
ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ กับเหตุผลที่ลึกกว่าติดการพนัน
- Spawn
- 77 views

เมื่อถามว่า ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพราะ ใจไม่แข็ง หรือขาดความยับยั้งชั่งใจ แต่ความจริงมันลึกกว่านั้นมาก เพราะการเล่นพนันไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน แต่โยงไปถึงสมอง พฤติกรรม สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีในปี 2025 ที่ทำให้คนจำนวนมากติดโดยไม่รู้ตัว
สำหรับ การเล่นพนันในปี 2025 ไม่เหมือนยุคก่อน ที่ต้องเดินเข้าบ่อน หรือคาสิโนอีกต่อไป ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ผ่านมือถือ ภายในไม่กี่วินาที ตั้งแต่สล็อต เกมไพ่ ไปจนถึงพนันกีฬาออนไลน์ ระบบทั้งหมดถูกออกแบบให้เข้าถึงง่าย ตอบสนองเร็ว และให้ความรู้สึกชนะ แบบทันใจ
แม้บางครั้งการเล่น อาจจะไม่ได้เงินจริงก็ตาม ทำให้สมองเชื่อมโยงว่าการเล่น คือความสนุก แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นการสูญเสียมากกว่าชนะ
ซึ่งการเข้าใจบริบทนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่อธิบายได้ว่า ทำไม บางคนเลิกเล่นพนันไม่ได้ แม้จะรู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็เหมือนถูกดึงกลับไปกดอีกครั้งเรื่อย ๆ โดยไม่ทันรู้ตัว จนกลายเป็นพฤติกรรมที่ควบคุมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ และเชื่อมโยงกับความเครียด ความหวัง และความอยากลุ้นเฉียบพลัน
ความจริงแล้ว ที่หลายคนเลิกเล่นพนันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่พยายามหรือใจไม่แข็ง แต่เป็นเพราะสมองถูกรูปแบบของเกม ได้เทรนให้สมอง คาดหวังรอบถัดไปเรื่อย ๆ แบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา
ซึ่งทุกการเล่นล้วนออกแบบให้ตอบสนองเร็ว ให้ความรู้สึกเหมือนเกือบชนะ และกระตุ้นอารมณ์จนสมองจดจำพฤติกรรมนี้ไว้ลึกกว่าที่คิด ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้บางคนหลุดเข้าไปถึงขั้นเสพติดแบบไม่รู้ตัว และเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลิกไม่ได้ ดังต่อไปนี้
ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันแบบเงียบ ๆ จนคนจำนวนมากติดโดยไม่รู้ตัว และเป็นคำอธิบายสำคัญว่า ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ แม้จะมีเจตนาดีแค่ไหนก็ตาม
โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์มีธรรมชาติร่วมกัน คืออยากรู้ผลลัพธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นแรงดึงดูดพื้นฐานของเกมพนันหลายชนิด แต่ในโลกออนไลน์ในยุคปี 2000s ความเร็วของระบบ ทำให้ปฏิกิริยาเหล่านี้รุนแรงขึ้น อาทิเช่น การเล่นตอนเหงา เครียด หรือมีแรงกดดันทางการเงิน
เรียกได้ว่า ทั้งหมดล้วนเป็นตัวกระตุ้นชั้นดี ที่ผลักให้คนกลับไปเล่นเพื่อหาความรู้สึกดีชั่วคราว นอกจากนี้ หลายคนยังติดกับดัก การอยากแก้มือ โดยคิดว่าจะเอาคืนได้ในรอบถัดไป ทำให้เล่นหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนความเสี่ยงสะสมสูงขึ้น และออกจากวงจรนี้ได้ยากกว่าเดิม

โรคเสพติดการพนัน ไม่ใช่เรื่องเล็ก และถูกจัดเป็นหนึ่งในพฤติกรรมเสพติด ที่ทางอนามัยโลกให้การยอมรับ ว่าเทียบเท่าการติดสารเสพติดบางชนิด โดยในงานวิจัยพบว่า เพราะผลของมันไม่ได้กระทบแค่เงิน แต่ส่งผลต่อความคิด การตัดสินใจ ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิตทั้งหมด (29 มิถุนายน 2023) [2]
แม้จะเป็นการเล่นแบบเป็นครั้งคราว กับการเสพติด ก็มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ ซึ่งถ้าข้ามไปแล้วกลับมาได้ยาก บางคนเริ่มจากความสนุก แต่จบลงด้วยการหมุนเงินจนยุ่งเหยิง สร้างความเครียดมากขึ้น
และสุดท้าย อาจกระตุ้นให้เล่นต่อเพื่อหวังแก้ปัญหา ทั้งที่ผลลัพธ์มักสวนทางกันเสมอ โดยเฉพาะในปี 2025 ที่ความง่ายของการเข้าถึงทำให้คนมีความเสี่ยงสูงกว่ายุคก่อนหลายเท่า
หากใครที่สงสัยว่า ตัวเองหรือคนใกล้ตัว อาจเริ่มเข้าสู่ภาวะเสพติดการพนัน สามารถเช็กได้จากพฤติกรรมที่กรมสุขภาพจิต ใช้เป็นเกณฑ์ประเมิน ซึ่งช่วยให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า ความสนุกเริ่มพัฒนาไปเป็นความเสี่ยงหรือยัง
โดยแต่ละข้อ คือสัญญาณเตือน ที่มักเกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว และถ้าเริ่มมีหลายข้อพร้อมกัน แปลว่าควรหยุดทันทีและประเมินตัวเองใหม่อย่างจริงจัง ซึ่งด้านล่างคือ 10 พฤติกรรมเสี่ยง ที่พบได้บ่อยที่สุด ประกอบไปด้วย
ซึ่งจากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ใครที่มี 5 ข้อขึ้นไป คือเข้าข่ายโรคเสพติดการพนัน หรือใครที่มี 3–4 ข้อ จัดเป็นกลุ่มปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพนัน และสุดท้าย ใครที่มีเพียง 1–2 ข้อ ก็จัดอยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่มีความเสี่ยง และควรเริ่มปรับพฤติกรรมก่อนจะลุกลาม (21 พฤษภาคม 2025) [3]
คำแนะนำ จากคนที่เคยเล่นพนันจนเสพติด ซึ่งหากใครรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีความเสี่ยง สิ่งที่ช่วยได้มีหลายอย่าง ดังนี้
โดยเทคนิคเหล่านี้ อาจจะช่วยลดแรงกระตุ้น ได้มากถึง 85% และทำให้ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น แม้จะไม่ง่ายในช่วงแรก แต่ช่วยให้สมองค่อย ๆ รีเซ็ตจากพฤติกรรมเดิม

สรุปง่าย ๆ คือ คนที่เลิกไม่ได้ อาจไม่ได้อ่อนแอ แต่เป็นเพราะสมอง พฤติกรรม และสภาพแวดล้อม ที่ทำงานร่วมกัน จนกลายเป็นวงจรที่ยากจะออกมาได้ ซึ่งการเข้าใจกลไกเหล่านี้ จะช่วยให้เรารู้ทันตัวเองมากขึ้น ทั้งสำหรับผู้เล่นที่กำลังหาทางหยุด หรือคนรอบข้างที่อยากช่วยเหลืออย่างถูกวิธี
คำตอบคือ อาจไม่ใช่เลยทั้งหมด โดยส่วนใหญ่ที่ติด เพราะสมองถูกกระตุ้นด้วยโดปามีนจากความลุ้นมากกว่าเงิน ทำให้อยากลองอีกครั้งแม้จะรู้ว่าเสียมากกว่าได้ ซึ่งเป็นกลไกทางประสาทที่ควบคุมได้ยากกว่าความโลภหลายเท่า
คำตอบคือ จริง เพราะรอบเกมเร็วกว่าเข้าถึงง่ายกว่า และมีความเป็นส่วนตัวสูง ทำให้แรงต้านจากสังคมลดลงมาก ส่งผลให้ติดง่ายขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีความเครียด หรือมีช่องโหว่ทางอารมณ์อยู่แล้ว

