ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก เมื่อทีมยักษ์ใหญ่ต้องเจอกับยุคตกต่ำ

ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก

ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก คือหลักฐานที่ชัดเจนว่า การเดินทางในสังเวียนฟุตบอลโลก เมื่อความสำเร็จไม่ได้ยั่งยืนเสมอไป จากการคว้าแชมป์ในยุคทอง สู่การพลาดเวทีใหญ่ ทัพอัซซูรี่ที่กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของทีมยักษ์ใหญ่ ที่ต้องเผชิญทั้งความรุ่งโรจน์ และความตกต่ำ ในช่วงเวลาห่างกันไม่กี่ทศวรรษ

  • ทำความรู้จัก ทีมชาติอิตาลีในเวทีฟุตบอลโลก
  • ทีมชาติอิตาลีกับสถิติที่น่าสนใจ
  • อนาคตและการกลับมาทวงบัลลังก์โลกอีกครั้ง

ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก ทีมใหญ่ที่เต็มไปด้วยดราม่า

ถ้าพูดถึงฟุตบอลโลก คงไม่มีใครลืม ทีมชาติอิตาลี ที่เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ และความพลิกผัน จากการที่ได้ลงสนามครั้งแรก ก็สร้างชื่อด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1934 และอีกครั้งในปี 1938 แต่หลังสงครามโลก ทีมชาติอิตาลีกลับต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ก่อนจะหวนคืนมาทวงบัลลังก์โลกในปี 1982 และครั้งล่าสุดที่สามารถจบด้วยการเป็นแชมป์ในปี 2006 ความสำเร็จเหล่านี้ ทำให้อิตาลีกลายเป็นทีมที่แฟนบอลคาดหวังว่า จะได้เห็นดราม่าทั้งบนสนาม และนอกสนามอยู่เสมอ (23 กันยายน 2025) [1]

จุดเริ่มต้นของ ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก การสร้างชื่อของทัพอัซซูรี่

  • 1934: เจ้าภาพและแชมป์โลกครั้งแรก เมื่ออิตาลีได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 และใช้โอกาสนี้สร้างประวัติศาสตร์ทันที พวกเขาผ่านคู่แข่งอย่างสเปนและออสเตรีย ก่อนจะชนะเชโกสโลวาเกีย 2–1 ในนัดชิง หลังต่อเวลาพิเศษ กลายเป็นชาติยุโรปแรกที่คว้าแชมป์โลก
  • 1938: การป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ แม้ต้องเดินทางไปแข่งที่ฝรั่งเศส แต่ทัพอัซซูรี่ ก็ยังคงแกร่งเกินต้าน พวกเขาชนะฮังการี 4–2 ในนัดชิง ทำให้อิตาลีกลายเป็นทีมชาติแรกในโลก ที่ป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ สร้างภาพลักษณ์ว่าอิตาลีคือ ทีมที่เล่นเพื่อผลลัพธ์มากกว่าความสวยงาม
  • 1949: โศกนาฏกรรม Superga ที่ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเครื่องบินของทีมโตริโน่ (Il Grande Torino) ประสบอุบัติเหตุ ทำให้ผู้เล่นเกือบทั้งทีมเสียชีวิต เหตุการณ์นี้กระทบโดยตรงต่อทีมชาติ เพราะนักเตะส่วนใหญ่ คือกำลังหลักของทีมชาติ (4 พฤษภาคม 2024) [2]
  • 1950s–1960s: ช่วงตกต่ำและบทเรียน แม้กลับมาลงแข่งฟุตบอลโลก แต่อิตาลีก็ไม่อาจทำผลงานได้โดดเด่น หลายครั้งตกรอบแรก และล้มเหลวในเกมสำคัญ โดยเฉพาะปี 1966 ที่แพ้เกาหลีเหนือ 0–1 ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความอับอายครั้งใหญ่ ของวงการลูกหนังอิตาลี
  • 1970: ใกล้แชมป์อีกครั้ง เมื่อทีมชาติอิตาลี กลับมาทำผลงานโดดเด่นในเม็กซิโก ผ่านรอบรองชนะเลิศที่ถูกขนานนามว่า “เกมแห่งศตวรรษ” ก่อนเข้าชิงกับบราซิล แม้แพ้ไป 1–4 แต่การเข้าถึงรอบชิงในปีนี้ ถือเป็นสัญญาณการกลับมาของอิตาลีบนเวทีโลก

