ประวัติ ปริม อินทวงศ์ มือเซ็ตผู้สร้างตำนานระดับโลก

ประวัติ ปริม อินทวงศ์

ประวัติ ปริม อินทวงศ์ มือเซ็ตผู้สร้างตำนานระดับโลก เป็นมือเซ็ตที่ถือได้ว่า ฝีมือเก่งกาจ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และเป็นผู้สร้างตำนาน ตัวเซ็ตที่รับมือยากที่สุด เพราะโดดเด่นทั้งเรื่อง การเป็นมือเซ็ต และการขึ้นตีบอลสอง ที่ทำเอาหลายคน ตะลึงในผลงานของเธอ เป็นผู้เล่นคนสำคัญ ของทีมชาติไทย

  • ความสำคัญและผู้สนับสนุนความฝันในการเป็นนักกีฬา
  • การเข้าสู่ทีมชาติชุดใหญ่และประวัติส่วนตัวของปริมอินทวงศ์
  • ฉายาในวงการวอลเลย์บอลและชีวิตหลังเกษียณทีมชาติ

ปริมอินทวงศ์ สำคัญอย่างไร กับวงการวอลเลย์บอล

ระดับความสำคัญ ของปริมนั้นถือได้ว่า เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ ของทีมชาติไทย ในการสร้างชื่อเสียง ในการแข่งขันระดับโลก ในวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ผลงานที่โดดเด่น เกิดมาจากการแข่งขัน World Grand Prix 2011 ในครั้งนั้นทีมชาติไทย สามารถเอาชนะ ทีมชาติอันดับหนึ่ง อย่างทีมชาติจีนได้

เมื่อจบการแข่งขัน ทีมชาติไทยจบที่อันดับ 6 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทีมชาติไทย สามารถมีอันดับดีขนาดนี้ และคะแนนตารางโลก ทีมชาติเป็นทีมที่ 10 ของโลก โดยการนำทัพของปริม ผลงานระดับโลกในครั้งนี้ ปริมถือได้ว่า มีบทบาทสำคัญ ในการนำทีมคว้าชัยชนะมาครอง

ผลงานของปริม ถูกใจผู้คนในประเทศ เพราะมีฟอร์มการเล่นที่ดุเดือด และยังเป็นผู้เล่นที่ทำให้ ทีมชาติไทยคว้าเหรียญทอง วอลเลย์บอลซีเกมส์หลายสมัย ปริมถือได้ว่า เป็นบุคคลสำคัญ ที่ช่วยให้นักกีฬา วอลเลย์บอลทีมชาติไทย เริ่มมีชื่อเสียง ในต่างประเทศ และเป็นต้นแบบความสำเร็จ ให้กับรุ่นน้องรุ่นต่อๆ ไป

ที่มา: แม้ได้ที่6 ในวอลเลย์บอล (4 กันยายน 2011) [1]

ผู้สนับสนุนความฝัน ก่อนจะมีชื่อเสียงในตอนนั้น

ก่อนที่จะมาเป็น นักกีฬาวอลเลย์บอลนั้น ปริมได้เล่นกีฬา มาแล้วหลากหลายชนิด เพราะมีคุณพ่อ เป็นคุณครูพละ อีกทั้งคุณแม่ยังเป็นถึง อดีตนักกีฬาบาสเกตบอล จึงทำให้ปริมนั้น ซึมซับการเล่นกีฬา มาจากทั้งคุณพ่อ และคุณแม่ ก่อนจะมาเล่นวอลเลย์บอล ปริมเคยเล่นกรีฑามาก่อน ทั้งการวิ่ง การกระโดดไกล

อีกทั้งคุณพ่อ ยังสนับสนุน ให้เล่นกีฬายิมนาสติกอีก แต่จุดเปลี่ยนมาในช่วง ตอนเรียนอยู่ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนได้มีการสอน เกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล จึงทำให้ปริมได้เริ่มเรียน และเริ่มชื่นชอบ ให้กีฬาชนิดนี้ และโรงเรียนที่เรียนอยู่ ยังเป็นโรงเรียน ที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับกีฬานี้

ปริมได้เริ่มชื่นชอบ และขอเข้าร่วมกับทีมโรงเรียน เมื่อเข้าร่วมทีมโรงเรียน คุณพ่อได้สนับสนุน โดยการที่ซื้อ ลูกวอลเลย์บอลให้ ปริมจึงเริ่มฝึกซ้อม ทั้งในวันปกติ และวันหยุดก็เริ่มซ้อม ตอนแรกนั้นปริมเริ่มต้น มาจากการเป็นตัวตบ และได้เข้าร่วมการแข่งขัน รายการใหญ่ระดับประเทศ

ก้าวข้ามขีดจำกัด ขึ้นไปสู่การเป็นทีมชาติชุดใหญ่

เมื่อมีอายุ 14 ปี ปริมได้เข้าร่วมการแข่งขัน ระดับประเทศ และได้มีสโมสรชื่อดัง เสนอให้ปริมเข้ามาเรียน และฝึกซ้อมอยู่ในกรุงเทพ เพื่อที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ให้กับสโมสรในตอนนั้น เมื่อเข้ามาเรียน ที่กรุงเทพแล้ว ปริมได้โลดแล่น เป็นตัวหลักในกับทีม ในระดับสโมสร และได้มีการพบกับ “พี่เหน่ง”

บุคคลนี้ถือเป็น จุดเริ่มต้นของปริม ในการเข้าร่วมทีมชาติ โดยปริมไม่เคยเข้าร่วม การแข่งขันทีมชาติ ในรุ่นเยาวชน แต่กลับข้ามรุ่นมาเล่นให้ ทีมชาติชุดใหญ่ เพราะการเสนอแนะ ของพี่เหน่งที่มีที่การ ชักชวนให้มาฝึกซ้อม กับพี่ๆ ทีมชาติชุดใหญ่ และไม่นานได้มีการ ประกาศรายชื่อ นักกีฬาออกมา

ในการประกาศรายชื่อนั้น ปรากฏว่าปริม ได้มีรายการชื่อ เป็นตัวแทนทีมชาติในปี 2532 และได้ลงแข่งขัน ให้กับทีมชาติชุดใหญ่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ก่อนจะได้เข้าร่วม ทางโค้ชได้มีการ เปลี่ยนตำแหน่งให้ปริม มายืนอยู่ในตำแหน่งตัวเซ็ต แทนที่จะเป็นตัวตบ และปริมก็ทำหน้าที่ อยู่ในตำแหน่งนี้ได้ดี

ที่มา: Sports Talk The HERO (28 กันยายน 2015) [2]

จุดเริ่มต้น ของปริมอินทวงศ์ ในฐานะนักกีฬา

ประวัติ ปริม อินทวงศ์

ปริมอินทวงศ์ มีชื่อเล่นว่า เจน เป็นเด็กสาวมาจาก จังหวัดเชียงราย เริ่มต้นศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนดำรงราษฎร์ และได้ย้ายโรงเรียน มาอยู่ในกรุงเทพ เพื่อเล่นให้กับทีมสโมสร สังกัดทีมไทยน้ำทิพย์ เล่นให้กับสโมสรได้ไม่นาน เมื่อมีอายุได้ 16 ปี ได้มีรายชื่อ ติดตัวนักกีฬาทีมชาติ โดยเป็นการเล่น รวมกับนักกีฬาชุดใหญ่

ปริมได้มีการเปลี่ยนตำแหน่ง จากตัวตบมาเป็นตัวเซ็ต ก่อนการแข่งขัน ชิงแชมป์เอเชีย โดยเป็นการตัดสินใจของ “อ.กิตติศักดิ์ ขันทอง” โค้ชของทีมชาติไทยในตอนนั้น เพราะเล็งเห็นถึง ศักยภาพในตัวปริม มีครบทั้งทักษะการเล่น และสามารถแก้ไข สถานการณ์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังตีบอลเร็วได้

เมื่อมีความคิดเห็นดังนั้น โค้ชจึงเปลี่ยนตำแหน่ง ให้ปริมมาเป็นมือเซ็ต เพื่อที่จะได้อยู่แดนหน้า คอยจัดการลูกต่างๆ ที่มันอาจจะสามารถ พลิกแพลงได้ และปริมก็ได้เป็นมือเซ็ต ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยปริมเริ่มเป็นตัวหลัก ในการพาทีมคว้าแชมป์ ในการแข่งขันต่างๆ มากมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ที่มา: รวม 3 มือเซตระดับพระกาฬ (14 มิถุนายน 2023) [3]

ทำไมถึงมีฉายา ในวงการวอลเลย์บอล

ฉายาที่ปริมได้รับ นั่นคือฉายา “มือเซ็ตอัจฉริยะ” เป็นฉายาที่แฟนวอลเลย์บอล ตั้งใจตั้งให้ เพราะฟอร์มการเล่น ของปริมในสมัยนั้น ถือได้ว่ามีความแปลกใหม่ ที่ตำแหน่งเซ็ตจะขึ้นตีบอลสอง อีกทั้งหลายครั้ง ปริมยังสามารถ ทำคะแนนจากลูกเหล่านี้ได้ ถือเป็นผู้เล่น ที่สามารถแก้สถานการณ์ เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี

หลายๆ การแข่งขัน เราจะได้เห็นบอลสอง ที่มาจากปริม บอลสองนั้นมีทั้งความเร็ว และความหนักหน่วง ผู้เล่นหลายคน ก็ไม่สามารถทำแบบปริมได้ จึงทำให้เธอได้ฉายานี้มา เป็นฉายาที่เหมาะสม กับฝีมือของปริม และตอนนี้ในประเทศไทย ยังหาผู้เล่น ที่เพียบพร้อม เหมือนกับปริมยังไม่ได้

ชีวิตหลังอำลาทีมชาติ ความสุขและการใช้ชีวิต

หลังจากการส่งไม้ต่อ ให้กับ นุศรา ต้อมคำ มือเซ็ตรุ่นน้องแล้ว ปริมยังไม่ได้หายไป จากวงการวอลเลย์บอล แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนบทบาท มาอยู่เบื้องหลัง เป็นทั้งวิทยากร ให้ความรู้เกี่ยวกับ การอบรมครูฝึกสอน และมีส่วนร่วม ในการจัดการแข่งขันต่างๆ อีกทั้งตอนนี้ ยังปลูกพืชผัก บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ กับสามีอยู่

หากสนใจอ่านต่อคลิก sanook

ประวัติ ปริม อินทวงศ์ กับบทสรุป

บทสรุปประวัติ ปริมอินทวงศ์ เป็นผู้เล่นคนสำคัญ ที่ทำให้กีฬาวอลเลย์บอล เป็นที่ชื่นชอบ ในประเทศไทย อีกทั้งเป็นบุคคลสำคัญ ที่พาทีมชาติไทย ก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จ ในระดับนานาชาติ และเป็นผู้ที่ยืนอยู่ ในตอนนี้ประเทศไทย คว้าทีมอันดับ 10 ของโลก ถือเป็นบุคคลที่ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

สโมสรไหน ชักชวนปริมให้เข้าร่วมตอนเด็ก

ในตอนที่มี สโมสรชื่อดัง มาเสนอการย้ายโรงเรียน และให้ปริมเข้าร่วมกับสโมสร เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ โดยทางสโมสรจะเป็น ผู้ดูแลปริมทั้งหมด สโมสรนั้นคือ “สโมสรไทยน้ำทิพย์” เป็นสโมสรแรก ที่เห็นศักยภาพของปริม และได้มีการดึงตัวปริม เข้าร่วมกับสโมสรตั้งแต่เด็ก

ผลงานที่ดีที่สุด ของปริมคืออะไร

ผลงานที่ถือได้ว่า เป็นผลงานชิ้นเอกของปริมนั่นคือ การเอาชนะมือหนึ่ง ของทวีปเอเชีย อย่างประเทศจีน ในการแข่งขัน World Grand Prix 2011 หลังจบการแข่งขัน ทีมชาติไทยคว้าอันดับ 6 และมีคะแนนโลกเพิ่มมากขึ้น ทำให้อันดับโลก ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 10 ของโลก ถือเป็นประวัติศาสตร์ ของทีมชาติไทย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง