
ความสำคัญ ซูโม่ วัฒนธรรมกีฬาเก่าแก่ และการสละชีวิต
- MY Kismet
- 138 views

ความสำคัญ ซูโม่ วัฒนธรรมกีฬาเก่าแก่ และการสละชีวิต เป็นกีฬาชื่อดัง ของประเทศญี่ปุ่น โดยกีฬาชนิดนี้ มีมายาวนาน ตั้งแต่ในยุคอดีต เป็นกีฬาแห่งศักดิ์ศรี และการเอาชนะคู่ต่อสู้ นักกีฬาส่วนมาก ล้วนแล้วแต่ต้องยอม สละทั้งชีวิต เพื่ออุทิศให้กับ การเล่นกีฬาชนิดนี้
สำหรับกีฬาซูโม่นั้น ถือเป็นกีฬาเก่าแก่ ที่มีเรื่องเล่าขาน กันมานานกว่า 1500 ปี หรือหากนับย้อนปี อาจจะมีเรื่องราว ยาวนานกว่า 8 ศตวรรษ สมัยก่อนนั้น กีฬาซูโม่ เป็นเหมือนกีฬา เพื่อความบันเทิง ของคนในวังหลวง เพราะจะมีการ คัดเลือกนักมวยปล้ำ ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ภายในกองทัพ ออกมาเพื่อต่อสู้กัน
การคัดนักกีฬา ที่เป็นนักกีฬามวยปล้ำ ที่มีในกองทัพนั้น ได้มีการคัดเลือกออกมาทุกปี ทำให้กีฬานี้ ได้รับการสืบทอด และกลายเป็นกีฬาอาชีพ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยการแข่งขัน ในปัจจุบันนั้น จะมีการรวมเข้ากับ ประเพณีดั้งเดิมอยู่ เช่น การโรยเกลือขาว ถือเป็นการบ่งบอก ถึงความบริสุทธิ์ ของเหล่านักกีฬา
โดยนักกีฬาซูโม่ ในปัจจุบันนั้น จะต้องอยู่ภายใต้ กฎและข้อบังคับ ของสมาคมที่ตนเองอยู่ โดยทางสมาคม จะเป็นผู้กำหนด การดำเนินชีวิตทั้งหมด ทั้งเรื่องการกิน การนอน การฝึกซ้อม โดยแต่ละสมาคม จะมีกฎที่เคร่งครัด ทำให้นักกีฬาซูโม่ ถือว่าเป็นนักกีฬา ที่เคร่งครัดที่สุด
ที่มา: ซูโม่ [1]
หลายคนคงเคยเห็น กันไปแล้วว่า นักกีฬาซูโม่ส่วนใหญ่ จะมีรูปร่างสูง ใหญ่ และมีความอ้วนท้วม นี่ไม่ได้เป็นลักษณะ ที่นักกีฬาทั่วไปมี แต่จะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อ การสร้างน้ำหนัก ให้เข้ากับเกณฑ์ ในการเป็นนักกีฬาซูโม่ โดยมีการกำหนดว่า นักกีฬาซูโม่ ต้องมีน้ำหนักอย่างน้อย ไม่ต่ำกว่า 75 กิโลกรัม
และในการแข่งขัน แต่ละครั้งนั้น จะเป็นการแข่งแบบ การผลักคู่ต่อสู้ให้ล้มลง และล้มไปยังนอกเขตวงกลม โดยจะมีนักกีฬา รูปร่างใหญ่ 2 คน ทำการแข่งขันบนเวที และมีการโรยเกลือ ที่เป็นเหมือนตัวแทน ของความบริสุทธิ์ โดยระดับสูงที่สุด ในวงการซูโม่นั้น จะมีชื่อว่า “โยโกสุนะ” ซึ่งเป็นระดับตำนาน ในวงการซูโม่
กีฬาซูโม่ได้เผยแพร่ ไปยังหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงได้เผยแพร่ เข้ามาสู่ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2536 แต่เป็นการเข้ามาเผยแพร่ แบบยังไม่มีการจัดตั้ง เพราะสำหรับในประเทศไทย ยังไม่ได้เข้าใจ ถึงเรื่องราวความสำคัญ ของการแข่งขันซูโม่มากนัก ส่วนมากในประเทศไทย จะเป็นการฝึกเล่น ในกลุ่มเด็กนักเรียนมากกว่า
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเรื่องมองเห็น คุณค่าของกีฬาชนิดนี้ ว่านอกจากจะเป็น การต่อสู้ของคนที่มีรูปร่าง อ้วนใหญ่แล้ว กีฬาซูโม่ ยังมีประโยชน์ในเรื่อง การฝึกร่างกาย การฝึกจิตใจ และยังมีเทคนิคต่างๆ ประเทศไทยจึงได้มีการ จัดตั้งโรงฝึกซูโม่ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 และยังเป็นสถานที่ ฝึกซ้อมของนักกีฬาไทยอีกด้วย
โดยทางโรงฝึกนี้ ได้เปิดรับนักเรียน ที่ต้องการศึกษา การฝึกซ้อม และเทคนิคต่างๆ ของกีฬาซูโม่ และยังเป็นที่เก็บตัว ของเหล่าทัพนักกีฬาไทย ที่จะทำการฝึกซ้อม เพื่อไปแข่งขัน กีฬาซูโม่ระดับชาติ โดยประเทศไทย เคยทำผลงานในการแข่งขัน กีฬาซูโม่ระดับนานาชาติมาแล้ว คล้ายกับกีฬา กาบัดดี้ ในประเทศไทย
ที่มา: สมาคมกีฬาซูโม่แห่งประเทศไทย [2]

มุมมองความสำคัญ ของกีฬาซูโม่ ในแต่ละยุค แต่ละสมัยนั้น มีการมองความสำคัญ ของกีฬาซูโม่แตกต่าง กันออกไป โดยกีฬาซูโม่ มีความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องของ หลักธรรมคำสอน และศาสนา การแสดงความเคารพ สำหรับการต่อสู้ เป็นเหมือนแสงสะท้อน ของหลักคำสอนชินโต ที่เชื่อว่ามีพระเจ้า อยู่ในตัวผู้คนทุกคน
การโรยเกลือบนสังเวียน หากจะมองเป็นในเรื่องของ การเคารพนักกีฬา ก็มีส่วนจริงในเรื่องนี้ แต่การโรยเกลือ แท้จริงแล้ว เป็นพิธีกรรม ที่มีความเชื่อว่า เป็นการชำระบาป และขับไล่วิญญาณร้าย ที่จะเข้าไปอยู่ตัวนักกีฬา ป้องกันการบาดเจ็บ และเป็นเหมือนการอธิษฐาน ให้กับนักกีฬาทุกคน ที่กำลังขึ้นสังเวียน
โดยกีฬาซูโม่ในปัจจุบัน เป็นกีฬาที่นิยมอย่างมาก ในประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นการแข่งขัน ที่ยังคงเอกลักษณ์ ในการแข่งแบบดั้งเดิม ทำให้ในการจัดงาน การแข่งขันแต่ละครั้ง มีผู้คนเข้ามารับชม เป็นจำนวนมาก มีทั้งร้านค้า การขายเครื่องดื่ม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะคอยมาขายกัน ภายในงานของการแข่ง
หากสนใจอ่านเรื่องราวความสำคัญของกีฬาซูโม่คลิก gotokyo
โดยการแข่งขันซูโม่นั้น จะมีการแข่งขัน ในรูปแบบของ การยืนในวงกลม ที่ถูกเรียกว่าสนามแข่ง โดยสนามนั้น จะมีเส้นกลางความกว้างอยู่ที่ 4.55 เมตร โดยใช้ชื่อเรียกสนามนี้ว่า “โดเฮียว” ตัวนักกีฬาทั้งสองฝ่าย จะต้องผลัก หรือโยนคู่ต่อสู้ ออกจากสนาม ให้ได้ไวที่สุด