ข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจ ของทีมชาติอิตาลี ในเวทีฟุตบอลโลก

  • แชมป์โลก 4 สมัย: ในฟุตบอลโลกปี 1934, 1938, 1982, 2006
  • เข้าชิงทั้งหมด 6 ครั้ง: รองแชมป์ในปี 1970 และ 1994
  • ผลงานรวม: ลงแข่ง 83 นัด แบ่งออกเป็น ชนะ 45 (54.2%) เสมอ 21 (25.3%) และแพ้ 17 (20.5%)
  • ผู้เล่นตำนาน: Paolo Maldini ลงสนามฟุตบอลโลกมากที่สุด (23 นัด) และ Dino Zoff เป็นกัปตันที่อายุมากที่สุดที่ได้แชมป์โลก 

ตัวเลขเหล่านี้ สะท้อนทั้งด้านรุ่งโรจน์ และด้านที่พลิกผัน บางครั้งอิตาลีคือทีมที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก แต่บางครั้งก็สะดุดแบบง่าย ๆ จนแฟนบอลแทบไม่เชื่อสายตา

ทำไม ทีมชาติอิตาลี กลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่มีช่วงตกต่ำ

ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก

แม้จะเคยสร้างตำนาน ด้วยการคว้าแชมป์โลกถึง 4 สมัย แต่เส้นทางของอิตาลีในศตวรรษที่ 21 กลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง หลังความสำเร็จในปี 2006 พวกเขากลายเป็นแชมป์เก่า ที่ตกรอบแบ่งกลุ่มทั้งปี 2010 และอีกครั้งในปี 2014 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ ในหัวของแฟนบอลทั่วโลก

โดยที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ การพลาดฟุตบอลโลกสองครั้งติด (2018 และ 2022) ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทีมชาติอิตาลีกลายเป็น ยักษ์ใหญ่ตกต่ำ ไม่ต่างจาก เยอรมนีกับฟุตบอลโลก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วิเคราะห์จุดแข็งและสไตล์การเล่น ของยุคทองและยุคที่ตกต่ำ

ยุคทอง (ในยุคฟุตบอลโลก 1934–2006)

  • ความสำเร็จสูงสุด: คว้าแชมป์โลก 4 สมัย จาก 18 ทัวร์นาเมนต์แรกที่เข้าร่วม คิดเป็นอัตราความสำเร็จกว่า 22% ของการลงแข่งขันทั้งหมด
  • เกมรับที่เหนียวแน่น: ระบบคาเตนัชโช ที่เน้นการป้องกันและการเล่นเป็นทีม อิตาลีเสียประตูเฉลี่ยเพียง 0.9 ลูกต่อเกม ในทัวร์นาเมนต์ที่คว้าแชมป์
  • ฮีโร่ประจำทัวร์นาเมนต์: การมีนักเตะที่เปล่งประกายเฉพาะช่วงอย่าง Paolo Rossi ดาวซัลโวและนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลกปี1982 หรือ Fabio Grosso ผู้ยิงประตูสำคัญ และคนตัดสินจุดโทษ
  • ผู้รักษาประตูระดับตำนาน: Dino Zoff และตำนานอย่าง Gianluigi Buffon ต่างมีสถิติ เซฟเกิน 80% ของลูกยิงตรงกรอบในทัวร์นาเมนต์ที่พาทีมคว้าแชมป์

ยุคตกต่ำ (ในฟุตบอลโลกปี 2010–2022)

  • ผลงานล้มเหลว: ตกรอบแบ่งกลุ่ม 2 ครั้งติด ในปี 2010, 2014 และพลาดฟุตบอลโลก 2 ครั้งติดในปี 2018, 2022 เรียกได้ว่าจาก 4 ทัวร์นาเมนต์ล่าสุด ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ 0%
  • ปัญหาการทำประตู: ในฟุตบอลโลก 2010 และ 2014 อิตาลียิงรวมเพียง 4 ประตูจาก 6 นัด (เฉลี่ย 0.67 ประตู/เกม) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทีมใหญ่ทั่วไป (ที่ยิงเฉลี่ย 1.5–2 ประตู/เกม)
  • ขาดกองหน้าคม ๆ: หลังยุค Del Piero และ Totti อิตาลีไม่สามารถหากองหน้าที่ผลิตประตูต่อเนื่องในระดับโลกได้ ส่งผลให้อัตราการชนะลดเหลือเพียง 33% ใน 3 ฟุตบอลโลกหลังสุดที่ได้เข้าร่วม
  • ไม่ปรับตัวทันฟุตบอลสมัยใหม่: ขณะที่ชาติอื่นหันไปเล่นสไตล์เพรสซิ่ง และเกมรุกที่ยืดหยุ่น อิตาลียังยึดติดกับเกมรับแบบเก่า ทำให้เสียเปรียบทั้งความเร็ว และความสร้างสรรค์เกมบุก

อนาคตในการกลับมาทวงบัลลังก์โลกอีกครั้ง ของทีมชาติอิตาลี

แม้ทีมชาติอิตาลี จะเจอช่วงตกต่ำถึงขั้นพลาดฟุตบอลโลก 2 ครั้งติด แต่สัญญาณการฟื้นฟูยังมีให้เห็นจากการคว้าแชมป์ยูโร 2020 และการผลักดันนักเตะรุ่นใหม่ ขึ้นมาเป็นกำลังหลัก (20 มิถุนายน 2021) [3]

แต่ปัญหาที่ต้องเร่งแก้คือ การจบสกอร์ซึ่งในรอบคัดเลือกปี 2022 ทีมยิงได้เฉลี่ยเพียง 1.6 ประตูต่อเกม ต่ำกว่ามาตรฐานทีมลุ้นแชมป์โลก หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุก ควบคู่ไปกับการรักษาจุดแข็งด้านเกมรับ และวินัยเชิงแท็กติก ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งจากภาพรวม อิตาลียังมีโอกาสกลับมาลุ้นแชมป์โลกอีกครั้งใน 1–2 ทศวรรษข้างหน้า การตามหาดาวดวงที่ 5 จึงขึ้นอยู่กับว่าทีม จะปรับตัวเข้ากับฟุตบอลสมัยใหม่ได้เร็วแค่ไหน

สรุป ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก กับการตามหาดาวดวงที่ 5

ประวัติ อิตาลีฟุตบอลโลก

จาก 4 แชมป์โลกในอดีต จนถึงการพลาดฟุตบอลโลกสองครั้งติด อิตาลีคือตัวอย่างของทีมยักษ์ใหญ่ ที่มีทั้งรุ่งโรจน์และร่วงหล่นในเวลาไม่นาน โดยอนาคตของทัพอัซซูรี่ จึงขึ้นอยู่กับการสร้างทีมรุ่นใหม่ ที่พร้อมปรับตัวเข้ากับฟุตบอลยุคใหม่ หากทำสำเร็จ ดาวดวงที่ 5 อาจไม่ไกลเกินเอื้อม

4 แชมป์ในอดีต เป็นแรงบันดาลใจ หรือภาระกดดัน สำหรับนักเตะรุ่นใหม่?

แน่นอนว่า ความสำเร็จ 4 แชมป์โลกของอิตาลี คือมรดกที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็กลายเป็นแรงกดดันให้กับนักเตะรุ่นใหม่ ที่ต้องแบกความคาดหวัง จากแฟนบอลและสื่ออยู่ไม่น้อย 

สุดท้ายแล้ว อิตาลียังเป็นทีมยักษ์ใหญ่ ในสายตาแฟนบอลทั่วโลกหรือไม่?

แม้จะพลาดฟุตบอลโลกสองครั้งติดต่อกัน แต่อิตาลียังถูกนับเป็นหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของโลก ด้วยจำนวน 4 แชมป์และสถิติการเข้าชิง 6 ครั้ง ที่ยังยืนเหนือหลายชาติ จุดที่เปลี่ยนไปคือภาพลักษณ์ความน่าเกรงขาม ที่อาจลดลง แต่สำหรับแฟนบอล อิตาลียังมีเสน่ห์ที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากใคร

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง