พนันชนวัว เริ่มในยุคไหน ทำไมเป็นการพนันที่โด่งดัง

พนันชนวัว เริ่มในยุคไหน

พนันชนวัว เริ่มในยุคไหน ทำไมเป็นการพนันที่โด่งดัง ถือเป็นวัฒนธรรม อีกอย่างหนึ่งของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นเรื่องราว การสะท้อนวิถีชีวิต ของกลุ่มคนในประเทศ ที่มีเรื่องราว สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน เป็นการพนันที่น่าตื่นเต้น และเป็นสีสันของประเทศ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดี

  • การพนันชนวัวเป็นของไทยจริงหรือไม่และอัตลักษณ์ของวัวที่ดีคืออะไร
  • ประวัติพนันชนวัวและคำนิยามโดยรวมของการพนันชนวัว
  • การเปิดบ่อนพนันชนวัวและสนามวัวชนเก่าแก่

การพนันชนวัว เป็นการพนันของประเทศไทยจริงหรือ

การพนันชนวัว เราจะพบได้มากที่สุด ในทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นภูมิภาคที่ถือว่า ติดกับทะเล และมีอาชีพส่วนใหญ่ คือการออกเรือหาปลา แต่จะมีอยู่บางพื้นที่ ที่ยังทำการเกษตรอยู่ โดยผู้คนในแถบนี้ จะมีอาชีพการทำนาเป็นส่วนใหญ่ หลังจากฤดูเกี่ยวข้าว จะนำโคออกมากินหญ้า ในพื้นที่นาของตัวเอง เหมือนกับ พนันไก่ชน

ภายในฝูงโคนั่น จะมีทั้งโคธรรมดา และโคที่เป็นจ่าฝูง โดยลักษณะทั่วไป ของสัตว์ที่อยู่เป็นฝูง จะมีการแย่งชิงอำนาจ การเป็นจ่าฝูงอยู่แล้ว เมื่อมีการแย่งชิง ผู้คนได้เห็นการชนวัว แล้วรู้สึกชื่นชอบ ในท่าทาง และวิธีการชน เลยได้มีการจัดแข่งชนวัว โดยมีการคัดเลือกวัวตัวผู้ ที่มีลักษณะเด่น มาเลี้ยงดูเพื่อแข่งขัน

โคหรือวัวที่ใช้ชนนั้น จะถูกเลี้ยงดูแตกต่าง จากวัวชนทั่วไป โดยจะมีการปรับ การกินอาหาร มีการปรับพฤติกรรม ให้มีนิสัยดุร้ายมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ และต้องเป็นวัวที่มี อายุประมาณ 4-5 ปีเท่านั้น ถึงจะอนุญาต ให้นำมาแข่งขันได้ โดยการแข่งขัน จะจัดสลับกันไป เพื่อไม่ใช่แต่ละสนาม เกิดการชนกัน

ที่มา: โคพื้นเมืองสายภาคใต้ (7 กรกฎาคม 2015) [1]

อัตลักษณ์วัวชน ที่ต้องมีครบจึงจะเป็นวัวชนได้

1. วัวต้องมีคร่อมอกใหญ่ ยิ่งใหญ่จะยิ่งดี หากใหญ่ได้เหมือนอกเสือ จะยิ่งดีเข้าไปอีก
2. วัวที่ดีต้องเป็นวัว ที่มีส่วนคอยาว และใหญ่ในเวลาเดียวกัน เชื่อว่ามีความว่องไว
3. ส่วนบริเวณท้อง หากได้วัวท้องใหญ่ จะดีกว่าวัวท้องเล็ก เพราะจะชนได้นานกว่า
4. วัวที่ดีจะต้องมีคิ้วหนา หากคิ้วหนารับทรงกับลูกตา โดยที่ตาไม่ถลนจะถือว่าดีมาก
5. ลักษณะใบหู ต้องหาวัวที่หูเหมือนม้า ถึงจะเป็นวัวที่ดี หากมีขนในหูด้วย จะถือว่าได้วัวดีมากๆ
6. ลูกอัณฑะวัว จะต้องเลือกที่ลูกเล็ก หรือหาที่มีลูกเดียว จะถือว่าได้วัวดี ได้วัวพันธุ์หายากมาครอง
7. ลักษณะของขนวัว ให้เลือกวัวขนลื่น เงา ไม่ดูแห้งกร้าน จึงจะถือว่าดี
8. เล็บวัวต้องดูใหญ่ เหมือนกะลาคว่ำ จึงจะเรียกได้ว่าดี
9. บริเวณส่วนหัว ต้องแคบกว่าปกติ จึงจะเรียกได้ว่าดี เพราะหากหน้าแคบเขาจะใหญ่
10. โหนกของวัว จะต้องตั้งสูงเป็นก้อน หากเป็นรูปเรียว เหมือนใบพัดนั้น จะถือว่าไม่ดี

