
นักชก ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน ยอดมวยแห่งยุค
- MY Kismet
- 131 views

นักชก ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน ยอดมวยแห่งยุค อีกหนึ่งคนในวงการ มีอาวุธหนักคือ การอ่านเกมของคู่ต่อสู้ และสกิลการหลบหลีก อีกทั้งยังมีหมัด ที่หนักหน่วง เป็นความน่ากลัว ที่ใครหลายๆ คนต่างนับถือ เป็นนักมวยที่มีเส้นทาง การเข้าวงการมวย ที่หลากหลาย ผ่านประสบการณ์มามากมาย
ชื่อวงการ: ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์
ชื่อจริง: ศุภชัย หมื่นสังข์
ชื่อเล่น: บอน
วันเกิด: 16 สิงหาคม พ.ศ. 2533
สัดส่วน: สูง 177 ซม. น้ำหนัก 70 กิโลกรัม
ซุปเปอร์บอนนั้น ได้เริ่มต้นเส้นทาง การชกมวยตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ซึ่งคนที่สอนมวย คนแรกในชีวิตคือ “รัตน์ หมื่นสังข์” ซึ่งเป็นพ่อของซุปเปอร์บอนเอง และยังมีฝ่ายซัพพอร์ตนั้นคือ “นางละม้าย หมื่นสังข์” เป็นแม่ของซุปเปอร์บอน โดยทางครอบครัว ได้สนับสนุนให้ ซุปเปอร์บอนเข้ามาวงการมวย แบบเต็มที่เลย
ชื่อแรกในวงการมวย ที่ใช้ในการชกคือ “ซุปเปอร์บอน ลูกเจ้าแม่สายวารี” เป็นชื่อที่คุณพ่อ เป็นคนตั้งให้นั้นเอง ปัจจุบันเองนั้น ซุปเปอร์บอนกำลังเรียนต่อ ในระดับปริญญาตรี โดยเลือกเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เรียนต่อเพื่อให้ได้รับ ใบประกาศนียบัตร
ที่มา: ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน [1]
รายการระดับชาติ
รายการใหญ่อีซูซุคัพ
1. ชอบเล่นเกม/อ่านหนังสือ: ซุปเปอร์บอนนั้น ชื่นชอบการอ่านหนังสือการ์ตูน ชอบแนวการผจญภัย หรือหนังสือแนวแฟนตาซี และชื่นชอบในการเล่นเกม โดยเขามีความพิเศษคือ เขาสามารถเข้าใจเกม และเล่นมันได้ดี เกมที่เขาชอบ จะเป็นเกมแนววางแผน การผจญภัย
2. ตกปลาบ่อย: การตกปลานั้น ถือเป็นกิจกรรมที่ ซุปเปอร์บอนนั้นชื่นชอบ เพราะทางคุณพ่อ คุณแม่ มีอาชีพเป็นเกษตรกรรม จึงทำให้เขาได้ตกปลาบ่อย แต่เมื่อเข้าวงการมวย ทำให้เขาไม่สามารถ ที่จะตกปลาบ่อยได้ จึงทำให้ตอนนี้ เมื่อเขามีเวลาเขาจะ ออกไปตกปลาในสถานที่ต่างๆ ที่เขาอยากจะไป
3. เลี้ยงสัตว์ราคาแพง: ซุปเปอร์บอนเป็นผู้ที่ชื่นชอบ การมีสัตว์เลี้ยง เมื่อเขาย้ายมากรุงเทพ เขาได้ออกตามหาสัตว์เลี้ยง โดยสัตว์ตัวแรกที่ได้มาคือ ลิงพันธุ์เล็กจากแอฟริกา และตอนนี้เขาได้ มีสมาชิกเพิ่มมาอีก นั้นคือแมวเบงกอล ซึ่งเป็นแมวสายพันธุ์ ที่มีราคาค่อนข้างสูง ราคาต่อตัวไม่ต่ำกว่าหลักแสน
4. นักเที่ยวตัวยง: เมื่อเขามีเวลาว่าง จากการชกมวย หรือว่างจากกิจกรรมต่างๆ เขาจะออกไปท่องเที่ยว ในประเทศต่างๆ หรือเที่ยวตามเมืองต่างๆ เพราะเขานั้นชื่นชอบ ที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ และเขายังมีนิสัย ที่ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ไปยุ่งกับใคร ถือว่าเป็นนักชก ที่มีความสุภาพบุรุษ อยู่ในตัวสูงมาก
ที่มา: ONE Championship [2]

ซุปเปอร์บอนเมื่อได้เซ็นสัญญา เข้ามาในรายการ มวยวันแชมเปียนชีพ เขาทำการชกไปแล้ว 9 ไฟต์ ชนะ 6 ไฟต์ และแพ้เพียง 3 ไฟต์ และนี่คือรายการชกทั้งหมด ของเขาในรายการวันแชมเปียนชิพ
ปี 2020-2025 (กติกาคิกบ็อกซิ่ง)
ที่มา: สถิติใน วัน แชมเปียนชิพ [3]
จุดเริ่มต้น ของนักชกยอดฝีมือ ที่มีสังกัดหลากหลายนี้ โดยสังกัดแรกที่ซุปเปอร์บอนอยู่ นั้นคือค่าย “ลูกเจ้าแม่สายวารี” ซึ่งเป็นค่ายมวยของคุณพ่อ ที่สร้างขึ้นมาเอง เพราะเขานั้นชอบกีฬามวย และค่ายลูกเจ้าแม่สายวารี เลยกลายมาเป็นค่ายแรก ที่ซุปเปอร์บอนได้มาอยู่
เมื่อซุปเปอร์บอนเรียนจบ จึงได้ย้ายเข้ามาเรียนต่อ ที่กรุงเทพและได้ย้ายค่าย ที่ใช้ในการฝึกซ้อมมาอยู่ค่าย “ ต.เฉลิมชัย ย่านเหม่งจ๋าย” เป็นค่ายที่สอง ที่ซุปเปอร์บอนอยู่ เขาเคยหายเงียบไปจากวงการ และได้กลับมาอยู่ภายใต้สังกัด “บัญชาเมฆ” ซึ่งเป็นค่ายของบัวขาว บัญชาเมฆ
หลังจากย้ายมาอยู่บัญชาเมฆ เขาได้มีรายการชก ติดต่อเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ชื่อเสียงเขาตอนนั้น ดังไกลไปยังต่างประเทศ และทำให้เขาได้ขึ้นแท่น นักมวยดังที่ทั่วโลกรู้จัก จนต่อมาเขาได้ เข้ามาเซ็นสัญญา กับทางมวยวันแชมเปียนชิพ เพื่อกลับมาพิสูจน์ตัวเอง ในวงการมวยอีกครั้ง
เป็นการให้สัมภาษณ์ ของตะวันฉาย ที่ต้องออกโรง ป้องกันเข็มขัดแชมป์ ในกติกามวยไทยแบบ 5 ยก ที่รายการวันแชมเปียนชิพ ได้จัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคม ผลการชกแบบ ไม่เอกฉันท์ให้ทางตะวันฉาย เป็นฝ่ายชนะไป และสามารถป้องกันแชมป์ได้
โดยหลังจากชกเสร็จ ตะวันฉายได้ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่าวันนี้เขาเหนื่อยมาก ที่ต้องมาเจอกับมวยเก่ง ที่อ่านมวยขาดแบบซุปเปอร์บอน และยังบอกอีกว่า หากเป็นการชกในกติกา คิกบ็อกซิ่งที่ซุปเปอร์บอนถนัด เขาอาจจะเอาชนะไม่ได้ เพราะซุปเปอร์บอนเก่งจริงๆ
หากสนใจอ่านรายละเอียดการสัมภาษณ์คลิก khaosod
กล่าวโดยสรุป นักชกซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน เป็นนักมวยที่ถนัด ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง มีอาวุธที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีจุดเด่น ในเรื่องการอ่านเกม และการอ่านใจคู่ต่อสู้ จึงทำให้เขากลายเป็น นักมวยที่น่ากลัวอีกหนึ่งคน ในวงการมวยไทย นอกจากการชกมวย เขาเปรียบเหมือน หนุ่มสุภาพบุรุษในฝัน ของสาวหลายๆ คน
หากเขามีเวลาว่าง จากการชกมวย เขาชอบที่จะอ่านหนังสือ หรือเล่นเกมอยู่ที่บ้าน หรือไม่ก็จะออกไปตกปลา เพราะเป็นกิจกรรมที่เขาชื่นชอบ และเมื่อเบื่อจากกิจกรรมต่างๆ ที่เล่ามาแล้ว เขามักจะหาสถานที่ท่องเที่ยว และออกไปเรียนรู้ วัฒนธรรมที่แปลกใหม่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ ให้กับตัวเขาเอง
ตั้งแต่เขามาให้รายการ มวยวันแชมเปียนชิพ เขามีรายการชกเพียง 9 ครั้ง และเขาแพ้ไป 3 ครั้ง โดยแพ้ให้คนคนเดียวถึง 2 ครั้งนั้นคือ ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม โดยกติกาที่เขาชก และทำให้เขาแพ้นั้น เป็นกติกามวยไทย เขาไปในฐานะผู้ท้าชิง และไม่สามารถล้มแชมป์ได้ ในการชกทั้งสองครั้งนั้น