การใช้เทคนิคต่างๆ ทั้งการโยน การกวาด และการผลักคู่ต่อสู้ออกไป จะต้องมีการฝึกเป็นเวลานาน เพราะด้วยรูปร่าง และน้ำหนักตัวของนักกีฬา จึงต้องมีการฝึกฝน เพื่อดึงเอาศักยภาพในจุดจุดนั้น ออกมาใช้ให้เข้าถึงพลัง ที่กลับซ่อนอยู่ ที่มีอยู่ในร่างกาย จึงจะทำให้การแข่ง มีความสูสีมากขึ้น
การฝึกของนักกีฬาซูโม่ จะมีการฝึกในเรื่องของ ความยืดหยุ่นร่างกาย จะทำให้ร่างกาย สามารถรับแรงเฉื่อย ได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอาหาร การกินอาหาร ที่จะต้องกินอาหาร ที่มีแคลอรีปริมาณสูง เพื่อการสร้างกล้ามเนื้อ และสร้างน้ำหนัก ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
ที่มา: ซูโม่: ศิลปะการต่อสู้และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น [3]
นอกจากการแข่งขันแล้ว นักกีฬาซูโม่ ของประเทศญี่ปุ่น ยังได้รับการยกย่อง ให้เป็นแบบอย่าง ของกลุ่มคน ที่มีความอดทน มีความมุ่งมั่น และเป็นที่น่าเคารพ ทำให้นักกีฬาซูโม่ เป็นเหมือนบุคคล ที่ทรงคุณค่า และเป็นที่น่าเคารพนับถือ ของคนภายในประเทศ
กีฬาซูโม่ เหมือนเป็นกระจก สะท้อนด้านวัฒนธรรม ที่มีความสวยงาม และความลึกซึ้ง ของประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นเหมือน ตัวแทนของกลุ่มคน ที่ต่อสู้ยืนหยัด เพื่อประเทศในอดีต ทำให้ผู้คนที่พบเห็น ได้มีความประทับใจ และเข้าใจถึงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคน ประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

บทสรุป ความสำคัญ ซูโม่ กีฬาที่เป็นมากกว่าคำว่ากีฬา เป็นเหมือนการสะท้อน ด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และมีคุณค่าทางด้านจิตใจ ของคนภายในประเทศ ไม่เพียงแค่ในประเทศ ปัจจุบันมีการเผยแพร่ กีฬาซูโม่ออกไปแล้ว มากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ถือว่าเป็นกีฬา ที่ทรงคุณค่า และคู่ควรแก่การรักษาสืบไป
เพราะให้อดีตนั้น ในการแข่งขัน จะเป็นการนำนักกีฬามวยปล้ำ ที่มีรูปร่างใหญ่ ภายในกองทัพออกมาสู้กัน เมื่อสืบทอดต่อมา จึงทำให้รูปแบบ การคัดเลือกนักกีฬา ยังคงอยู่ในปัจจุบัน คือนักกีฬาต้องมีน้ำหนัก ไม่ต่ำกว่า 75 กิโลกรัม และการเพิ่มน้ำหนัก ยังเป็นเทคนิค ที่นักกีฬาใช้เพื่อ การเอาชนะคู่ต่อสู้
สำหรับกีฬาซูโม่นั้น คนญี่ปุ่นมองว่า เป็นเหมือนตัวแทน ของกลุ่มคนรุ่นหลัง ที่ยืนหยัดเพื่อรักษาประเทศชาติ และเป็นกีฬา ที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน ทำให้กีฬานี้เป็นที่ชื่นชอบ และยังเป็นกีฬา ที่ทั่วโลกตอนนี้ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

