
ไขข้อสงสัย พระเล่นการพนันได้ไหม ผิดศีลข้อไหน?
- Chono
- 181 views

พระเล่นการพนันได้ไหม พร้อมกับข่าวเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ จากกรณีที่พระวัดดัง ได้อมเงินวัดกว่าหลักร้อยล้าน เพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ ทำให้หลายท่านเกิดความสงสัย ว่าทำไมวงการพระสงฆ์ ถึงยุ่งเกี่ยวกับการพนัน หรือจะเป็นเฉพาะบุคคล เราจะพาไปหาคำตอบ และพาไปดูข่าวสารมาแรงเกี่ยวกับวงการผ้าเหลือง
จากประเด็นเดือด พระเล่นการพนันได้ไหม ที่หลายท่านเกิดข้อสงสัย ว่าทำไมพระวัดดังถึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา โดยเฉพาะการพนันประเภท บาคาร่า เว็บตรง ซึ่งทำให้วงการผ้าเหลืองสั่นสะเทือน เมื่อเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง วัย 69 ปี ได้เข้ามอบตัวกับทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังศาลออกหมายจับในข้อหายักยอกเงินวัด 300 ล้านบาท [1]
ต่อมาก็มีคนเข้าไปสอบถามความคิดเห็นบน Pantip ด้วยหัวข้อที่ถามว่า พระเล่นการพนันได้ไหม หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น หนึ่งในนั้นจะเป็นความผิด หรือปาราชิก 1 ตัว มีโทษที่ทำให้ขาดจากความเป็นภิกษุ จะต้องตกอเวจีนรก 1 ชั่วอายุ อีกหนึ่งความคิดเห็นกล่าวไว้ว่า การพนันคืออบายมุข สิ่งนี้ย่อมเป็นบาปอยู่แล้ว
พระเล่นการพนันได้ไหม ในส่วนของการยุ่งเกี่ยวกับการพนัน จะต้องอาบัติทุกกฎ ไม่ว่าจะเป็นการพนันที่ใช้เงิน หรือไม่ใช้เงินก็ตาม และถ้าหากเล่นพนันแล้วไม่ยอมจ่าย มีโทษอาบัติปาราชิก ด้วยอทินนาทานสิกขาบท หรือถ้าหากมีการใช้กลโกงพนันจนได้ทรัพย์สิน จะต้องอาบัติปาราชิกตั้งแต่ตอนที่ได้ทรัพย์สินมาเช่นกัน
การพนันเป็นหนึ่งสิ่งที่ถูกห้าม ไม่ใช่แค่ศาสนาพุทธศาสนาเดียวเท่านั้น ศาสนาอื่นก็มีการห้ามการเล่นพนันเช่นกัน เพราะถือเป็นอบายมุข ที่ก่อให้เกิดความล่มจม ปราศจากความเจริญ และเป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย ถ้าหากพระสงฆ์ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ไม่ควรกระทำการสิ่งนี้ แต่สำหรับบุคคลทั่วไป ทางศาสนาก็ไม่ได้ห้ามอย่างจริงจัง เป็นเพียงแค่คำเตือนเท่านั้น
พระเล่นการพนันได้ไหม สำหรับการพนัน เป็นโลกียวิสัย หรือเป็นความเกี่ยวข้องกับกามารมณ์ของปุถุชน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในบุคคลทั่วไป เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ผู้คนต่างชื่นชอบการแข่งขัน การเดิมพัน การอยากเอาชนะคู่แข่ง หรือการชอบเพื่อสร้างความตื่นเต้น แต่สำหรับใครที่เสียเงินจากการพนัน จะมีความรู้สึกหงุดหงิด
ถึงแม้ว่าการพนันจะไม่มีในศีลข้อ 5 และการพนันอาจไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับการผิดศีล แต่พระพุทธเจ้าได้สอนให้ผู้คนเดินทางสายกลาง ไม่ตึงหรือไม่หย่อนจนเกินไป อีกทั้งการพนันยังเป็นสิ่งเสพติด ทำให้ผู้คนลุ่มหลง พระพุทธเจ้ากล่าวเอาไว้อีกว่า อะไรที่ทำให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น ย่อมเป็นสิ่งไม่ดีทั้งหมด
นอกจากการพนันที่เป็นสิ่งที่พระสงฆ์ไม่ควรยุ่งเกี่ยวแล้ว คำถามที่ถามว่า พระสงฆ์สามารถซื้อหวย หรือสามารถถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลได้หรือไม่ สำหรับพระสงฆ์ที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือเล่นหวย ถือเป็นอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ซึ่งผิดตั้งแต่ที่กำเงินไปซื้อหวย อ้างอิงจากหนังสืออริยวินัย ที่รวบรวมพระไตรปิฎก
กรณีตัวอย่างที่ผ่านมา ได้มีพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด ถูกรางวัลที่หนึ่ง และรางวัลข้างเคียง ประจำงวดวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งรวมเป็นเงินรางวัลกว่า 6 ล้าน 1 แสนบาท โดยพระสงฆ์รูปนี้ ตั้งใจบวชไม่สึก และจะนำเงินไปทำบุญ และในขณะเดียวกัน พระลูกวัดในจังหวัดสมุทรสาคร ก็ถูกรางวัลที่หนึ่งเช่นกัน แต่ตั้งใจนำเงินไปสร้างบ้านใหม่ให้แม่ และเก็บไว้ในธนาคาร
ดังนั้น สำหรับพระสงฆ์ที่ยุ่งเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือแม้กระทั่งหวยใต้ดิน ถือเป็นความผิดในพระวินัย ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงสอนไว้ ซึ่งถือเป็นอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ และสำหรับเงินที่ได้จากการถูกรางวัลนั้น จะต้องตกเป็นของพระสงฆ์รูปนั้นๆ หากต้องการที่จะแสดงอาบัติ ก็ต้องเสียสละเงินรางวัลที่ได้ [2]

จากกรณีคำถามข้างต้น ที่ถามไว้ว่า พระเล่นการพนันได้ไหม สุดท้ายก็ได้คำตอบที่ชัดเจน ว่าพระสงฆ์ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทุกประเภท รวมถึงการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ทางกองปราบ ได้ส่งสายลับแฝงตัวไปอยู่ในวัดดัง ซึ่งใช้เวลากว่า 8 เดือน เพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่มีการยักยอกเงินวัดไปเล่นพนันออนไลน์
เจ้าอาวาสวัดดัง ได้มีพฤติกรรมตามที่ตั้งข้อสงสัยนั้นจริง ทำให้การสืบสวนดำเนินไปต่อเนื่อง และพบว่าพระธรรมวชิรานุวัตร ได้ให้คณะกรรมการวัด โอนเงินจากบัญชีธนาคารของวัดไร่ขิง ไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของเจ้าอาวาส หลังจากนั้นก็ได้โอนเงินไปให้หญิงสาวคนหนึ่ง สืบทราบว่าหญิงสาวคนนี้ เป็นนายหน้าเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์
การสืบหาข้อมูลตั้งแต่ปี 2564 มาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งหมด 4 ปี มีเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารของวัดไร่ขิง และถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของเจ้าอาวาสอยู่หลายครั้ง รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนัน ซึ่งพบยอดเงินได้และเสียทั้งหมด 500 ล้านบาท
ประวัติพระธรรมวชิรานุวัตร ปัจจุบันอายุ 70 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ บ้านคลองรางไทร ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 14 อีกทั้งยังเป็นพระนักพัฒนา และนักการศึกษา ซึ่งเคยได้รับรางวัลระดับชาติ และปริญญากิตติมศักดิ์อยู่หลายสถาบัน
ก่อนที่จะเข้าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงนั้น เดิมทีท่านออกบรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 12 และอุปสมบทเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2519 ที่วัดไร่ขิง ซึ่งได้รับฉายาว่า “กิตฺตินฺธโร” ต่อมาในปี 2510 ได้จบการศึกษาชั้น ป.4 จากโรงเรียนวัดรางกำหยาด และในปี 2513 สอบได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม 3 ประโยค จากสำนักเรียนวัดไร่ขิง
ตัวอย่างตำแหน่งที่อดีตเจ้าอาวาสแย้มได้รับ
ที่มา: เปิดประวัติ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง [3]
อ้างอิงข้อมูลรายงานเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 หญิงสาวหน้าม้าเว็บพนันออนไลน์ ชื่อว่า น.ส.อรัญญาวรรณ ได้ให้การยอมรับสารภาพ เธอรู้จักกับเจ้าอาวาสนานมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เธอเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดไร่ขิง หลังจากที่เจ้าอาวาสเมตตา จึงเอ่ยปากขอยืมเงิน 40 ล้านบาท เพื่อนำมาลงทุนในปี 2564
หลังจากนั้นก็ได้มีการโทรศัพท์ขอคำปรึกษา จนมาถึงการใช้วิธีวิดีโอคอลพูดคุยกันมาจนถึงปัจจุบัน ข่าวจากอีกสำนักหนึ่งกล่าวไว้ว่า มีคลิปการสนทนาระหว่างเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และอรัญญาวรรณ ที่พูดคุยกันในเรื่องการทวงเงิน และนอกจากนี้ยังพบวิดีโอที่ฝ่ายหญิงกำลังอาบน้ำ ซึ่งพบคลิปวิดีโอในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา
หลังจากนั้นทางอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ก็ได้ยอมทำพิธีลาสิกขาบทด้วยตัวเอง พร้อมกับสวมเสื้อผ้าสีขาว และยินยอมเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีการสอบปากคำแยกกับหญิงสาวคนนี้ ข้อมูลจากการยินยอมให้สอบปากคำ พบว่าทางอดีตเจ้าอาวาส ได้มีการโอนเงินไปให้กับผู้ต้องหาที่ 2 เป็นจำนวนเงินมากกว่าร้อยล้านบาท ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา
จากการนำเสนอข้อมูลข้างต้น เกี่ยวกับคำถามที่ถามว่า พระเล่นการพนันได้ไหม จึงได้ข้อสรุปได้ว่า การที่พระสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันนั้น มีโทษอาบัติปาราชิก ถึงแม้ว่าการพนันจะไม่ได้เขียนไว้ในศีล 5 แต่ก็ถือเป็นการยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สิน รวมถึงการไม่ยุ่งเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล
ถึงแม้ว่าจะมีอดีตพระเลขาของพระธรรมวชิรานุวัตร ตั้งแต่ตนเองได้รู้จักอดีตเจ้าอาวาส ยังไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง เกรงว่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง และไม่เคยเห็นอดีตเจ้าอาวาสเล่นพนันออนไลน์เลยสักครั้ง แต่มีเพจบนเฟสบุ๊คเพจหนึ่ง ได้แสดงภาพของอดีตเจ้าอาวาส ที่กำลังนั่งเล่นพนันออนไลน์ผ่านโน๊ตบุ๊คของตนเอง
หากพระสงฆ์กระทำความผิดทางอาญา จะต้องถูกดำเนินคดี และถูกลงโทษตามกฎหมาย เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป และพระสงฆ์จะต้องรับโทษทางพระวินัยอีกด้วย หากกระทำความผิดตามพระธรรมวินัย ซึ่งโทษทางพระวินัยนั้น จะเริ่มตั้งแต่อาบัติเบาๆ ไปจนถึงการถูกสละสมณเพศ

