
ประวัติ อังกฤษฟุตบอลโลก ตำนานแชมป์เดียว ที่ค้างคาใจทั้งโลก
- Spawn
- 125 views

ประวัติ อังกฤษฟุตบอลโลก เมื่อฟุตบอลถือกำเนิดจากเกาะอังกฤษ แต่ตลอดประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก อังกฤษกลับมีเพียงแชมป์เดียว ราวกับตำนาน ที่ถูกเล่าซ้ำมาครึ่งศตวรรษ ความจริงที่เจ็บปวดนี้จึงกลายเป็นทั้งความภูมิใจ และคำถามค้างคา ว่าเหตุใดทีมผู้สร้างเกม ถึงไม่อาจครองความยิ่งใหญ่ได้อีก
จุดเริ่มต้นประวัติฟุตบอลโลก ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1930 แต่กว่าที่ ประวัติ อังกฤษฟุตบอลโลก จะได้เริ่มต้น และลงเล่นจริง ในเวทีแห่งนี้ คือการแข่งฟุตบอลโลกปี 1950 ที่บราซิล เรียกได้ว่าช้ากว่าชาติใหญ่ในยุโรปหลายสิบปี
ซึ่งการเปิดฉากครั้งนั้น กลับกลายเป็นฝันร้าย เพราะแพ้สหรัฐอเมริกา 0–1 เกมที่ถูกจารึกว่า เป็นหนึ่งในช็อกโลก ของวงการฟุตบอล นั่นนับเป็นสัญญาณแรกว่า ทีมผู้ให้กำเนิดฟุตบอล อาจไม่ได้ครองความยิ่งใหญ่บนเวทีโลกอย่างที่ใครคาดหวัง (24 กันยายน 2025) [1]
สิ่งที่ทำให้อังกฤษไม่โผล่ในฟุตบอลโลกยุคแรก ๆ ไม่ใช่เรื่องฝีเท้า แต่เป็นปัจจัยนอกสนาม ดังนี้
ซึ่งเมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด จึงทำให้อังกฤษเลยกลายเป็น “เจ้าบ้านที่ไม่เคยมาแข่ง” อยู่เกือบ 20 ปี ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมในปี 1950 และเริ่มสร้างประวัติอังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจไม่ได้สวยหรู อย่างที่แฟนบอลทั่วโลกหวังไว้
สถิติเหล่านี้ สะท้อนว่าอังกฤษ ไม่ได้ล้มเหลวเสมอไป แต่ก็ไม่อาจก้าวขึ้นไปยึดพื้นที่แชมป์โลก ได้อีกเลยนับตั้งแต่ปี 1966 เป็นต้นมา

ฟุตบอลโลกปี 1966 คือหน้าประวัติศาสตร์ ที่อังกฤษยังภูมิใจไม่รู้ลืม เพราะนี่คือครั้งแรกที่พวกเขาได้จัดฟุตบอลโลก และก็เป็นครั้งเดียวที่คว้าแชมป์ได้ในบ้านตัวเอง ทัวร์นาเมนต์นี้ถูกมองว่าเป็นการรวมพลังทั้งในและนอกสนาม ตั้งแต่แรงเชียร์ของแฟนบอล ไปจนถึงการเล่นอย่างมีวินัย
โดยทีมชาติชุดนั้น มีแก่นนำอย่าง Bobby Charlton และ Geoff Hurst ที่นำพาทัพสิงโตคำราม ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แม้เส้นทางไม่ได้ง่าย อังกฤษเริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม แบบไม่เสียประตู จากนั้นผ่านรอบน็อกเอาต์ด้วยเกมดราม่ากับอาร์เจนตินา และเกมเดือดกับโปรตุเกส ก่อนจะไปถึงนัดชิงชนะเลิศกับเยอรมนี
เกมนั้นกลายเป็นตำนาน เมื่อ Geoff Hurst ยิงแฮตทริก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบชิงฟุตบอลโลก ก่อนที่จะมีแฮตทริกในรอบชิงอีกครั้งใน ประวัติ ฝรั่งเศสฟุตบอลโลก โดยการซัดแฮตทริกนั้น ได้พาอังกฤษชนะไป 4–2 หลังต่อเวลา (8 พฤศจิกายน 2022) [2]
หลังจากคว้าแชมป์โลกปี 1966 อังกฤษก็ไม่เคยกลับไปแตะถ้วยนั้นได้อีก แม้จะมีหลายครั้งที่เข้าใกล้จนแฟนบอลเชื่อว่าถึงเวลาแล้ว แต่สุดท้ายก็สะดุดในจังหวะสำคัญ ความพยายามที่ไม่เคยหยุดจึงถูกตีความว่าเป็น เส้นทางแห่งความเกือบของสิงโตคำราม
ตัวอย่างที่ชัดเจนของความใกล้แต่ไปไม่ถึง
สถิติยืนยันภาพนี้ชัดเจน อังกฤษเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ 4 ครั้ง แต่ทำสำเร็จเพียงครั้งเดียว ตัวเลขนี้บอกว่าพวกเขาไม่เคยขาดพลัง แต่ยังขาดความเฉียบคม ที่จะปิดเกมสำคัญให้ได้
พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เต็มไปด้วยนักเตะระดับท็อป โค้ชชื่อดัง และเงินทุนมหาศาล (27 กันยายน 2025) [3] แต่เมื่อมองมาที่ทีมชาติอังกฤษ กลับยังติดอยู่กับแชมป์โลกแค่ครั้งเดียว ปัญหานี้กลายเป็นคำถามใหญ่ ว่าทำไมรากฐานที่แข็งแรงที่สุดถึงไม่ต่อยอดไปสู่ความสำเร็จได้
ปัจจัยที่ถูกหยิบมาวิเคราะห์บ่อย ๆ ได้แก่

ต้องยอมรับว่า ทีมชาติอังกฤษคือ ทีมที่มีทุกอย่างพร้อม ทั้งลีกแข็งแกร่ง นักเตะชั้นนำ และแรงเชียร์มหาศาล แต่ความจริงคือ พวกเขายังมีเพียงแชมป์โลกครั้งเดียวในปี 1966 ความผิดหวังจึงกลายเป็นเรื่องคุ้นตา จนแฟนบอลโลกต่างตั้งคำถามว่า ทัพสิงโตคำรามจะคำรามอีกครั้งเมื่อไหร่กัน
อังกฤษยังคงถูกจัดว่าเป็นทีมระดับท็อป อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสถิติและอัตราชนะกว่า 43% ในฟุตบอลโลก ถือว่าอยู่ในแถวหน้าของโลก เพียงแต่เมื่อเปรียบกับทรัพยากรที่มีแล้ว คงต้องยอมความจริงที่ว่า เป็นทีมท็อปในเชิงศักยภาพ แต่ผลงานยังต่ำกว่าความคาดหวัง ที่สังคมและแฟนบอลโลกตั้งไว้
ไม่มีใครบอกได้แน่ชัด แต่สัญญาณจากทีมยุคหลัง โดยเฉพาะชุด 2018–2022 ที่ไปถึงรอบรองและ 8 ทีมสุดท้าย อาจบอกว่าอังกฤษเข้าใกล้ มากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา หากรักษาพื้นฐานที่แข็งแรงไว้ และเพิ่มความเฉียบคมในจังหวะตัดสิน เกมระดับโลกอาจเป็นของพวกเขาได้ภายใน 1–3 ทัวร์นาเมนต์ข้างหน้า

