ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ กับเหตุผลที่ลึกกว่าติดการพนัน

ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้

เมื่อถามว่า ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพราะ ใจไม่แข็ง หรือขาดความยับยั้งชั่งใจ แต่ความจริงมันลึกกว่านั้นมาก เพราะการเล่นพนันไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน แต่โยงไปถึงสมอง พฤติกรรม สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีในปี 2025 ที่ทำให้คนจำนวนมากติดโดยไม่รู้ตัว

  • การเล่นพนันคืออะไร?
  • ทำไมคนเล่นเดิมพัน ถึงเสพติดการเล่นพนัน
  • โรคเสพติดการเล่นพนัน อันตรายแค่ไหน?

ทำความรู้จัก การเล่นพนัน คืออะไร ทำไมคนถึงเสพติด

สำหรับ การเล่นพนันในปี 2025 ไม่เหมือนยุคก่อน ที่ต้องเดินเข้าบ่อน หรือคาสิโนอีกต่อไป ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ผ่านมือถือ ภายในไม่กี่วินาที ตั้งแต่สล็อต เกมไพ่ ไปจนถึงพนันกีฬาออนไลน์ ระบบทั้งหมดถูกออกแบบให้เข้าถึงง่าย ตอบสนองเร็ว และให้ความรู้สึกชนะ แบบทันใจ 

แม้บางครั้งการเล่น อาจจะไม่ได้เงินจริงก็ตาม ทำให้สมองเชื่อมโยงว่าการเล่น คือความสนุก แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นการสูญเสียมากกว่าชนะ 

ซึ่งการเข้าใจบริบทนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่อธิบายได้ว่า ทำไม บางคนเลิกเล่นพนันไม่ได้ แม้จะรู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็เหมือนถูกดึงกลับไปกดอีกครั้งเรื่อย ๆ โดยไม่ทันรู้ตัว จนกลายเป็นพฤติกรรมที่ควบคุมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ และเชื่อมโยงกับความเครียด ความหวัง และความอยากลุ้นเฉียบพลัน

รู้หรือไม่? ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ จึงถึงขั้นเสพติดการเล่นพนัน

ความจริงแล้ว ที่หลายคนเลิกเล่นพนันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่พยายามหรือใจไม่แข็ง แต่เป็นเพราะสมองถูกรูปแบบของเกม ได้เทรนให้สมอง คาดหวังรอบถัดไปเรื่อย ๆ แบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา

ซึ่งทุกการเล่นล้วนออกแบบให้ตอบสนองเร็ว ให้ความรู้สึกเหมือนเกือบชนะ และกระตุ้นอารมณ์จนสมองจดจำพฤติกรรมนี้ไว้ลึกกว่าที่คิด ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้บางคนหลุดเข้าไปถึงขั้นเสพติดแบบไม่รู้ตัว และเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลิกไม่ได้ ดังต่อไปนี้

  • โดปามีนหลังเห็นผลลัพธ์: สมองหลั่งสาร Dopamine ที่จะสร้างความสุขทันทีที่มีลุ้น แม้จะเสียเงินก็ยังเกิดการคาดหวังรอบถัดไป ทำให้ยากที่จะหยุดแบบทันทีทันใด (23 มีนาคม 2022) [1]
  • ระบบรางวัลแบบสุ่มที่เดายาก (Variable Reward): เกมอย่างสล็อตหรือเกมเดิมพันรอบไว ถูกออกแบบให้ผลลัพธ์ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทำให้ติดง่ายที่สุด ตามงานวิจัยด้านพฤติกรรมมนุษย์
  • Near-Miss หรือ การเกือบได้: ผลแบบเฉียดชนะ ที่กระตุ้นสมองรุนแรง จนรู้สึกเหมือนชนะจริง ทำให้ผู้เล่นเข้าใจผิดว่าแค่ขาดอีกนิด จนอยากลองอีกครั้งซ้ำ ๆ ทำให้อาจหลงเหลี่ยม จิตวิทยา บนโต๊ะคาสิโน ได้แบบง่ายๆ 
  • ความเร็วของรอบเกม: ไม่กี่วินาทีรู้ผล ทำให้สมองไม่มีเวลาถอย หรือประเมินความเสี่ยง เป็นสาเหตุสำคัญของการกดเล่นต่อแบบไม่รู้ตัว
  • อารมณ์ชั่ววูบ เช่น เครียด เหงา เบื่อ: ช่วงอารมณ์แย่ คือจุดที่ทำให้คนหลุดง่ายที่สุด ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% เพราะสมองจะมองหาอะไรก็ตาม ที่พาออกจากความรู้สึกแย่ อย่างรวดเร็ว และการพนันตอบโจทย์นั้นแบบทันที
  • ความคิดอยากเอาคืน (Loss-Chasing): คนส่วนใหญ่กว่า 90% ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองแพ้ จึงเล่นต่อเพื่อแก้มือ นี่คือหลุมที่ยิ่งขุดยิ่งลึกที่สุดในวงการพนัน

ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันแบบเงียบ ๆ จนคนจำนวนมากติดโดยไม่รู้ตัว และเป็นคำอธิบายสำคัญว่า ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ แม้จะมีเจตนาดีแค่ไหนก็ตาม

ถอดรหัส พฤติกรรมมนุษย์ ที่เชื่อมกับการพนันโดยไม่รู้ตัว

โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์มีธรรมชาติร่วมกัน คืออยากรู้ผลลัพธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นแรงดึงดูดพื้นฐานของเกมพนันหลายชนิด แต่ในโลกออนไลน์ในยุคปี 2000s ความเร็วของระบบ ทำให้ปฏิกิริยาเหล่านี้รุนแรงขึ้น อาทิเช่น การเล่นตอนเหงา เครียด หรือมีแรงกดดันทางการเงิน 

เรียกได้ว่า ทั้งหมดล้วนเป็นตัวกระตุ้นชั้นดี ที่ผลักให้คนกลับไปเล่นเพื่อหาความรู้สึกดีชั่วคราว นอกจากนี้ หลายคนยังติดกับดัก การอยากแก้มือ โดยคิดว่าจะเอาคืนได้ในรอบถัดไป ทำให้เล่นหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนความเสี่ยงสะสมสูงขึ้น และออกจากวงจรนี้ได้ยากกว่าเดิม

เจาะลึก โรคเสพติดการเล่นพนัน อันตรายแค่ไหน

ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้

โรคเสพติดการพนัน ไม่ใช่เรื่องเล็ก และถูกจัดเป็นหนึ่งในพฤติกรรมเสพติด ที่ทางอนามัยโลกให้การยอมรับ ว่าเทียบเท่าการติดสารเสพติดบางชนิด โดยในงานวิจัยพบว่า เพราะผลของมันไม่ได้กระทบแค่เงิน แต่ส่งผลต่อความคิด การตัดสินใจ ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิตทั้งหมด (29 มิถุนายน 2023) [2]

แม้จะเป็นการเล่นแบบเป็นครั้งคราว กับการเสพติด ก็มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ ซึ่งถ้าข้ามไปแล้วกลับมาได้ยาก บางคนเริ่มจากความสนุก แต่จบลงด้วยการหมุนเงินจนยุ่งเหยิง สร้างความเครียดมากขึ้น 

และสุดท้าย อาจกระตุ้นให้เล่นต่อเพื่อหวังแก้ปัญหา ทั้งที่ผลลัพธ์มักสวนทางกันเสมอ โดยเฉพาะในปี 2025 ที่ความง่ายของการเข้าถึงทำให้คนมีความเสี่ยงสูงกว่ายุคก่อนหลายเท่า

วิธีสังเกต พฤติกรรมโรคเสพติดการพนัน ว่าเข้ากลุ่มเสี่ยงหรือไม่?

หากใครที่สงสัยว่า ตัวเองหรือคนใกล้ตัว อาจเริ่มเข้าสู่ภาวะเสพติดการพนัน สามารถเช็กได้จากพฤติกรรมที่กรมสุขภาพจิต ใช้เป็นเกณฑ์ประเมิน ซึ่งช่วยให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า ความสนุกเริ่มพัฒนาไปเป็นความเสี่ยงหรือยัง 

โดยแต่ละข้อ คือสัญญาณเตือน ที่มักเกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว และถ้าเริ่มมีหลายข้อพร้อมกัน แปลว่าควรหยุดทันทีและประเมินตัวเองใหม่อย่างจริงจัง ซึ่งด้านล่างคือ 10 พฤติกรรมเสี่ยง ที่พบได้บ่อยที่สุด ประกอบไปด้วย

  1. รู้สึกกระสับกระส่าย หรือหงุดหงิดเมื่อหยุดเล่นพนัน: เป็นสัญญาณแรก ๆ ว่าสมองเริ่มตอบสนองแบบ withdrawal คล้ายการขาดสารกระตุ้นบางชนิด
  2. การพนันส่งผลต่อความสัมพันธ์ การเรียน หรือการทำงาน: เริ่มเสียสมาธิ ผลงานตก หรือมีปัญหากับคนรอบตัว เพราะหันไปโฟกัสการพนันมากกว่าเรื่องสำคัญจริง ๆ
  3. หลังจากเสียเงินแล้ว พยายามกลับไปเล่นอีกเพื่อเอาคืน: พฤติกรรมอยากแก้มือ คือจุดเริ่มต้นของการจมลึกที่สุด เพราะยิ่งเล่นยิ่งเสีย และยิ่งเสียยิ่งอยากเอาคืน
  4. เล่นพนันเพื่อหนีปัญหา หรือเพื่อทำให้รู้สึกดีขึ้นชั่วคราว: หลายคนใช้การพนันแทนการผ่อนคลาย ทำให้สมองเชื่อมโยงความเครียด กับการพนันจนแยกกันไม่ออก
  5. ต้องขอให้คนอื่นยืมเงิน หรือช่วยชำระหนี้เพราะการพนัน: เป็นสัญญาณว่าพฤติกรรมการเงินเริ่มผิดปกติ และกำลังเข้าสู่ความเสี่ยงด้านหนี้สิน
  6. ทำผิดกฎหมาย: ตัวอย่างเช่น ยักยอกหรือขโมยเงินเพื่อนำไปใช้เล่นพนัน แม้จะเริ่มจากจำนวนเล็ก ๆ แต่ถือเป็นสัญญาณรุนแรงของ การสูญเสียความสามารถในการควบคุมตัวเอง
  7. พยายามลด หรือควบคุมพฤติกรรมเกมพนันแต่ไม่สำเร็จ: บอกตัวเองหลายครั้งว่าจะหยุด แต่กลับไปเล่นอีก ทำให้เห็นว่ากลไกสมองกำลัง “ชนะ” ความตั้งใจ
  8. เล่นพนันด้วยจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ความรู้สึกเท่าเดิม: คล้ายการเพิ่มโดสในผู้เสพติด เพราะสมองเริ่มชิน กับระดับความตื่นเต้นเดิม ๆ
  9. โกหกครอบครัว หรือคนใกล้ตัว เกี่ยวกับการเล่นพนันของตัวเอง: ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองเล่นหนักแค่ไหน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพฤติกรรมเริ่มควบคุมไม่ได้แล้ว
  10. กังวลเรื่องการพนัน มากจนรบกวนชีวิตประจำวัน: คิดเรื่องการพนันตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนทำงาน นอน หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ

ซึ่งจากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ใครที่มี 5 ข้อขึ้นไป คือเข้าข่ายโรคเสพติดการพนัน หรือใครที่มี 3–4 ข้อ จัดเป็นกลุ่มปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพนัน และสุดท้าย ใครที่มีเพียง 1–2 ข้อ ก็จัดอยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่มีความเสี่ยง และควรเริ่มปรับพฤติกรรมก่อนจะลุกลาม (21 พฤษภาคม 2025) [3]

แนะนำ เทคนิคปิดจุดอ่อน ลดแรงกระตุ้นที่ส่งผลต่อการเสพติดพนัน

คำแนะนำ จากคนที่เคยเล่นพนันจนเสพติด ซึ่งหากใครรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีความเสี่ยง สิ่งที่ช่วยได้มีหลายอย่าง ดังนี้

  • ปิดทางเข้าที่คุ้นเคย อาทิเช่น ลบเว็บ ลบไลน์ หรือลบบัญชีที่เคยใช้
  • ตั้งกติกากับตัวเอง เช่น ไม่เล่นตอนมีอารมณ์ลบ เหงา หรือเครียด
  • บันทึกจำนวนเงินที่เสียจริง เพื่อให้สมองเห็นผลลัพธ์ชัด ๆ
  • เพิ่มกิจกรรมที่ให้รางวัลแบบยั่งยืน เช่น ออกกำลังกาย เล่นดนตรี เล่นเกมที่ไม่ต้องใช้เงินจริง
  • ขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด เพื่อให้มี “เส้นคั่น” ระหว่างตัวเองกับเกมพนัน

โดยเทคนิคเหล่านี้ อาจจะช่วยลดแรงกระตุ้น ได้มากถึง 85% และทำให้ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น แม้จะไม่ง่ายในช่วงแรก แต่ช่วยให้สมองค่อย ๆ รีเซ็ตจากพฤติกรรมเดิม

บทสรุป ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ เกิดจากอะไร

ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้

สรุปง่าย ๆ คือ คนที่เลิกไม่ได้ อาจไม่ได้อ่อนแอ แต่เป็นเพราะสมอง พฤติกรรม และสภาพแวดล้อม ที่ทำงานร่วมกัน จนกลายเป็นวงจรที่ยากจะออกมาได้ ซึ่งการเข้าใจกลไกเหล่านี้ จะช่วยให้เรารู้ทันตัวเองมากขึ้น ทั้งสำหรับผู้เล่นที่กำลังหาทางหยุด หรือคนรอบข้างที่อยากช่วยเหลืออย่างถูกวิธี

คนที่ติดการพนัน เป็นเพราะความโลภ ใช่หรือไม่?

คำตอบคือ อาจไม่ใช่เลยทั้งหมด โดยส่วนใหญ่ที่ติด เพราะสมองถูกกระตุ้นด้วยโดปามีนจากความลุ้นมากกว่าเงิน ทำให้อยากลองอีกครั้งแม้จะรู้ว่าเสียมากกว่าได้ ซึ่งเป็นกลไกทางประสาทที่ควบคุมได้ยากกว่าความโลภหลายเท่า

สุดท้ายแล้ว การพนันออนไลน์ปี 2025 อันตรายกว่าเมื่อก่อนจริงหรือไม่?

คำตอบคือ จริง เพราะรอบเกมเร็วกว่าเข้าถึงง่ายกว่า และมีความเป็นส่วนตัวสูง ทำให้แรงต้านจากสังคมลดลงมาก ส่งผลให้ติดง่ายขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีความเครียด หรือมีช่องโหว่ทางอารมณ์อยู่แล้ว

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง