
บัญชีม้า ธนาคารตรวจสอบยังไง รู้ทันการคัดกรอง ก่อนโดนแบน
- Spawn
- 117 views

บัญชีม้า ธนาคารตรวจสอบยังไง เมื่อบัญชีม้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ ธนาคารไทยตรวจเข้มทุกขั้น ตั้งแต่เปิดบัญชีจนถึงการโอนเงินเพียงครั้งเดียว หลายคนอาจไม่รู้ว่ากลไกคัดกรองทำงานละเอียดขนาดไหน ถ้าไม่อยากโดนแบนทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ควรต้องระวังตรงไหนบ้าง
จากหัวข้อคำถามที่ว่า บัญชีม้า ธนาคารตรวจสอบยังไง ปัจจุบันธนาคารไทย ไม่ได้ปล่อยให้บัญชีม้าหลุดรอดง่าย ๆ แต่มีขั้นตอนตรวจสอบหลายชั้น เริ่มตั้งแต่ก่อนเปิดบัญชี อธิบายขั้นตอนที่ธนาคารใช้ตรวจสอบบัญชีม้า แบบเข้าใจง่าย มีดังนี้
ขั้นตอนคัดกรองก่อนเปิดบัญชี (KYC/e-KYC/NDID)
เฝ้าระวังธุรกรรมระหว่างใช้งาน (Transaction Monitoring)
การปักธงและอายัด (Flag & Freeze)
การรายงานและแชร์ข้อมูล (Reporting & Sharing)
ขั้นตอนปิดท้าย (Action)
สำหรับการแยก “บัญชีทั่วไป” ออกจาก “บัญชีม้า” เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก โดยหลักสำคัญ มีความแตกต่างกัน ดังนี้
การเคลื่อนไหวเงินผิดปกติ
ความสัมพันธ์ของผู้โอน–ผู้รับ
พฤติกรรมการใช้งาน
ลักษณะธุรกรรมย่อย (Micro Transactions)
ปี 2024 ธปท.รายงานว่า มีการอายัดและปิดบัญชีม้ามากกว่า 1.66–1.75 ล้านบัญชี ภายในปีเดียว ตัวเลขระดับล้านนี้ สะท้อนว่าบัญชีม้า เป็นหัวใจของอาชญากรรมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงิน หรือฟอกเงินข้ามประเทศ จึงทำให้ถูกจับตาเป็นพิเศษ (31 มกราคม 2025) [1]
ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น การฟอกเงิน และอาชญากรรม เพราะบัญชีม้าเป็นเส้นทางหลักที่ทำให้เงินจากการหลอกลวงไหลเข้าสู่ระบบได้จริง รัฐจึงต้องให้ธนาคารจับตาเข้มตั้งแต่ต้นทาง ส่วนบทบาทของธนาคารในแนวหน้า เพื่อปิดวงจรการเงินของขบวนการนี้

สำหรับการถูกตีตราว่าเป็นบัญชีม้า ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะทันทีที่ระบบธนาคารปักธง บัญชีอาจถูก อายัดหรือจำกัดการใช้งาน โดยอัตโนมัติ ผู้ถือบัญชีไม่สามารถโอน ถอน หรือใช้ทำธุรกรรมได้ตามปกติ แม้จะเป็นคนบริสุทธิ์ ก็ต้องเสียเวลารวบรวมหลักฐาน เพื่อเข้าชี้แจงกับธนาคารและหน่วยงานรัฐ
ซึ่งผลกระทบ ไม่ได้หยุดที่การใช้งานบัญชี แต่ยังลามไปถึง เครดิตบูโร ทำให้กู้เงินหรือทำธุรกรรมทางการเงินอื่น ๆ ยากขึ้น ที่สำคัญคือชื่ออาจถูกบันทึกอยู่ในฐานข้อมูลกลาง (CFR) ทำให้ธนาคารอื่น ๆ ระวัง และตรวจสอบเข้มกว่าปกติ
ช่วงต้นปี 2025 ธนาคารไทยเริ่มตรวจสอบบัญชีม้าเข้มข้นกว่าที่เคย เพื่อสกัดเส้นทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการฟอกเงิน แต่การตรวจเข้มนี้ ก็ทำให้ผู้ใช้บัญชีสุจริตบางกลุ่มโดนลูกหลงไปด้วย เช่น
ผลคือบัญชีถูกอายัด หรือจำกัดการใช้งานทันที เจ้าของต้องรีบหาหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ เช่น ใบแจ้งหนี้ สัญญาจ้าง หรือสลิปการค้าขาย ระหว่างนี้ธุรกิจหยุดชะงัก กระทบทั้งเงินหมุนและความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า (15 กันยายน 2025) [2]
โดยสถานการณ์ล่าสุด ยังมีผู้ร้องเรียนจำนวนไม่น้อยว่า “โดนแบนทั้งที่ไม่ทำผิด” ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าธนาคารจะสร้างสมดุล ระหว่างการป้องกันอาชญากรรม กับการคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ได้อย่างไรในอนาคต ซึ่งหากถามว่า บัญชีม้า โดนแบนกี่ปี แม้จะมีไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่หากผิดจริง คงไม่หากจากคำว่าถาวร

ขั้นตอนการตรวจเข้มของธนาคาร เริ่มตั้งแต่ การเปิดบัญชีด้วย KYC/e-KYC/NDID จากนั้นเฝ้าระวังธุรกรรมด้วย AI และกฎพฤติกรรม หากพบสัญญาณเสี่ยงจะอายัดบัญชี และขอหลักฐานทันที ก่อนรายงานไปยัง ปปง.และแชร์ข้อมูลใน CFR เพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม และความถูกต้องต่อไป
การโอนเงินจำนวนมาก ไม่ได้ทำให้ถูกสงสัยว่าเป็นบัญชีม้าโดยตรง หากรูปแบบและความสอดคล้อง ของธุรกรรม หรือก็คือเงินเข้าออกสอดคล้องกับรายได้ปกติ แต่ถ้าเป็นการรับจากหลายบัญชีไม่รู้จัก แล้วรีบโอนต่อทันที หรือทำธุรกรรมถี่ผิดปกติ นั่นคือสัญญาณที่เข้าข่ายบัญชีม้า และอาจถูกตรวจสอบทันที
โอกาสที่บัญชีสุจริตจะถูกแบน คิดเป็นราว 0.5–1% ของทั้งหมด เท่านั้น แปลว่าโอกาสถูกแบนเพราะระบบตรวจจับผิดพลาดมีจริง แต่ถือว่าค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้สุจริตแต่ละรายยังหนัก เพราะบัญชีถูกจำกัดการใช้งานทันที และต้องใช้เวลาพิสูจน์ความบริสุทธิ์กว่าจะคลายอายัด

