
ปันจักสีลัต สนุกแบบไหน การผสมผสานการต่อสู้เชิงศิลปะ
- MY Kismet
- 175 views

ปันจักสีลัต สนุกแบบไหน การผสมผสานการต่อสู้เชิงศิลปะ เป็นรูปแบบการต่อสู้ ที่รวมเอาเรื่องของ การใช้ศิลปะการแสดง มาผสมผสานเข้ากับ การออกอาวุธ และมีท่วงท่าต่างๆ ที่มีความสวยงาม มีการออกอาวุธ ที่ผสมรวมกันหลายชนิด จนออกมาเป็นกีฬา ที่ทั่วโลกต่างยอมรับ และเป็นกีฬาฮิตในสากล
กีฬาปันจักสีลัต (Pencak Silat) เป็นการรวมคำ ของรูปแบบคำที่มี 2 ความหมาย โดยคำว่า “ปันจัก” มาจากคำในประเทศอินโดนีเซีย ที่แปลว่า รูปแบบการต่อสู้ ที่ใช้ป้องกันตัวเอง อีกหนึ่งคำคือคำว่า “สีลัต” มีการให้ความหมายว่า การใช้ศิลปะ เมื่อรวมคำทั้งสองเข้าด้วยกัน จะมีความหมาย การใช้ศิลปะในการต่อสู้
โดยกีฬาชนิดนี้ เป็นกีฬาโบราณ ของกลุ่มคนชาวมลายู ที่กระจายตัวอยู่ ตามประเทศต่างๆ มีในหลายประเทศเช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน และรวมไปถึงประเทศไทย โดยชาวมลายูในไทยนั้น ส่วนมากจะอยู่ทางภายใต้ เพราะเป็นเขตชายแดน ที่ได้อยู่ติดกับ ประเทศอื่นๆ ที่มีกลุ่มคนพื้นเมืองนี้อยู่
แต่เดิมนั้นชาวมลายู เคยมีอาณาเขตอยู่ที่อินเดีย และได้รับอิทธิพล มาจากประเทศอินเดีย โดยหลายๆ คำที่ใช้ ในกลุ่มคนมลายูนั้น เป็นภาษาสันสกฤต ที่พบมากในประเทศอินเดีย จึงมีหลายคนกล่าวว่า กีฬาปันจักสีลัต อาจจะมีการผสมผสาน ระหว่างวัฒนธรรมอินเดีย รวมเข้าไปด้วยกัน เหมือนกับกีฬา หมากรุกจีน ก็อาจจะเป็นไปได้
ที่มา: ปันจักสีลัต [1]
กีฬาปันจักสีลัตนั้น นอกจากจะมีรูปแบบ การแข่งขันเหมือนกับ การใช้ศิลปะในการต่อสู้แล้ว ยังมีการแยกประเภท ให้มีความแตกต่างกัน แยกย่อยไปอีก 4 ประเภทดังนี้
1. Tanding: จะเป็นการต่อสู้ แบบแข่งเดี่ยว และเน้นเรื่องการโชว์ลีลา ก่อนการเข้าปะทะ โดยก่อนการแข่งขัน นักกีฬาต้องทำความเคารพกัน โดยการแตะมือกัน แล้วนำมือไปสัมผัสที่หน้าผาก เป็นการต่อสู้ ที่จะต้องโชว์กระบวนท่าต่างๆ ก่อนแล้วค่อยเข้าต่อสู้ โดยจะเน้นทำให้ คู่ต่อสู้ล้มลงในสนาม
2. Tunggal: จะเป็นการแข่ง การร่ายรำกระบวนท่าต่างๆ สำหรับกระบวนท่า ของกีฬาปันจักสีลัตนั้น มีมากกว่า 100 กระบวนท่า นักกีฬาจะต้องโชว์ลีลา โดยการใช้มือเปล่า หรือสามารถเลือก โชว์ร่วมกับอาวุธ ชนิดต่างๆ และต้องทำท่าให้ถูก จึงจะได้รับคะแนน
3. Ganda: กีฬาชนิดนี้ จะเป็นการแข่งขันแบบคู่ โดยจะมีการบังคับ การออกกระบวนท่าต่างๆ แต่จะเน้นไปในเรื่องของ คุณภาพของการโชว์ และการออกอาวุธต่างๆ การให้คะแนน มีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ที่ใช้ในการแสดง และการให้คะแนน เรื่องของความสวยงาม ในการร่ายรำต่างๆ
4. Rega: ประเภทนี้จะมาแบบทีม โดยเป็นการโชว์กระบวนท่า และต้องทำท่าบังคับ ที่มีกว่า 100 ท่า โดยเกณฑ์การให้คะแนน เน้นเรื่องของความถูกต้อง และการใช้สีหน้า การออกอาวุธ และเรื่องของความพร้อม ที่นักกีฬาจัดเตรียมมา โดยแบบทีมนี้ กำหนดให้ลงสนามแข่ง ได้ทีมละ 3 คนเท่านั้น
ที่มา: ปันจักสีลัต ประวัติศิลปะการต่อสู้เน้นความสวยงาม [2]
สำหรับการเตรียมตัว ก่อนการแข่งขัน นักกีฬาต้องมีการ เก็บตัวฝึกซ้อม และมีการฝึกความพร้อม สำหรับการออกกระบวนท่าต่างๆ เพราะเกณฑ์การตัดสิน จะดูจากความถูกต้อง ของการออกอาวุธ เป็นหลักก่อนเสมอ นักกีฬาส่วนมาก จะมีการเก็บตัวฝึกซ้อม สำหรับการแข่ง 1 ครั้ง เก็บตัวนานถึง 1-3 เดือน
โดยสนามการแข่งขัน จะต้องมีมาตรฐานคือ สนามต้องมี ความกว้าง และความยาวเท่ากัน 10 เมตร และต้องมีเบาะรอง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ โดยกำหนดความหนาเบาะอยู่ที่ 3-5 เซนติเมตร และบนสนาม จะมีเวทีการแข่งขัน ที่จะต้องเป็นรูปวงกลม และต้องมีเส้นกลางผ่าศูนย์กลาง 8 เมตรเท่านั้น

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสชมการแข่งขัน กีฬาปันจักสีลัต โดยเป็นการแข่งขัน ระหว่างประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย โดยการแข่งขัน ที่ได้รับชมนั้น มาให้รูปแบบของการต่อสู้ จะเห็นได้ว่า มีรูปแบบการออกอาวุธ ที่จะต้องใช้กระบวนท่า ในการเข้าต่อสู้ และการทำให้ คู่ต่อสู้ล้มลง
ความรู้สึกแรกที่ได้ดู เป็นความสวยงาม ของการใช้กระบวนท่า ในการเข้าต่อสู้ ไม่เหมือนกับการแข่ง เทควันโด ยูโด หรือไม่เหมือนแม้แต่ กีฬามวยไทย มีเอกลักษณ์การออกอาวุธ และการเข้าทำเกม จะมาให้รูปแบบที่แตกต่าง และแปลกใหม่ แต่ยังมีความสวยงาม และคงเอกลักษณ์ ของกีฬาไว้ได้อย่างดี
หากสนใจดูเกมการแข่งขันเพิ่มเติมคลิกดูได้ที่ youtube
เมื่อปี 2019 ทางองค์การยูเนสโก ได้มีประกาศ ให้กีฬาปันจักสีลัต ได้เป็นมรดกโลก และเป็นกีฬาทางวัฒนธรรม ที่ไม่สามารถจับต้องได้ โดยกล่าวว่า กีฬาชนิดนี้นอกจากเรื่องของ การเล่นกีฬาแล้ว ยังเป็นเหมือน วัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ที่สามารถควบคุมจิตใจ และการปกป้องจิตวิญญาณ ของการต่อสู้
โดยกีฬาชนิดนี้ ได้รวมหลายองค์ประกอบ เข้าด้วยกันได้อย่างสวยงาม ทั้งเรื่องของ การใช้ร่างกาย การร่ายรำ และการมีความสามัคคี ของกลุ่มคนที่เผยแพร่ โดยมีการบอกเพิ่มเติมว่า ความแตกต่าง ของกีฬาปันจักสีลัต ที่แตกต่างอย่างชัดเจน คือเรื่องของ การเคลื่อนไหวร่างกาย การใช้เสียงดนตรี สไตล์การออกอาวุธ
โดยปันจักสีลัตนั้น หากเป็นการเล่นภายในประเทศ จะมีรูปแบบการแต่งตัว ที่แตกต่างออกไป และการร่ายรำนี้ เหมือนเป็นการปลอบประโลม ให้ผู้คนมีบันเทิง และทำให้ผู้คนมีความสุข อีกทั้งยังช่วยเรื่องของ การต่อต้าน กับเหล่าสงครามต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นกีฬาที่มีคุณค่า และมีความหมายที่ลึกซึ้ง
ที่มา Traditions of Pencak Silat [3]

1. ระวังเรื่องการปวดข้อ ปวดกระดูก เพราะกีฬาชนิดนี้ เน้นเรื่องการเคลื่อนไหว และการขยับตัว
2. ในการแข่งขัน ประเภทต่อสู้ เสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ เพราะมีทั้งการปล้ำ และการเข้าปะทะรุนแรง
3. อาจจะทำให้เป็นลมได้ เพราะการเคลื่อนไหว อย่างต่อเนื่องนั้น อาจจะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า
4. ต้องระวังเรื่องของ การได้รับบาดเจ็บ จากการใช้อาวุธ เพราะการแข่งขัน ส่วนมากจะใช้อาวุธจริง
กล่าวโดยสรุป ปันจักสีลัต สนุกแบบไหน เป็นกีฬาประจำชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกโลก เพราะความสวยงาม และมีเรื่องราวที่ลึกซึ้ง รวมไปถึงการแข่งขัน ที่มีทั้งรูปแบบ การต่อสู้ และการแข่งขัน แบบการร่ายรำ ทั้งประเภทเดี่ยว คู่ และการแข่งแบบทีม เป็นกีฬาที่มีความหลากหลาย
สำหรับการแบ่งประเภท ที่เห็นได้ชัดเจนเลย จะมี 4 ประเภท แต่รูปแบบการแข่ง จะมีความต่างกันเพียง 2 รูปแบบ คือรูปแบบการแข่ง แบบการต่อสู้ ที่จะให้ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย เข้าต่อสู้กัน โดยใช้กระบวนท่าต่างๆ และอีกหนึ่งรูปแบบ คือการโชว์กระบวนท่าต่างๆ เพื่อให้ได้คะแนน กีฬาประเภทนี้ จะไม่มีการเข้าปะทะ
สำหรับการขึ้นทะเบียน เป็นกีฬามรดกโลกนั้น ทางยูเนสโกได้เล็งเห็น ถึงคุณค่าของกีฬาชนิดนี้ ที่มีทั้งการร่ายรำ และการต่อสู้ มีความสวยงาม ของการเคลื่อนไหว และการออกอาวุธ ให้กระบวนท่าต่างๆ และยังเป็นกีฬา ที่สื่อถึงเอกลักษณ์ ของคนภายในประเทศ ได้เป็นอย่างดี