คำนิยามของการพนัน การแข่งขันวัวชน

การแข่งขันชนวัว ถือได้ว่าเป็นกีฬาพื้นเมือง ของคนในภาคใต้ มีรากฐานมาจาก ในพื้นที่ภาคใต้นั้น มีกลุ่มคนมุสลิมเป็นจำนวนมาก จึงเกิดการเลี้ยงวัว เพื่อนำมาเป็นอาหาร และได้จัดการแข่งขัน การชนวัวขึ้น เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน ให้กับผู้ชมที่มารับชมเท่านั้น โดยการแข่งขันจะเน้น เรื่องการชนวัว

โดยใช้วัวตัวผู้สองตัว ที่มีรูปร่างดี ตามอัตลักษณ์ของแต่ละค่าย มาแสดงพละกำลัง ในการชนกัน และเป็นการต่อสู้ ของวัวสองตัวในสนาม โดยที่จะมีผู้ชม เข้ามาชมเป็นจำนวนมาก ผู้ชมส่วนใหญ่ ล้วนอยากเห็นการแข่งขัน และอยากเห็นวัวที่ชนะ อีกกลุ่มหนึ่งคือ เข้ามาดูเพื่อความสวยงาม ของวัวที่นำมาชน

สำหรับการเดิมพัน จะมีการเดิมพัน ที่เรียกว่าขันต่อ โดยเป็นการเดิมพัน เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้น ให้กับวัวที่ตัวเองชื่นชอบ โดยการเดิมพันนี้ จะมีการเดิมพันตั้งแต่ ผู้ชมทั่วไป ไปจนถึงการเดิมพันใหญ่ ที่เป็นของค่ายแต่ละค่าย ที่นำวัวมาชนกัน โดยการเดิมพันเหล่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติ ในการแข่งขันชนวัว

ที่มา: ชนวัว (17 เมษายน 2025) [2]

พนันชนวัว เริ่มในยุคไหน มีกฎหมายอะไรคุ้มครองอยู่

พนันชนวัว เริ่มในยุคไหน

จุดกำเนิดการขนวัว เริ่มมาตั้งแต่ลุ่มน้ำปัตตานี และแถบทะเลสงขลา ถือเป็นประเพณีดั้งเดิม ที่สืบต่อกันมายาวนาน ของกลุ่มคนทางภาคใต้ จนเมื่อปี 2478 ที่ได้มีการสร้าง พ.ร.บ. การพนันขึ้น ได้มีการปรับเปลี่ยน สนามการชนวัว ให้ดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น โดยใช้ชื่อเรียกว่า “สนามกีฬาชนวัว”

หลังจากกระแส การชนวัวเพิ่มมากขึ้น ในปี 2540 ได้มีการปรับเปลี่ยน รูปแบบการแข่งขัน และการเลี้ยงดู ให้การแข่งชนวัว กลายเป็นระบบธุรกิจ และมีการเลี้ยงดู ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นการสร้างวัวชน และทำให้เป็นแบบ ผสมผสานกับสมัยใหม่ เพิ่มมากยิ่งขึ้น และหลังจากนั้นไม่นาน ภายในปี 2555

7 จังหวัดดังของทางภาคใต้ ได้เกิดสนามชนวัวขึ้น 28 แห่ง โดยเป็นสนามที่มีการ ขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว และได้มีบ่อนเถื่อน เกิดขึ้นมาถึง 32 แห่งทั่วทั้ง 7 จังหวัด พื้นที่เหล่านี้ นอกจากจะเป็นสนาม ของการชนวัวแล้ว ยังเป็นสถานที่ ที่ใช้อำนาจทางด้านการเมือง ของกลุ่มคนในท้องถิ่นอีกด้วย

ที่มา: “วัวชน” ปักษ์ใต้พนันสะพัดปีละ 7.3 หมื่นล. (6 สิงหาคม 2013) [3]

การทำกิจการเกี่ยวกับ การเปิดบ่อนพนันชนวัว

สำหรับพื้นที่ ในการลงทุนในการทำ สนามชนวัวนั้น ต้องเป็นผู้ที่พร้อม ทั้งเรื่องพื้นที่ และเรื่องเงินลงทุน โดยการสร้างสนามวัวชนนั้น ต้องมีการลงทุนหลักล้าน เพื่อฟื้นฟูสนาม อีกทั้งยังต้องมีวัว ที่เป็นของสนามเอง โดยการลงทุนเหล่านี้ หากไม่ได้เป็นผู้ ที่มีอำนาจในพื้นที่ มักจะเป็นได้ยาก

เพราะเป็นเรื่องของ การใช้อำนาจ เงิน และคนเหล่าคนที่ต้องมารับใช้ เพื่อทำให้สนามแห่งนี้ พร้อมสำหรับการรองรับ ผู้คนจำนวนมาก ที่จะเข้ามายังสนาม และต้องเป็นสนาม ที่รับรองเรื่องความปลอดภัย เพราะในการแข่งขัน อาจจะมีความรุนแรง เกิดขึ้นได้อยู่เสมอ และต้องมีเครือข่าย ที่สนิทกันเป็นอย่างดี

สนามชนวัวที่โด่งดังที่สุด เรื่องการสร้างอาชีพ

สนามวัวชน ที่ไม่ได้อยู่ในภาคใต้ แต่กลับมาอยู่ที่ภาคเหนือ นั่นคือสนามวัวชน ในจังหวัดตาก โดยสนามแห่งนี้มีชื่อว่า “สนามกีฬาชนโคโพธิ์ทอง” เป็นสนามเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 50 ปี มีทั้งการประกวดโค และการแข่งขันชนวัว อีกทั้งยังมีการค้าขาย กับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ มาอย่างยาวนาน

หากสนใจอ่านรายละเอียดคลิกอ่านได้ที่ prachatai

พนันชนวัว เริ่มในยุคไหน กับบทสรุป

บทสรุป พนันชนวัว เริ่มในยุคไหน ประวัติอย่างเป็นทางการ ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่เป็นการแข่งขัน ที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะมีกฎหมาย เกี่ยวกับการพนัน ที่ออกมาในปี 2478 เป็นกฎหมายที่ทำให้ สนามชนวัว กลายเป็นสัดส่วนมากขึ้น และแน่นอนว่า การชนวัวมีก่อน ที่กฎหมายฉบับนี้จะออกมา

ถ้าวัวมีท้องเล็ก จะเป็นวัวชนไม่ได้จริงหรือ

หากเป็นวัว ที่มีลักษณะหน้าท้องเล็ก คนจะไม่นิยมนำมา ฝึกซ้อมให้เป็นวัวชน เพราะตามอัตลักษณ์ของวัวแล้ว ต้องเป็นวัวที่ท้องใหญ่ จึงจะเป็นวัวที่ดี หากเป็นวัวท้องเล็ก จะไม่สามารถชนได้นาน หรือเวลาชน จะชนได้น้อยกว่า วัวที่มีท้องใหญ่

อยากทำสนามวัวชน แต่ไม่มีอำนาจทำได้มั้ย

ในการทำสนามวัวชน นอกจากเรื่องของเงินทุนแล้ว ต้องมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่นเรื่องของพื้นที่ เรื่องของเครือข่าย คนที่รู้จักกัน เพื่อง่ายต่อการดึงดูด กลุ่มนักพนันเข้ามาในสนาม หากไม่มีอำนาจ อาจจะเป็นเรื่องยาก ในการทำสนามชนวัว เพราะในแต่ละพื้นที่ ล้วนมีผู้ที่มีอำนาจอยู่

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง