
มารัต กริกอเรียน ความเก่งกาจ บนสังเวียนคิกบ็อกซิ่ง
- MY Kismet
- 131 views

มารัต กริกอเรียน ความเก่งกาจ บนสังเวียนคิกบ็อกซิ่ง เป็นนักชกมากฝีมือ มีรูปแบบการชกหลากหลาย และถือได้ว่า เป็นนักมวยแนวหน้า ที่ตอนนี้กำลังโด่งดัง ในฐานะนักชก ที่ดีที่สุด ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง มีผลงานมากมาย ที่บรรดาแฟนมวยชื่นชม และทุกครั้งที่ขึ้นสังเวียน แฟนคลับจะตั้งตารอเสมอ
มารัตถือได้ว่า เป็นชาวอาร์เมเนีย ตั้งแต่กำเนิด เขาอาศัยอยู่ในเมืองทาลิน ประเทศอาร์เมเนีย ครอบครัวของมารัต มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน โดยมารัตเป็นลูกชาย เพียงคนเดียวในครอบครัว พ่อของมารัต ทำงานเป็นพ่อครัว และคุณแม่เป็นช่างทำผม ในครอบครัวนี้ มารัตถือได้ว่า เป็นน้องเล็กสุดในบ้าน
เพราะเป็นน้องเล็กสุด มารัตได้รับการดูแล เป็นอย่างดีจากพี่ๆ ชีวิตในช่วงวัยเด็ก มารัตเติบโตมา ท่ามกลางความอบอุ่น และความสนุกสนาน มารัตตอนอายุ 3 ขวบ ครอบครัวได้พากันอพยพ ไปอยู่ที่เยอรมนี เพราะคุณพ่อคุณแม่หวังว่า ชีวิตการเป็นอยู่จะดีขึ้น ใช้เวลาเพียง 3 ปี พวกเขาทั้งหมด ก็ต้องกลับมาที่เดิม
ถึงแม้ว่า การเดินทางครั้งแรกนั้น จะล้มเหลวแต่ครอบครัว ไม่เคยละทิ้งความพยายาม และได้เก็บออมเงิน และพาครอบครัวย้ายอีกครั้ง มาอยู่ในเมืองแอนต์เวิร์ป ที่ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยียม เมื่ออยู่ในประเทศนี้ พ่อและแม่ ต่างก็ต้องทำงานหนัก เพราะปัญหาด้านรายจ่าย และเพื่อแลกกับเรื่อง การศึกษาที่ดีของมารัต
ที่มา: เปิดปูมชีวิต “มารัตกริกอเรียน” [1]
มารัตเมื่อได้ย้ายมาอยู่ ที่ประเทศเบลเยียม ซึ่งตอนนั้นเป็นปัญหา ในเรื่องของการสื่อสาร ทำให้เขานั้นไม่มีเพื่อน และการเล่นกับพี่สาว ก็มีความเปลี่ยนแปลงไป เพราะพี่สาวนั้น เริ่มที่จะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ทำให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม แต่ครอบครัวของมารัต ชื่นชอบที่จะดูการแสดง ของนักแสดงอย่าง “บรูซ ลี”
นอกจากบรูซลีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งนักแสดงนั้นคือ “เฉินหลง” ครอบครัวของมารัต ได้เริ่มส่งมารัต เข้าไปเรียนรู้ ศิลปะการต่อสู้กังฟู และต่อมาก็ได้ส่ง ไปเรียนเพิ่มเติม ในการต่อสู้แบบคิกบ็อกซิ่ง เมื่อมารัตเข้าสู่ ยิมการฝึกคิกบ็อกซิ่ง และได้เจอกับเพื่อน ที่ชื่นชอบกีฬาเหมือนกัน เขาได้เริ่มเกิดความคุ้นชิน
ในเวลาต่อมา มารัตได้เห็นเพื่อน ในรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้ลงแข่งขัน มารัตจึงเกิดแรงบันดาลใจ ที่จะตั้งใจเข้าร่วม การแข่งขันชกมวย มารัตได้ลงสนามแข่ง ครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี และเขาได้รับชัยชนะ เมื่อคว้าชัยครั้งแรกได้ มารัตตั้งใจที่จะ ฝึกฝนเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะเป็นแชมป์ในรายการ K-1
ที่มา: Marat Grigorian [2]

สำหรับรูปแบบ การชกของมารัต จะมีอาวุธหนักนั้นคือ หมัดอังทรงพลัง โดยมารัตถนัด การใช้หมัดมากที่สุด มีการนับสถิติ มารัตเอาชนะน็อคคู่ต่อสู้ โดยการใช้หมัดมาแล้วถึง 39 ครั้ง เป็นการออกหมัด ลักษณะต่างๆ ทั้งอัปเปอร์คัต หมัดฮุก และมารัตมักจะเน้น การชกเข้าที่บริเวณลำตัว เพื่อทำลายจังหวะ ของคู่ต่อสู้
เรื่องการใช้เทคนิค มารัตมักจะมีอาวุธลับ คือการต่อยเป็นชุด ใส่คู่ต่อสู้ อีกทั้งยังมีการเตะที่รุนแรง เหมือนกับ “ทาเครุ เซกาวา” ที่มีการเตะเป็นอาวุธหนัก โดยมารัตเก่งเรื่อง การหาจังหวะเตะ จะเน้นไปที่บริเวณลำตัว เมื่อเตะ มารัตจะพุ่งเข้าโจมตี จนทำให้คู่ต่อสู้ ไม่มีจังหวะ ที่จะหลบหนีได้ทัน
มารัตถือได้ว่า เมื่อขึ้นบนสังเวียน จะเป็นมวยเดิน ไม่มีการถอย โดยเอกลักษณ์เด่น นั้นคือการเดินเตะ และหาจังหวะปล่อยหมัดชุด และวนเตะเข้าซ้ำๆ จนทำให้คู่ต่อสู้จนมุม อีกอย่างที่เป็นจุดแข็งคือ มารัตเป็นมวย ที่บริเวณช่วงบนแข็งแรง ทำให้เมื่อโดนสวนกลับ มีโอกาสน้อยมาก ที่จะน็อคเอาท์ในการแข่งขัน
ที่มา: ONE ลุมพินี : มารัตกริกอเรียน [3]
เมื่อมารัต ได้เซ็นสัญญา เข้ามายังรายการ วันแชมเปียนชิพ และต้องเจอกับยอดมวย ในรุ่นเดียวกัน ในการขึ้นชกแต่ละครั้ง มารัตจะเก็บตัว และบินมาฝึกซ้อม ที่ประเทศไทย ก่อนที่จะมีรายการชก อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อฟื้นฟู และฟิตซ้อมร่างกาย ในพร้อมกับการรับศึก ที่ต้องเจอกับคู่ชก
โดยสถานที่ซ้อมนั้น มารัตไม่ได้เปิดเผย แต่จะมีทีมที่คอยดูแล และคอยวางโปรแกรมการฝึก ล่วงหน้าไว้ให้เสมอ โดยในรายการ ที่ต้องชกกับซุปเปอร์เล็ก มารัตก็ได้มีการ บินมาเตรียมสภาพร่างกาย ที่ประเทศไทย ก่อนที่จะแข่งขัน เพราะมารัตเชื่อว่า การเก็บตัวในประเทศไทย จะทำให้ร่างกาย ฟื้นฟูได้ไวกว่า
สำหรับการชกในรายการ วันแชมเปียนชิพ มารัตมีสัดส่วน สูง 176 ซม. น้ำหนักในการชกอยู่ที่ 70.04 กิโลกรัม เป็นนักชกหนุ่ม มาจากประเทศ อาร์เมเนีย ขึ้นชกในรายการวันไปแล้ว 8 ครั้ง แพ้เพียง 3 ครั้ง มีการวิเคราะห์ การแข่งขัน มารัตมีอัตราการปิดเกม ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 80% มีโอกาสปิดเกมมากกว่า 4 ครั้ง
หากสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ onefc
บทสรุปมารัต กริกอเรียน ความเก่งกาจ เป็นนักชกยอดฝีมือ ที่ตอนนี้ได้เซ็นสัญญา เข้าเป็นนักมวยในรายการ วันแชมเปียนชิพแล้ว มารัตถือได้ว่า เป็นมวยดุเดือด เน้นเรื่องการโจมตี และมีทักษะ การออกอาวุธ มีทั้งหมัด เตะ เป็นมวยครบเครื่อง และมีรูปแบบการชก ที่หลายคนต้องจับตามอง
สำหรับเป้าหมายแรก ในตอนที่มารัต ได้เริ่มเข้ามาเรียน การต่อสู้แบบคิกบ็อกซิ่ง และได้คว้าชัยชนะ เป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 12 ขวบ มารัตได้ตั้งเป้าหมาย คือการเป็นแชมป์ ในรายการมวยดังอย่าง K-1 เพราะในตอนนั้น รายการมวยนี้ เป็นรายการที่ดังที่สุด และมีนักมวยมารวมกัน มากที่สุดในยุค
มารัตนั้น เก่งเรื่องการใช้หมัด และการเตะเพื่อให้คู่ต่อสู้ เสียจังหวะ มารัตจะเน้นเรื่อง การเตะเพื่อหาจังหวะ และปล่อยหมัดที่ทรงพลัง ในการเข้าจู่โจม คู่ต่อสู้จนเข้ามุมสนาม มารัตจะใช้อาวุธหนัก นั้นคือหมัดฮุก หมัดอัปเปอร์คัต ในการปิดเกมอยู่เสมอ

