จุดเด่นการชก จอน โจนส์ ยอดมวยหมัดหนัก

จุดเด่นการชก จอน โจนส์

จุดเด่นการชก จอน โจนส์ ยอดมวยหมัดหนัก เป็นนักชกอีกหนึ่งคน ที่อยู่เวทีระดับโลกอย่าง UFC และยังเป็นนักมวย ที่มีสไตล์การชกที่โดดเด่น มีเทคนิคลับมากมาย ที่สามารถเอาชนะ คู่ต่อสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี เขาถือได้ว่า เป็นนักชกที่ดีที่สุด อีกหนึ่งคนบนเวที ทั่วโลกต่างยอมรับ ในฝีมือการชกของเขา

  • ประวัติส่วนตัว การฝึกซ้อมของจอนโจนส์
  • สถิติการชกและจุดเด่นเรื่องการชก
  • ข่าวฉาวเรื่องการใช้สารและการข่มขู่

ทำความรู้จักกับ Jon Jones

จอนโจนส์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Jonathan Dwight Jones เขาเกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ปี 1987 เป็นชาวนิวยอร์ก เริ่มเติบโตใน เมืองโรเชสเตอร์ พ่อของเขานั้น เป็นศิษยาภิบาล อยู่ในประเทศนิวยอร์ก จอนนั้นไม่ได้รับ การสนับสนุนจากพ่อ เพราะพ่อของเขานั้น อยากให้เขานั้นเป็น ศิษยาภิบาลเหมือนกับพ่อ

ส่วนแม่ของจอน เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งตอนนั้นมีอายุเพียง 55 ปี แม่ของจอน ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และพยายามต่อสู้ กับโรคนี้มาตลอด จนเมื่อถึงอายุ 55 ปี แม่ของเขาก็ได้จากไป ครอบครัวของจอน มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน พี่น้องทั้ง 4 คนนี้ มีพี่ชายและน้องชายของเขา ตอนนี้กำลังเติบโต ในเส้นทางนักกีฬา

ส่วนพี่สาวเพียงคนเดียว ได้เสียชีวิตลง ก่อนที่จะอายุ 18 ปี เนื่องด้วยอาการป่วย จากการเป็นเนื้องอก ที่เกิดภายในสมอง จอนนั้นถูกเลี้ยงดู ให้มีความเคร่ง ในศาสนาเป็นอย่างมาก เพราะพ่อของเขา เชื่อในพระเจ้า และทำหน้าที่เป็นศิษยาภิบาล มาโดยตลอด จึงอยากให้ลูกชาย เดินตามเส้นทางของพ่อ

ที่มา: Jon Jones [1]

การเก็บตัว และการฝึกซ้อมก่อนขึ้นชก

เมื่อเข้าสู่เส้นทาง การเป็นนักมวยอาชีพ เขานั่นได้เก็บตัว และฝึกซ้อมอยู่กับ BombSquad ซึ่งตั้งอยู่ที่ เมืองคอร์ตแลนด์ ในประเทศนิวยอร์ก และได้เปลี่ยนสถานที่ซ้อม มาอยู่ที่ Tristar Gym ที่ตั้งอยู่ใน ประเทศแคนาดา ซึ่งการฝึกซ้อมที่นี่ ได้ใช้เวลาซ้อมเพียงสั้นๆ และได้ย้ายมาที่ Jackson’s MMA ในเมืองเม็กซิโก

สำหรับรูปแบบการฝึกซ้อม ทุกสถานที่นั้น จะเน้นเรื่องการคล่องตัว ความแข็งแรง และจะมีการสอน เทคนิคต่างๆ ที่จอนนั้นต้องใช้ บนเวทีการชก โดยการซ้อมนั้น จะเริ่มจากการซ้อม แบบมวยปล้ำ การจับล็อก และการเข้าโจมตี ทุกการฝึกซ้อมนั้น จะมีทีมออกแบบการซ้อม ที่คอยจัดการวางแผน เพื่อตัวเขาโดยเฉพาะ

รวมสถิติการชก บนเวทีใหญ่อย่างยูเอฟซี

จอนได้ขึ้นชก บนเวที UFC ทั้งหมด 24 ครั้ง และเอาชนะไปได้ 22 แพ้ 2 มีรายชื่อคู่ชกดังนี้

ปี 2551-2556

  • ชกครั้งแรกเอาชนะ อังเดร กุสเมา
  • ขึ้นชกครั้งที่สองชนะ สเตฟาน บอนนา
  • ชกชนะ เจค โอไบรอัน ในรายการ UFC 100
  • แพ้ครั้งแรกให้กับ แมตต์ แฮมิลล์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2552
  • เอาชนะคะแนน แบรนดอน เวร่า
  • ชกชนะคะแนน สบาดิมีร์ มาตูเชนโก
  • ชนะขาดลอย ไรอัน เบเดอร์
  • เอาชนะและได้รับเข็มขัด เมาริซิโอ รัว
  • ป้องกันแชมป์ครั้งแรก เอาชนะทาง ควินตัน แจ็คสัน
  • เอาชนะคะแนน เลียวโตะ มาชิตะ
  • ป้องกันแชมป์ สามารถเอาชนะ ราชาต เอแวนส์
  • ชกชนะทาง วิตอร์ เบลฟอร์ต
  • สามารถชนะคะแนน ชาแอล ซอนแนน

ปี 2561-2567

  • ชกกับ อเล็กซานเดอร์ กุสตาฟสัน สองครั้งและสามารถ เอาชนะได้ทั้งสองครั้ง ในปี 2556 และปี 2561
  • เอาชนะคะแนน โกลเวอร์ เทเซย์รา
  • ชก 2 ครั้งกับ แดเนียล คอร์เมียร์ ครั้งแรกเมื่อปี 2558 แพ้ และกลับมาชนะได้ในปี 2561
  • เอาชนะขาดลอย โอวินซ์ แซงต์ ปรูต์ 
  • ป้องกันแชมป์จาก แอนโธนี สมิธ สามารถเอาชนะมาได้
  • ป้องกันแชมป์อีกครั้งจาก เทียโก้ ซานโตส และยังคงชนะมาได้
  • สามารถชกชนะ โดมินิก เรเยส
  • ชนะอีกครั้งในการชกกับ ซีริล แกน
  • การชกครั้งล่าสุดเอาชนะทาง สไทป์ มิโอซิซ

ที่มา: JonJones [2]

จุดเด่นและเทคนิคการชก ทำที่ให้เขาได้รับชัยชนะ

จุดเด่นการชก จอน โจนส์

หลายคนยกย่องเขา ให้เป็นนักชก ที่ดีที่สุดในโลก โดยเขาเป็นผู้ทำสถิติ การป้องกันแชมป์ ได้มากที่สุดถึง 11 ไฟต์ และเขาไม่เคยแพ้ใครเลย ติดต่อกันมากที่สุดถึง 18 ไฟต์ เขาถูกถือว่า เป็นนักชก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในการชก MMA และได้ชื่อว่า เป็นชายผู้เกิดมา คู่กันกับลูกกรงแปดเหลี่ยม

จุดเด่นในการชก ที่ทำให้เขาโดดเด่นคือเรื่อง ความสร้างสรรค์ ในรูปแบบการชก และพละกำลัง อันมหาศาล ที่มีจากตัวเขา เขามีทักษะ การพลิกแพลงโอกาส ได้อย่างดีเยี่ยม และมีหมัดที่หนัก และทรงพลังเป็นอย่างมาก หลายคนบอกว่า เขานั้นเหมือนตัวหลัก ในวิดีโอเกม ที่จะต้องคอย เอาชนะด้านต่างๆ

โดยเมื่อเขาขึ้นสังเวียน เขาจะมีรูปแบบการชก ที่สลับสับเปลี่ยน กันไปเรื่อยๆ ทำให้คู่ต่อสู้ ไม่สามารถจับทางได้ และยังมีเทคนิคการชกใหม่ๆ อยู่เสมอบนเวที ทำให้การชกของเขานั้น หลากหลายอีกทั้ง ยังมีลูกเล่นใหม่ ให้เหล่ากองเชียร์ ได้คอยลุ้นอยู่ตลอด

ที่มา: “จอนโจนส์” : ซาตานแห่ง MMA [3]

Jon Jones ไม่ผ่านการตรวจสาร ก่อนจะมีการชก

เป็นข่าวใหญ่ ในช่วงที่ผ่านมา เรื่องการตรวจสาร ก่อนการขึ้นชก โดยได้มีการประกาศ จากทางยูเอฟซี ว่าจอนนั้น ไม่สามารถผ่านการตรวจ เรื่องการใช้สารกระตุ้น ก่อนการแข่งขัน ในรายการยูเอฟซี 182 เขาถูกตรวจพบ สารเบนโซอิเล็กโกนีน สารตัวนี้เป็นส่วนประกอบ ในสารเสพติดอย่างโคเคน

การขึ้นชกในแต่ละครั้ง จะมีหน่วยป้องกันเรียกกันว่า WADA เป็นหน่วยงานระดับโลก ที่จะทำหน้าที่ ในการตรวจสอบนักกีฬา ก่อนการแข่งขันระดับโลก และสารที่จอนตรวจพบนั้น ยังเป็นสารต้องห้าม ที่ตอนนี้หากตรวจพบ จะไม่สามารถ เข้าร่วมการแข่งขัน ในรายการนั้นๆ ได้

เคยมีข่าวฉาว เรื่องการขู่เอาชีวิตเจ้าพนักงาน

มีการร้องเรียน จากพนักงานเก็บปัสสาวะ ในการตรวจสารของจอน โดยพนักงานชื่อว่า “คริสตัล มาร์ติเนซ” ได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม เธอและทีมงานได้เข้าไปยัง บ้านพักส่วนตัวของจอน เพื่อทำการตรวจสอบ สารกระตุ้น ช่วงเวลาที่กำลังเก็บปัสสาวะ เธอได้รับการข่มขู่ และการใช้คำพูดกล่าวร้าย มาจากจอน

ซึ่งการกระทำนี้ ถูกกล่าวหาว่า เป็นการคุกคาม และเป็นการคุกคาม แบบทำให้ผู้อื่น เชื่อเหตุผลนั้นๆ โดยการกระทำ เกิดขึ้นในตอนที่ เธอกำลังจะเก็บปัสสาวะ แต่เขาไม่พอใจ ในการที่เธอพยายาม อธิบายขั้นตอนต่างๆ แต่จอนได้บอกว่า เขายอมรับว่าหงุดหงิด และอยากให้เรื่องนี้ มันจบลงด้วยดี อ่านต่อคลิก nbcnews

กล่าวโดยสรุป จุดเด่นการชก จอน โจนส์

บทสรุปจุดเด่นการชก จอนโจนส์ เขามีความโดดเด่น ในเรื่องของพละกำลัง และมีร่างกายที่แข็งแรง บวกกับการฝึกซ้อม ที่เขานั้นพัฒนาฝีมือ และปรับเปลี่ยนรูปแบบ การชกอยู่ตลอด นอกจากนี้เขานั้น ยังมีเทคนิคการชก ที่หลากหลาย ทำให้คู่ต่อสู้ ไม่สามารถที่จะ อ่านเกมของเขาออก ถือว่าเป็นนักมวยที่เก่ง

 เขามีสถิติอะไร ที่หลายคนต่างยกย่อง

สำหรับชื่อเสียง ของเขาในวงการมวย MMA เขาได้ชื่อว่าเป็น นักชกที่ดีที่สุด เพราะเขานั้น สามารถป้องกันแชมป์ ติดต่อกันได้มากถึง 11 ครั้ง และเอาชนะติดต่อกัน 18 ไฟต์ แบบไม่แพ้ใครเลย ด้วยสถิตินี้ ทำให้เขานั้น กลายเป็นนักมวย ที่ทั่วโลกต่างยกย่อง และให้การเคารพเขา

จอนมีครอบครัว ที่เคร่งเรื่องศาสนาจริงหรือ

สำหรับเรื่องครอบครัว ต้องบอกเลยว่า เป็นครอบครัวที่เคร่ง เรื่องศาสนาจริง เพราะพ่อของเขา เป็นถึงศิษยาภิบาล อยู่ประจำโบสถ์ ในประเทศนิวยอร์ก และพ่อของเขานั้น อยากให้เขาเดินหน้า เทศนาเหมือนกับพ่อ ช่วงแรกๆ พ่อของเขาไม่สนับสนุน ให้เขาเข้ามาใน เส้นทางการชกมวย เพราะอยากให้เขา เทศนาเหมือนพ่อ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง