลือกท่าว่ายได้เอง แต่ต้องไม่ใช่อีก 3 ท่าที่มีการบังคับ

โดยการแข่งขัน จะมีกติกาการตั้ง ระยะทางการว่าย ก่อนการแข่งขัน จะมีทั้งการว่าย 50 เมตร 100 เมตร 400 เมตร 800 เมตร แล้วแต่ประเภทการแข่ง หากใครเข้าเส้นชัยก่อน จะเป็นฝ่ายชนะ โดยการเริ่มการแข่ง จะได้ยินเสียงนกหวีด ที่จะเป่ายาว เป็นการเตือน ให้นักกีฬาเข้าเตรียมตัว

เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น นักกีฬาต้องเตรียมตัว และไปยืนบนแท่นกระโดด และเมื่อกรรมการพูดว่า “เข้าที่” นักกีฬาจะอยู่ในท่าเตรียม โดยท่าเตรียมนั้น แล้วแต่ท่าบังคับในการแข่ง เมื่อเข้าที่เรียบร้อย จะเป็นเสียงออด หรือเสียงนกหวีดเป่า เป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน นักกีฬาจะต้องออกตัว และเริ่มการว่ายน้ำ

ที่มา: ประวัติกีฬาว่ายน้ำ พร้อมกติกากีฬาว่ายน้ำ [2]

การฝึกซ้อม กีฬาว่ายน้ำ ทำไมต้องซ้อมนาน

การฝึกซ้อม กีฬาว่ายน้ำ

เป็นที่รู้กันดีว่า การฝึกการว่ายน้ำ ไม่สามารถฝึกฝน อยู่บนบกได้ เหมือนกีฬาทางบก ประเภทอื่นๆ แต่ต้องมีการฝึกฝน ทางน้ำเท่านั้น เมื่อมีการฝึกท่าน้ำ เราจะได้ฝึกเรื่องของ การใช้ระบบประสาท และเป็นการฝึกกล้ามเนื้อ เรื่องการทรงตัวในน้ำ และต้องมีการฝึก วิธีหายใจให้เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตราย

การว่ายน้ำนั้น มีวิธีการที่ซับซ้อน จึงต้องมีการเข้าฝึก และการเก็บตัวเป็นเวลานาน เพื่อที่จะทำความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่มีความสำคัญ ต่อการฝึกซ้อม เพราะเทคนิคการฝึกบนบก ไม่สามารถใช้ได้ เมื่อนักกีฬาอยู่ในน้ำ ต้องผ่านการเรียนรู้ และผ่านการฝึกเป็นเวลานาน เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ เหมือนกับ กีฬายิงธนู

หากสนใจอ่านรายละเอียดการฝึกว่ายน้ำคลิก goldclassswimming

การว่ายน้ำ ส่งผลดีต่อตัวเรา ในด้านสุขภาพอย่างไร

  • ช่วยเรื่องน้ำหนัก: หากว่ายน้ำเป็นเวลา 30 นาที จะเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 397 กิโลแคลอรี
  • ช่วยเรื่องความมั่นใจ: การว่ายน้ำ ทำให้เราละทิ้ง ความกดดันทั้งหมด ที่อาจเกิดจากการทำงาน หรือสังคมรอบข้าง
  • ร่างกายแข็งแรง: การที่เราว่ายน้ำ เป็นเหมือนการออกกำลังกาย และได้ใช้กล้ามเนื้อ ในทุกส่วนของร่างกาย
  • ลดการเกิดโรค: การว่ายน้ำ ส่งผลดีต่อหัวใจ และระบบการหายใจ ทำให้ลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคได้
  • ทำให้อารมณ์ดี: เมื่ออยู่ในสระว่ายน้ำ จะทำให้ความกดดัน จากคนรอบข้างลดลง แต่ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

ที่มา: 8 ประโยชน์ของการว่ายน้ำ [3]

วิธีเตรียมตัว ก่อนเริ่มการฝึกว่ายน้ำ

ก่อนที่จะเริ่มว่ายน้ำ เราควรจะเตรียมตัว และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ต้องเตรียมเรื่องของ ชุดว่ายน้ำ แว่นตาว่ายน้ำ และที่สำคัญ ควรจะเตรียมสภาพจิตใจ เพื่อให้พร้อมที่จะ เริ่มต้นการว่ายน้ำ หากไม่มีพื้นฐาน หรือว่ายน้ำไม่เป็น แนะนำให้จ้างครูฝึก เพื่อที่จะเรียนพื้นฐานเบื้องต้น ลดการเกิดอุบัติเหตุ และได้ทักษะว่ายน้ำ ที่ถูกต้องอีกด้วย

กล่าวโดยสรุป การฝึกซ้อม กีฬาว่ายน้ำ

กล่าวโดยสรุป การฝึกซ้อม กีฬาว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่พลังงานสูง เพราะการเคลื่อนไหวใต้น้ำ เหมือนการวิ่งบนบก และหากไม่มีการฝึก เรื่องของกล้ามเนื้อ การหายใจ อาจจะทำให้เราเหนื่อยง่าย และนอกจากนี้ การทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องของทักษะ และเทคนิคต่างๆ ต้องใช้เวลาฝึกซ้อม เป็นเวลายาวนาน

เมื่อเครียดจากงาน การว่ายน้ำจะช่วยได้จริงหรือ

สามารถช่วยได้ เพราะการว่ายน้ำนั้น จะเป็นการปลดปล่อย และเป็นการปล่อยวาง ความกดดันทั้งหมด ที่เราได้รับ ทั้งจากที่ทำงาน ครอบครัว หรือคนรอบข้าง เมื่อมีเรื่องไม่สบายใจ และหาทางออกไม่ได้ การว่ายน้ำอาจจะช่วย ทำให้คิดทางออกได้ดีขึ้น

ผู้ควบคุมการแข่ง สำคัญยังไง

ตำแหน่งผู้ควบคุมการแข่งขัน เป็นเหมือนผู้ควบคุม ระบบการแข่งทั้งหมด เมื่อเกิดปัญหา ที่ไม่สามารถหาทางออกได้ ผู้ควบคุมจะเป็นคนแก้ และคอยชี้แนวทาง ให้กับกรรมการ ตำแหน่งอื่นๆ นอกจากนี้ผู้ควบคุม จะเป็นผู้ที่ ตอบตรวจสอบภาพรวม ของการแข่งขันทั้งหมดด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง