รีวิว กีฬาวูซู เป็นอย่างไร ศาสตร์ต่อสู้ ของชาวจีน

กีฬาวูซู เป็นอย่างไร

เนื่องจาก กีฬาวูซู เป็นอย่างไร นับว่าเป็นหนึ่งในศาสตร์การต่อสู้ ที่จัดเป็นการแสดงศิลปะอันสวยงาม โดยถือว่าเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้สามารถนำไปใช้งาน กับงานจัดแสดงในสื่อภาพยนตร์ได้ ไม่หมดเท่านั้นยังนับว่าเป็นหนึ่งในศาสตร์ต่อสู้ของจีน

  • วูซู คืออะไร
  • กีฬาวูซู คล้ายกับกังฟู
  • การฝึกซ้อม กีฬาวูซู

ทำความรู้จัก วูซู คืออะไร

โดย สำหรับกีฬาวูซู นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในกีฬาของศิลปะป้องกันตัว โดยถือว่าเป็นหนึ่งวิชาการต่อสู้ ที่มีความเก่าแก่อย่างมาก โดยมีประวัติส่งต่อมาอย่างยาวนานนับพันปี ซึ่งวูซูนั้นไม่เพียงแค่จะเป็นการฝึกฝนทักษะต่อสู้เท่านั้น แต่จะผสมผสานไปด้วยการเคลื่อนไหวที่สง่างาม และท่าทางที่ซับซ้อน

เนื่องจาก วูซู ได้มีต้นกำเนิดครั้งแรกในประเทศจีน ซึ่งมีความหลากหลาย และครอบคลุมเรื่องของการเคลื่อนไหว โดยการต่อสู้นั้นจะเน้น ท่าเตะ และท่าต่อย ด้วยการใช้พลังในรูปแบบการต่อสู้ต่างๆ แถมยังเป็นการฝึกที่เสริมสร้างทางด้านร่างกาย และสภาพจิตใจ

ความเป็นมา ของกีฬาวูซู เป็นอย่างไร

เนื่องจาก ความเป็นมาของ กีฬาวูซูนั้น จะมีชีวประวัติที่ยาวนาน โดยเริ่มตั้งแต่ในยุคของจีนโบราณนานนับพันปี โดยจากการสำรวจทางเรานั้นได้จำแนกเป็น 3 ช่วงสมัยของกีฬาวูซู โดยจะเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นทางเราจึงจะมาแนะนำ 3 ยุคสมัยตามดังนี้

  • ยุคสมัยที่ 1 เมื่อเข้าสู่ในช่วงปี 206-960 เป็นช่วงก่อนคริสตกาล ที่ได้เริ่มรู้จักกับ ศิลปะการต่อสู้ ที่พบในช่วงครั้งแรก ของประวัติศาสตร์ฮั่น พร้อมกับเทคนิคการต่อสู้ทางทหาร ในยุคซ่ง และได้เปลี่ยนชื่อของศิลปะการต่อสู้เป็น วูซู ที่ถูกใช้เป็นครั้งแรกในทวีปเฉิงเส้า
  • ยุคสมัยที่ 2 ต่อมาในช่วงปีระหว่าง 1626-1644 ต่อมาก็ได้ส่งต่อมาสู่สมัยราชวงศ์หมิง โดยศิลปะการต่อสู้วูซู ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น และทำให้มีการก่อตั้งสถาบันการต่อสู้แห่งชาติ ในเมืองหนานจิง และได้แพร่กระจายไปสู่ในพื้นที่อื่นๆ
  • ยุคสมัยที่ 3 สุดท้ายในช่วงปี 1928-1950 หลังจากที่ก่อตั้งสถาบันศิลปะการต่อสู้ แห่งชาติแล้ว ก็ได้รับใบอนุมัติอย่างเป็นทางการ ที่ได้เปลี่ยนเป็นศิลปะประจำชาติ ต่อมาในสมัยช่วงสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แบ่งศิลปะการต่อสู้แบบวูซู เพื่อนำไปใช้งานจริงในการต่อสู้

ที่มา: Wushu (sport) (12 กันยายน 2025) [1]

กีฬาวูซู คล้ายกับกังฟู ใช่หรือไม่?

โดยสำหรับ กีฬาวูซูนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในกีฬาของประเทศจีน รวมไปถึง ข้อมูล กีฬากังฟู ก็เป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ของประเทศจีน ถึงทั้งสองศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้จะมีความคล้ายกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันเช่นกัน เพราะฉะนั้นทางเราจึงจะมาแนะนำ ความแตกต่างของกีฬาวูซู และกีฬากังฟู ตามดังนี้

  1. ความแตกต่าง ของกีฬาวูซู นั้นจะมีวัตถุประสงค์หลัก ที่เน้นการจัดแสดงและการแข่งขัน โดยจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสวยงาม และเพิ่มความคล่องแคล่ว รวมไปถึงความยืดหยุ่น เพื่อการแข่งขันได้ตามมาตรฐาน และเน้นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว
  2. ความแตกต่างของ กีฬากังฟู นั้นจะมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการป้องกันตัว และเน้นเสริมสร้างสุขภาพ โดยการฝึกฝนนั้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และป้องกันตนเอง ซึ่งเป็นศาสตร์ต่อสู้ที่เน้นการใช้งานจริงในการต่อสู้จริง

อธิบาย การฝึกซ้อม กีฬาวูซู

เนื่องจากการ ฝึกซ้อมกีฬาวูซู นั้นจะประกอบด้วยการฝึกทักษะพื้นฐาน โดยมาพร้อมกับการเคลื่อนไหว และเน้นท่าทางในการต่อย และการเตะ รวมไปถึงการฝึกนั้นก็จะเน้นด้านยุทธลีลา ซึ่งการฝึกงานนั้นจะเป็นการแสดงท่าทางที่สง่างาม และนำไปใช้ในทักษะการแสดง

โดยสำหรับการฝึกนั้น จะมีการฝึกเป็นแบบขั้นตอนของการฝึก โดยจะแบ่งเป็น 4 ระดับของการฝึก โดยจะได้แก่ การฝึกพื้นฐาน, ยุทธลีลา, ซานต้า และการฝึกสภาพจิตใจ เพื่อที่จะทำให้การฝึกสามารถแสดงออกมาได้อย่างดี และเต็มประสิทธิภาพไปด้วยการฝึกวูซู

แนะนำ เทคนิคฝึกซ้อม กีฬาวูซู

กีฬาวูซู เป็นอย่างไร

โดยสำหรับ การฝึกซ้อมกีฬาวูซูนั้น จะมีเทคนิคที่ช่วยให้ผู้ฝึก สามารถนำไปใช้งานจริงได้ ไม่หมดเท่านั้นยังนับว่าเป็นหนึ่งในศาสตร์ต่อสู้ที่ประกอบไปด้วย การต่อสู้แบบมือเปล่า และการต่อสู้แบบการใช้อาวุธ เพราะฉะนั้นทางเราจึงจะมาแนะนำ เทคนิคขั้นตอนการฝึกซ้อมกีฬาวูซู ตามดังนี้

  • เทคนิคที่ 1 หม่าปู้, กงปู้ และฉงฉวน โดยเป็นท่าที่จะประกอบไปด้วย ท่ายืนม้า, ท่ายืนธนู และท่าหมัดตรง เป็นท่าที่จะเน้นการเปลี่ยนท่ายืนให้แข็งแกร่ง และช่วยให้มุ่งเน้นไปที่จัดแนวร่างกายที่ดี โดยเฉพาะตรงสะโพก
  • เทคนิคที่ 2 เจิ้งถีถุย เป็นท่ายืดด้านหน้า เป็นท่าที่จะช่วยให้สามารถสร้างความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัวได้ และทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ไม่หมดเท่านั้นยังสร้างความยืดหยุ่นได้อีกด้วย
  • เทคนิคที่ 3 ผู่ปู้ฉวนจาง ท่าวางฝ่ามือลง เป็นท่าที่จะแสดงถึง ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของขา รวมไปถึงการยืดตัว เพื่อที่จะทำให้เทคนิคมีข้อดีในเรื่องของความยืดหยุ่น และสามารถปรับสภาพร่างกายเพื่อ แก้ไขข้อบกพร่อง
  • เทคนิคที่ 4 อู่หลงไป๋ตี้ ท่าแขนหมุน และตบพื้น เป็นท่าที่มีจะประสานกับการเคลื่อนไหวด้วยสะโพก และทำการหมุนตัวให้ประสานกัน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความอดทนในการเข้าปะทะกับคู่ต่อสู้ได้
  • เทคนิคที่ 5 ซิงปู้ เป็นท่าเดิน โดยถึงแม้จะไม่ใช่เทคนิคพื้นฐาน แต่ก็นิยมนำมาฝึกบ่อยครั้ง โดยจะเป็นเทคนิคการก้าวเท้าไปข้างหน้า โดยเมื่อทำได้ถูกต้องตามวิธี ก็จะทำให้แสดงถึงจิตวิญญาณนักสู้ และเทคนิคอันยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก

ที่มา: 5 Basic Wushu (20 พฤศจิกายน 2015) [2]

จำนวนผู้ฝึก กีฬาวูซู มีจำนวนเท่าไร

เนื่องจาก จำนวนผู้ฝึกกีฬาวูซู ได้มีการสำรวจเห็นว่า สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกีฬาวูซูนั้นมีมากกว่า 3.9 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับโรงเรียนที่สอนวูซูมีมากถึง 15,900 แห่ง ซึ่งในช่วงปีระหว่าง 2010-2021 ได้มีจำนวนผู้ฝึกเพิ่มขึ้นเป็น 23% ประมาณ 6.2 ล้านคน

โดยจากข้อมูลเห็นมี การคาดการณ์ว่ารายได้ของกีฬาวูซู ในประเทศสหรัฐอเมริกาอาจจะสูงขึ้นไปถึง 16.8 พันล้านดอลลาร์ จากนั้นก็ได้นำศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ไปใช้งานจริง ในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยการแข่งขันวูซูระดับโลก WWC ครั้งที่ 16 (16 พฤศจิกายน 2023) [3]

สรุป กีฬาวูซู เป็นอย่างไร การต่อสู้ของชาวจีน

สรุป กีฬาวูซู เป็นอย่างไร นั้นนับว่าเป็นหนึ่งในกีฬาต่อสู้ ที่เน้นการต่อสู้แบบมือเปล่า โดยส่วนใหญ่จะนำกีฬานี้เพื่อการจัดแสดงเท่านั้น โดยทางเราก็ได้อธิบายเกี่ยวกับข้อมูล และความเป็นมาของวูซู รวมไปถึงการแนะนำวิธีฝึกวูซู และจำนวนผู้ที่ฝึกซ้อมวูซู

วูซูมีวัตถุประสงค์ การต่อสู้เน้นความสวยงาม ใช่หรือไม่?

โดยสำหรับ วูซู นั้นถือว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อความสวยงาม และส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการจัดแสดง สามารถตอบสนองต่อการจัดแสดงได้ดีมากขึ้น โดยถือว่าศาสตร์ต่อสู้ดังกล่าวนี้นั้น จะเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้เพื่อความสวยงามเท่านั้น

การฝึกซ้อม กีฬาวูซูถือว่าง่าย ใช่หรือไม่?

โดยการฝึกของ วูซู นั้นจะเป็นได้ฝึกมาเพื่อการเข้าปะทะ แต่ถูกฝึกมาเพื่อที่จะเป็นการจัดแสดง และท่าทางที่สวยงาม จึงกล่าวได้ว่าสำหรับกีฬาดังกล่าวนี้ จะมีรูปแบบการฝึกซ้อมที่ง่ายกว่าศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่นๆ จึงพูดได้ว่าสำหรับการฝึกซ้อมของวูซูนั้น ถือว่าเป็นการฝึกที่ง่ายอย่างมาก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง