ทำไมถึงเรียกว่า บัญชีม้า ที่มาคำสแลง สู่บัญชีต้องห้ามในไทย

ทำไมถึงเรียกว่า บัญชีม้า

ทำไมถึงเรียกว่า บัญชีม้า คำสแลงที่เป็นประตูสู่เครือข่ายอาชญากรรมการเงิน ที่โยงกับการฟอกเงิน การพนันออนไลน์ และคดีหลอกลวงมหาศาล หนึ่งในคำที่ถูกกฎหมายไทย ตีตราว่าเป็นบัญชีต้องห้าม และอาจทำให้ชีวิตทางการเงินเจ้าของบัญชีม้า พังทลายในพริบตา

  • จุดเริ่มต้นคำสแลง ทำไมถึงเรียกว่า บัญชีม้า
  • ทำไมบัญชีม้ากลายเป็นบัญชีต้องห้าม
  • วิธีจัดการบัญชีม้าแต่ละประเภท

จุดเริ่มต้นของ บัญชีม้าในสังคมไทย

รู้หรือไม่ บัญชีม้าไม่ใช่ศัพท์ใหม่ที่เพิ่งถูกสร้าง แต่มีอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งหากใครสงสัยว่า ทำไมถึงเรียกว่า บัญชีม้า เพราะม้าในความหมายว่านี้ คือตัวแทน หรือผู้ถูกใช้แทนผู้อื่น 

แต่เมื่อโลกการเงินเข้าสู่ยุคดิจิทัล คำนี้ถูกย้ายมาใช้กับบัญชีธนาคาร ที่เจ้าของไม่ได้ใช้งานเอง แต่ปล่อยให้บุคคลอื่น เข้ามาควบคุมเส้นทางการเงินแทน โดยจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์นี้ มักเกี่ยวพันกับธุรกรรมผิดกฎหมายในช่วงแรก 

ตัวอย่างเช่น แชร์ลูกโซ่หรือการโอนเงินหลอกลวง แต่เมื่อธุรกรรมออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว บัญชีม้าก็ถูกดึงเข้าสู่ระบบอาชญากรรมการเงินที่ใช้บัญชีเหล่านี้ เป็นตัวกลางหมุนเวียนเงินจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น การฟอกเงิน, การพนันออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (4 กรกฎาคม 2025) [1]

วิวัฒนาการบัญชีม้า จากอดีตถึงปัจจุบัน

  • ก่อน ค.ศ. 1997: ช่วงที่คำว่า ม้ายังหมายถึง ตัวแทน/ผู้รับจ้าง อาทิเช่น ม้ารับแทง ม้ารับส่งของ ยังไม่ถูกผูกกับบัญชีธนาคาร
  • ค.ศ. 1997–2007: เป็นช่วงที่มีคดีแชร์ลูกโซ่และการโอนเงินผิดปกติ ใช้บัญชีบุคคลอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่ยังไม่ถูกเรียกว่าบัญชีม้า
  • ค.ศ. 2007–2017: การโอนออนไลน์และโซเชียลบูม แก๊งคอลเซ็นเตอร์–เว็บพนันออนไลน์เริ่มใช้บัญชีรับจ้างมากขึ้น จนทำให้บัญชีม้าเริ่มแพร่ในสื่อและข่าว
  • ค.ศ. 2020–2022: ปัญหาขยายรุนแรง เหยื่อหลอกลวงการเงินพุ่งสูง หน่วยงานรัฐไทยเริ่มจัดมาตรการเข้ม อาทิเช่น การอายัดธุรกรรม ตรวจสอบเส้นเงิน
  • ค.ศ. 2024–2025: ธนาคารและหน่วยงานรัฐนำระบบ eKYC และ AI ตรวจเส้นทางการเงิน มาใช้จริง พร้อมแบ่งบัญชีม้าตามระดับความเสี่ยง

บัญชีม้ากับMoney Mule เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ใช้คำว่า Money Mule ในต่างประเทศ เป็นคำเรียกบุคคลที่ยอมให้บัญชีถูกใช้ขนย้ายเงินแทนเจ้าของตัวจริง คำนี้มีนัยชัดเจนว่าเป็น สิ่งที่พร้อมทำตามคำสั่ง ไม่ได้ควบคุมหรือมีอิสระ เช่นเดียวกับคำว่า บัญชีม้าในไทย ที่สื่อถึงผู้ถูกใช้เป็นเครื่องมือแบกเงินให้ผู้อื่น (20 กรกฎาคม 2025) [2]

สิ่งที่เหมือนกันคือ ภาพลักษณ์ของการไร้อำนาจ ทั้งสองคำถือเป็นเพียงตัวกลาง ไม่ได้กำหนดทิศทางของเงิน แต่สิ่งที่ต่างคือ บริบทและการจัดการ ไทยเลือกใช้ระบบการแบ่งประเภทตามสี เพื่อวัดระดับความเสี่ยง ขณะที่ต่างประเทศเน้นไปที่การลงโทษเชิงกฎหมายและการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักรู้ 

จึงกล่าวได้ว่าบัญชีม้า และ Money Mule อาจเป็นคำที่สื่อถึงคนละสิ่ง แต่ต่างก็ชี้ไปที่ปัญหาเดียวกัน คือ คนธรรมดาที่ถูกทำให้กลายเป็น เกราะบังหน้าของอาชญากรรมการเงิน ซึ่งอัตราส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับฟอกเงิน และหลอกลวงทางออนไลน์เกิน 70–80% ในทุกประเทศ

ทำไมกฎหมายไทย ถึงตีตราบัญชีม้า เป็นบัญชีต้องห้าม

บัญชีม้าไม่ได้เป็นเพียงคำสแลง แต่ถูกกฎหมายไทยตีตราว่าเป็นบัญชีต้องห้าม เพราะถูกใช้ซ่อนเส้นทางเงินในคดีใหญ่ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงิน และเว็บพนัน ที่สร้างความเสียหาย จนภาครัฐต้องออก พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยกำหนดโทษเจ้าของบัญชีที่ให้เช่า/ขายหรือยอมให้ใช้บัญชี 

ซึ่งธนาคารกับปอท.จึงเข้มงวดด้วยมาตรการอายัด–ระงับธุรกรรมอัตโนมัติ ส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องถูกตัดขาดจากระบบการเงินทันที และแม้แต่ผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ในเส้นทางเดียวกันก็อาจถูกลูกหลง ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ภายหลัง

วิธีจัดการ บัญชีม้าแต่ละประเภท มีอะไรบ้าง

เพื่อให้การแก้ปัญหาตรงจุด ซึ่งอาจมีหลายคนสงสัยว่า บัญชีม้า แบ่งเป็นกี่ประเภท ธนาคารและหน่วยงานรัฐได้แบ่ง บัญชีม้าออกเป็น 5 สี ตามระดับความเสี่ยง ดังนี้

  • ม้าดำ: บัญชีที่ถูกยืนยันว่ามีอาชญากรรมชัดเจน ถูกอายัดทันที 100% และส่งเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย
  • ม้าเทาเข้ม: มีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว ธนาคารเร่งตรวจสอบ และอายัดธุรกรรม ภายใน 24 ชม.
  • ม้าเทาอ่อน: มีสัญญาณน่าสงสัย แต่ยังไม่มีการแจ้งความ ธนาคารอาจระงับธุรกรรมชั่วคราว 3–7 วัน เพื่อรอการพิสูจน์
  • ม้าน้ำตาลเข้ม/อ่อน: ถูกระบบ AI ตรวจพบพฤติกรรมโอนเงินผิดปกติ เช่น ยอดเล็กถี่เกิน 50–100 ครั้ง/วัน ซึ่งอาจอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง หากเสี่ยงสูงจะถูกพักการโอนชั่วคราว

ขั้นตอนการปลดล็อกเมื่อถูกอายัดบัญชีด้วยตัวเอง

  • ติดต่อธนาคาร: แจ้งเหตุทันทีผ่าน Call Center หรือสาขา ใช้เวลาเฉลี่ย 1 ชม.
  • ยื่นหลักฐาน: ไม่ว่าจะเป็น สลิปเงินเดือน สัญญาซื้อขาย ใบโอน โดยธนาคารจะตรวจสอบเอกสารภายใน 1–2 วัน
  • ส่งคำร้องหน่วยงานรัฐ: เพื่อให้ ศปอส. หรือ ธปท. ตรวจสอบเส้นทางเงิน หากพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง จะปลดล็อกบัญชีใน 1–3 วันทำการ
  • ติดตามผล: กรณีเอกสารไม่ครบ อาจยืดเวลาเป็น 7 วัน แต่หากครบถ้วนจะได้บัญชีกลับมาเร็วกว่า
ที่มา: เปิดประเภทบัญชีม้า 5 สี และ ขั้นตอนการปลดล็อก ด้วยตัวเอง (15 กันยายน 2025) [3]

วิธีแก้ คนธรรมดาที่โดนผลกระทบ จากมาตรการอายัด–ระงับธุรกรรม

มาตรการอายัดบัญชี แม้ช่วยปิดเส้นทางอาชญากรรม ได้มากกว่า 70% แต่ก็สร้างแรงกระแทกให้คนธรรมดา ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง เฉลี่ย 25-30% โดยส่วนมากจะเป็นผู้ประกอบอาชีพให้บริการ ซึ่งหากอยู่ในเส้นเงินร่วมกับบัญชีม้า วิธีแก้คือ การพิสูจน์ความบริสุทธิ์อย่างเป็นระบบ ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

  • รีบแจ้งธนาคารทันที: ติดต่อสาขาหรือ Call Center เพื่อขอทราบสาเหตุ พร้อมบันทึกการสื่อสารเป็นหลักฐาน
  • เตรียมเอกสารการเงิน: สลิปเงินเดือน ใบโอนเงิน เอกสารสัญญา หรือหลักฐานทางธุรกรรมที่ยืนยันที่มาของเงิน
  • ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานรัฐ: ปัจจุบัน ศปอส. และ ธปท. เปิดช่องทางออนไลน์และศูนย์ช่วยเหลือ เพื่อเร่งตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีให้ภายในไม่กี่วัน หากยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง
  • ติดตามสถานะใกล้ชิด: บางกรณีการปลดล็อกอาจช้าเพราะหลักฐานไม่ครบ ดังนั้นการส่งเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่แรกเป็นกุญแจสำคัญ

แม้มาตรการจะเข้มงวดขึ้น แต่ก็มีแนวทางช่วยให้ผู้บริสุทธิ์ไม่ต้องติดอยู่นอกระบบการเงินนานเกินไป การรู้ขั้นตอนและเตรียมหลักฐานล่วงหน้า คือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงจากผลกระทบเหล่านี้

ข้อสรุป ทำไมถึงเรียกว่า บัญชีม้า แบบเข้าใจง่าย

ทำไมถึงเรียกว่า บัญชีม้า

บัญชีม้าคือ การเปรียบเจ้าของบัญชีเหมือนม้าที่ถูกใช้แบกของ ไม่มีสิทธิ์เลือกเส้นทางเอง แต่ถูกสั่งให้ขนเงินแทนผู้อื่น วันนี้มันไม่ใช่แค่คำสแลง แต่คือบัญชีต้องห้ามที่กฎหมายไทยระบุโทษชัดเจนและอันตรายต่อชีวิตการเงิน

คำสแลง การเรียกบัญชีม้า ช่วยให้คนเข้าใจอันตรายมากขึ้นหรือไม่?

คำว่า บัญชีม้าทำให้คนทั่วไป เข้าใจง่ายและติดหู แต่ก็อาจทำให้ปัญหาดูเบากว่าความจริง ทั้งที่เบื้องหลังคืออาชญากรรมการเงินร้ายแรงที่มีโทษทางกฎหมายชัดเจน

ถ้าวันหนึ่งไม่มีบัญชีม้า อาชญากรรมทางการเงินจะหายไปหรือไม่?

คำตอบคือไม่ เพราะอาชญากรจะหาทางใหม่ เช่น ใช้ e-Wallet หรือคริปโตแทนบัญชีม้า การปราบบัญชีม้าเป็นเพียงการปิดช่องหนึ่ง แต่สงครามกับอาชญากรรมการเงินยังไม่จบ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง