ประวัติ ฐานเคมีลับ ในสงคราม อันดุเดือด

ประวัติ ฐานเคมีลับ ในสงคราม

ประวัติ ฐานเคมีลับ ในสงคราม อันดุเดือด หลายประเทศ ในช่วงยุคสมัยแรก เน้นเรื่องการ พัฒนาสารเคมี เพื่อใช้เป็นอาวุธลับ ในการเอาชนะ การทำสงคราม โดยมีประเทศ มหาอำนาจหลายแห่ง ที่เลือกใช้อาวุธนี้ เราจะมาทบทวน เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ของการใช้สารเคมี และการทำสงครามกัน

  • คำนิยามและการแบ่งประเภทของอาวุธเคมี
  • กฎการควบคุมและประวัติยุคแรกของอาวุธเคมี
  • ผลกระทบและสถานที่ที่ยังมีให้เห็นอยู่

คำนิยามของกลุ่ม อาวุธสงครามเคมี

สำหรับสารเคมี ในช่วงยุคสมัยแรก เป็นการพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการ ใช้ชีวิตของผู้คน จนเมื่อกลุ่ม นักวิทยาศาสตร์ได้มีการ ค้นพบความอันตราย ของสารพิษเหล่านี้ และได้มีการพัฒนา เพื่อใช้ในการเป็น อาวุธทางเคมี ในช่วงสงครามโลก ในครั้งที่ 1 เมื่อปี 1914–1918

ได้มีการใช้อาวุธสงคราม ที่เป็นแก๊สพิษ คล้ายกันกับ ซาริน ที่เป็นก๊าซพิษเช่นกัน โดยการใช้อาวุธ ในครั้งนี้นั้น ได้ทำให้มีทหาร เสียชีวิตลงกว่า 5 พันนาย และเมื่อสิ้นสุดสงคราม ประเทศที่ทำสงคราม เริ่มมีการพัฒนา สารเคมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (18 กันยายน 1998) [1] สิ่งนี้ทำให้มีผู้ที่ ได้รับผลกระทบ

โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 91,000 คน และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 1.3 ล้านคน สำหรับความสูญเสีย ที่ยิ่งใหญ่นี้ ทำให้หลายประเทศ เริ่มมีข้อกังวลเกี่ยวกับ การใช้สารเคมี ในการทำสงคราม และได้มีการให้คำนิยาม ของการใช้สารเคมีเหล่านี้ว่า เป็นสารอันตราย ที่ไม่ควรมีการใช้ และไม่ควรที่การ พัฒนาต่อยอดอีก

ลักษณะประเภท ของการใช้งานทั้งหมด

สำหรับการจำแนก ประเภทการใช้งาน ส่วนใหญ่แล้ว จะจำแนกการใช้งาน ตามค่าสถานะหลัก นั้นคือ กลุ่มของเหลว ของแข็ง และกลุ่มก๊าซ ซึ่งลักษณะการทำงาน ของสารพิษเหล่านี้ คือส่งผลกระทบ ต่อสิ่งมีชีวิตโดยตรง ทั้งก่อให้เกิดอาการแพ้ ผลข้างเคียงรุนแรง หรืออาจจะทำให้ เสียชีวิตได้

ลักษณะการทำงาน ของสารพิษแต่ละประเภท ร่างกายมักจะได้รับ ผ่านการสัมผัส การดูดซึมเข้าผิวหนัง การสูดดม หรือแม้แต่การกิน เข้าไปทางปาก ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ มักจะมีการเพิ่ม ส่วนประกอบอื่นๆ เข้าไปเพิ่มอีก เพื่อเพิ่มความรุนแรง โดยแต่ละกองทัพ จะมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ประจำการอยู่

การลงนาม สัญญาเลิกใช้ สารเคมีอันตราย

เป็นการออกกฎหมาย อีกทั้งยังเป็น การลงนามสัญญา ที่ว่าด้วยการห้ามใช้ การผลิต หรือการกักตุน อาวุธทางเคมี เพื่อการทำสงคราม โดยเนื้อหาสัญญา ครอบคลุมไปถึง การจัดหา หรือการจัดการ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ ต่อประเทศคู่สัญญา และได้มีการลงนาม เมื่อช่วง 13 มกราคม 1993

เมื่อลงสัญญาเรียบร้อยแล้ว ได้มีการพิจารณา ถึงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับผลกระทบ ของการใช้อาวุธ ทางเคมีเหล่านี้ โดยเฉพาะกองทัพ หรือกลุ่มฐานทัพ ที่อาจจะมีการ ลักลอบกักตุน และร่างสัญญานี้ ได้เริ่มมีผล บังคับเมื่อช่วงวันที่ 29 เมษายน 1997 โดยมีประเทศอียิปต์ และเกาหลีเหนือ ที่ยังไม่เข้าร่วม สัญญานี้

ช่วงสมัยแรก ของการสร้างฐานลับเคมี

ประวัติ ฐานเคมีลับ ในสงคราม

ช่วงยุคแรก ย้อนกลับไปเมื่อ ยุคอุตสาหกรรม กำลังเริ่มเข้ามา สู่มนุษยชาติ โดยช่วงยุคสมัยนั้น ได้เริ่มมีการ พัฒนาสารเคมี เพื่อใช้ในการ เพิ่มคุณภาพ และประสิทธิภาพ ของการทำงานแล้ว ต่อมาเมื่อเข้าสู่ ศตวรรษที่ 19 บรรดากองทัพ ได้เริ่มให้ความสนใจ ในการใช้สารเคมี เพื่อการทำสงครามแล้ว (22 ธันวาคม 2025) [2]

โดยหลายประเทศ เริ่มมีการสนับสนุน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ให้มีการสร้างฐานทัพลับ เพื่อการพัฒนา สูตรสารเคมี ที่ใช้ในการทำสงครามขึ้น โดยการใช้งาน สารเคมีอันตรายเหล่านี้ ได้เริ่มนิยมเมื่อช่วง สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยสารเคมีชุดแรก ที่ได้มีการพัฒนาขึ้น มีส่วนผสมของคลอรีน

อีกทั้งในแต่ละประเทศ และแต่ละฐานทัพ ยังมีการเพิ่ม สารประกอบอื่นๆ เพื่อสร้างผลกระทบ ที่โดดเด่น และแตกต่าง จากประเทศอื่นอีก ทั้งนี้มีการจดบันทึก ในส่วนของผู้ที่ ได้รับบาดเจ็บ จากสารเคมีเหล่านี้ มีอยู่ประมาณ 5 แสนถึง 1.3 ล้านคน หรือคิดเป็น 2-4% ของกลุ่มทหาร ที่เข้าร่วมสงคราม

ผลกระทบต่อ ระบบนิเวศวงกว้าง

1. จากการศึกษา เมื่อปี 2543-2548 พื้นที่ที่มีการ ทดลองอาวุธทางเคมี ยังต้องมีการฟื้นฟู ถึงยุคปัจจุบันนี้อยู่
2. พื้นที่แฮนฟอร์ด ของสหรัฐ กลายเป็นพื้นที่ ปนเปื้อนสารเคมี เนื่องจากการผลิต พลูโทเนียม ที่ใช้เป็น อาวุธนิวเคลียร์ และการฟื้นฟู อาจจะต้องใช้เงินกว่า 6.4 ล้านเหรียญ (6 สิงหาคม 2023) [3]
3. กลุ่มการผลิต ส่วนประกอบ ของอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ผู้คน และสิ่งแวดล้อมใกล้เคียง ได้รับผลกระทบ เรื่องของสารปนเปื้อน และผลกระทบ ทางร่างกาย เรื่องการเป็นโรคอีก
4. ครอบครัวที่อยู่ ใกล้พื้นที่ทดลอง และการผลิต ได้รับผลกระทบ เรื่องของสารปนเปื้อนทั้งสิ้น
5. กลุ่มสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ในพื้นที่ใกล้เคียง กลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมีสารปนเปื้อน จำนวนมากอยู่
6. สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ถูกใช้เป็น เครื่องมือทดลอง ล้วนแล้วแต่ ได้รับการทรมาน และเสียชีวิต

ฐานทัพลับ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ฐานทัพลับของ ประเทศจีนที่ชื่อว่า “816 Nuclear Military Plant” ตั้งอยู่ในเมืองฉงชิ่ง ถูกสร้างขึ้นเพื่อ พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ในยุคของสงครามเย็น โดยฐานทัพนี้ มีความลึกลับ และไร้ซึ่งเค้าโครง ของฐานทัพ และมีความลับมากมาย ซ่อนอยู่ภายใน ตอนนี้ได้กลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์แล้ว

หากสนใจอ่านทั้งหมดนี้คลิก thailibrary

ประวัติ ฐานเคมีลับ ในสงคราม และหน้าสรุป

หน้าสรุปจบ ประวัติ ฐานเคมีลับในสงคราม เป็นการที่หลายประเทศ เล็งเห็นประสิทธิภาพ ของสารเคมี ในการใช้งาน เพื่อเป็นอาวุธสงคราม จึงได้มีการ สร้างฐานทัพ สำหรับการพัฒนา สารเคมีโดยเฉพาะ และในตอนนี้ เราจะเห็นได้ว่า อาวุธที่ยังหลงเหลืออยู่ คืออาวุธนิวเคลียร์

ทำไมต้องใช้สารเคมี เพื่อทำสงคราม

เพราะการใช้สารเคมี ส่งผลข้างเคียง ต่อร่างกายมนุษย์ ได้โดยตรง อีกทั้งยังมี ประสิทธิภาพการทำงานสูง สามารถโจมตี กลุ่มศัตรูได้ อีกทั้งยังสามารถ ทำลายกองทัพขนาดใหญ่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นการใช้เพียง สารเคมีไม่กี่ชนิด ในการทำลายกองทัพ จึงได้รับความนิยมสูง ในช่วงยุคนั้น

ทำไมต้องมีการ ปนเปื้อนของสารเคมี

ก่อนการใช้งาน แต่ละประเทศจะมีการ ทดลองอาวุธทางเคมี เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ การทำงาน อีกทั้งยังเป็นการ หาจุดบกพร่อง เพื่อการปรับปรุง สิ่งเหล่านี้ทำให้ พื้นที่ที่เป็น ส่วนของการทดลอง มักจะได้รับ สารพิษโดยตรง และพื้นที่เหล่านั้น จะกลายเป็นพื้นที่ ที่มีสารปนเปื้อน อีกทั้งยังฟื้นฟู ได้ยากอีกด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง