
ม้าจกคอก เล่นแบบไหน ความสนุกของกีฬานี้คืออะไร
- MY Kismet
- 162 views

ม้าจกคอก เล่นแบบไหน ความสนุกของกีฬานี้คืออะไร และวัฒนธรรมประจำภาคไหน ที่นิยมเล่นกีฬาประเภทนี้ มีทั้งการเต้นเข้าจังหวะ และยังต้องเต้นบน ไม้ที่กำลังกระทบกัน เป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับ กลุ่มคนที่ชื่นชอบ การเต้น และเสียงดนตรี การทำดนตรีจะมาจาก การกระทบของไม้ เป็นหลักอีกด้วย
สำหรับกีฬา หรือการละเล่นนี้ มีการถือกำเนิดขึ้นมา จากกลุ่มชนเผ่า กะเหรี่ยงบ้านโละโคะ ในจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่ง อยู่ในทางภาคเหนือ มีกีฬาอีกชนิดคือ ปั่นหนังว้อง ที่มาจากภาคเหนือเช่นกัน ซึ่งการละเล่นนี้ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อเพิ่มความสนุก ให้กับคนในชุมชน ให้มีความรื่นเริง และช่วยเพิ่มความสามัคคี [1]
กติกาการแข่งขัน จะถูกตั้งขึ้นตามความพึงพอใจ ของแต่ละพื้นที่ จะมีกติกาที่แตกต่างกัน แล้วแต่ตัวแทนจะเป็นผู้ตั้ง การเล่นกิจกรรมนี้ มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ ถือเป็นวัฒนธรรม ที่สืบทอดกันมา จากรุ่นสู่รุ่น ในกลุ่มชนเผ่ากะเหรี่ยง กิจกรรมนี้จะจัดขึ้น เพื่อให้เหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาว ได้ออกมาพบปะ ทำความรู้จักกัน
การเล่นม้าจกคอก จะมีดนตรีประกอบ ซึ่งเครื่องดนตรีนั้น ส่วนมากจะเป็น เครื่องดนตรีไทย สร้างจังหวะเพลง ให้มีความสนุกสนาน จังหวะครึกครื้น และยังมีเสียงจากไม้ไผ่กระทบ มาเป็นจังหวะต่างๆ เพื่อให้เหล่าหนุ่มสาว ได้โชว์ลีลาท่าทาง ในการเต้นอีกด้วย
ม้าจกคอกของทางภาคเหนือ เหมือนกับการเล่น ลาวกระทบไม้ หรือการเต้นสาก ทางฝั่งภาคอีสาน ที่จะมีการเต้นกระทบไม้ หลังจากการเก็บเกี่ยว เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ให้กับผู้คนที่ทำงาน มาอย่างเหน็ดเหนื่อย จะมีการเต้น โดยมีไม้ไผ่กระทบ เป็นจังหวะอยู่ด้านล่าง เพื่อให้เหล่าผู้คน ได้เต้น และกระโดดเป็นจังหวะ
นอกจากลาวกระทบไม้ ยังมีเขมรกระทบไม้ เป็นวัฒนธรรมของทางเขมร ใช้เพื่อการเฉลิมฉลองเช่นเดียวกัน วัสดุที่ใช้ก็เหมือนกัน คือไม้ไผ่ ที่นำมาตากแห้งเรียบร้อยแล้ว แต่จะมีความตรงที่ ดนตรีที่ใช้ประกอบ จะแตกต่างกันไป ตามลักษณะถิ่นที่อยู่อาศัย
โดยกีฬากระทบไม้นี้ ได้มีการนำออกมาแสดง เพื่อให้ชาวโลกได้รู้จัก ออกนำแสดงเมื่อปี พ.ศ. 2500 เปิดตัวการแสดง ให้กับงานศิลปวัฒนธรรม ในประเทศลาว เมื่อการแสดงครั้งนั้นเสร็จสิ้น ได้มีการนำเพลง หรือการใช้ดนตรีไปปรับแต่ง เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น และเพิ่มทำนองการขับร้อง เพื่อให้มีความสนุกขึ้น
ที่มา: รำ “กระทบไม้” กะเหรี่ยงกระทบไม้มาก่อน [2]
อุปกรณ์สำคัญ ที่ช่วยให้กิจกรรมนี้ ได้เกิดขึ้นนั้นคือ “ไม้ไผ่” เป็นวัสดุธรรมชาติ ที่สามารถหาได้ง่าย ในยุคสมัยนั้น และยังเป็นเครื่องมือ ทางการเกษตร ที่ใช้ในการฟาดข้าว หรือยังมีการนำไม้ไผ่ มาปรับเป็นเครื่องมือต่างๆ อีกมากมาย
ไม้ไผ่นั้น ในยุคโบราณ ถือว่าเป็นต้นไม้วิเศษ เพราะนำมาสร้างเครื่องมือ ได้หลากหลายชนิดเช่น สร้างบันไดสำหรับปีนต้นไม้ สร้างที่ฟาดข้าว และยังนำมาสร้างบ้านได้ มีความสำคัญ กับการดำรงชีวิตของคน ในยุคอดีตเป็นอย่างมาก นอกจากไม้ไผ่แล้ว ยังมีเครื่องดนตรีไทยต่างๆ เช่น สะล้อ ซอ กลอง เพื่อสร้างเสียงดนตรี

การเล่นม้าจกคอก อันดับแรกต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 4 คนขึ้นไป โดยจะต้องมี 2 คนอยู่ด้านล่าง คอยกระทบไม้ ให้เข้ากับจังหวะดนตรี และอีก 2 คน จะเป็นคนอยู่ด้านบน ต้องกระโดดเข้าไปยังไม้ และเต้นเข้าจังหวะ เต้นให้จบเพลง โดย 2 คนจะกระโดดเข้าพร้อมกัน หรือสลับกันเข้าไปก็ได้
โดยผู้ที่อยู่ด้านล่าง จะเป็นคนกำหนดความช้า-เร็ว ของเครื่องดนตรี หากต้องการใช้สนุกมากขึ้น ก็จะเร่งจังหวะการกระทบ ให้กระทบเร็วขึ้น โดยที่ผู้เล่นด้านบน ก็จะต้องเร่งจังหวะการเต้น และการกระโดด ให้ไวขึ้นเช่นกัน จึงจะสามารถ กระโดดเข้าไปได้ โดยที่ไม่โดนไม้ไผ่หนีบ
การตัดสินการแพ้ชนะ จะตัดสินดังนี้ หากผู้เล่นด้านบน สามารถกระโดดเข้าจังหวะ และแสดงการรำ ได้จนจบเพลง โดยที่เท้า ไม่ไปแตะกับไม้ไผ่ ผู้ที่ด้านบนจะเป็นผ่านชนะ แต่หากขณะที่ กำลังกระโดด หรือเต้นอยู่ แล้วเท้าไปโดนไม้ไผ่ ผู้ที่อยู่ด้านล่าง จะเป็นฝ่ายชนะ ไปในทันที
หากต้องการดูการเล่นเบื้องต้นคลิกดูได้ที่ tiktok.com
ถ้าเป็นการเล่น ที่ถูกต้องที่สุด ตามฉบับของคนภาคเหนือคือ การกระทบไม้ ต้องมีจังหวะการกระทบ ตามจังหวะการนับครั้ง เช่น เมื่อเคาะไม้ได้ 3 รอบ ในรอบที่ 4 คนที่ถือไม้ไผ่ จะต้องนำไม้ไผ่ทั้ง 2 มาประกบกัน และทำซ้ำจนจบเพลง
เมื่อนำไม้มาประกบกัน ในจังหวะที่ 4 จะทำให้ผู้เล่น ที่ต้องเต้นอยู่ด้านบน จะต้องกระโดดสูงขึ้น และเร่งจังหวะ การกลับมาท่าเดิม ให้ไวขึ้น เพิ่มโอกาสการผิดพลาด และเพิ่มโอกาสแพ้มากขึ้น โดยการกระโดดนั้น จะต้องเริ่มเข้า จากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เริ่มจากควบไม้แรกก่อนเสมอ และกระโดดสลับขา เพื่อไปยังไม้ที่สอง
สำหรับกิจกรรมการกระโดด อย่างต่อเนื่องของม้าจกคอก หลายคนคงบอกว่า เป็นกิจกรรมเพื่อความสนุก เพิ่มความรู้จัก ของกลุ่มหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว กิจกรรมนี้ มีประโยชน์ด้านสุขภาพ ในเรื่องของหัวใจเป็นอย่างมาก เพราะหากร่างกาย มีการเคลื่อนไหว และเคลื่อนไหวจำนวนมาก จะทำให้เลือดสูบฉีดได้ดี
การที่เลือดสูบฉีดได้ดี จะทำให้มีเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี โดยเฉพาะส่วนสมอง หากมีการเต้นนานๆ หรือเต้นทุกวัน จะทำให้หัวใจแข็งแรง ป่วยได้ยาก นอกจากนี้จะทำให้ เราเหนื่อยได้น้อยลง สามารถเต้นได้นานขึ้น โดยที่ไม่มีความเหนื่อย
นอกจากช่วยเรื่องหัวใจ ยังช่วยเรื่องของน้ำหนัก สามารถทำให้น้ำหนักลดได้ เพราะการขยับตัวตลอด จะทำให้ชั้นไขมันแตกตัว และสลายตัวไปได้ง่าย และจะขับออกมาทางเหงื่อ หรือการปัสสาวะ การเต้นออกกำลังกาย หากใช้เวลา 1 ชั่วโมง ลดแคลอรีได้มากถึง 300-500 กิโลแคลอรี กันเลยทีเดียว
ที่มา: ลุกขึ้นมาเต้นอย่างมีความสุข [3]
บทสรุป ม้าจกคอก เล่นแบบไหน เป็นกีฬายอดนิยม ของกลุ่มชนเผ่า ของทางภาคเหนือ ในประเทศไทย มีการสืบทอดกิจกรรมนี้ มายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ กิจกรรมนี้ช่วยเพิ่ม ความสนุกแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ ทางด้านสุขภาพ เป็นอย่างดี ช่วยเรื่องหัวใจ และเรื่องการลดน้ำหนัก
หากต้องการเล่น จำเป็นต้องมีการเต้น เพื่อให้เข้ากับจังหวะกระทบไม้ และเข้ากับดนตรีอื่นๆ ทั้งนี้การเล่นเกมนี้ เราสามารถเรียนรู้ และทำตามขั้นตอน เพื่อทดลองเล่นก่อนได้ ผู้เล่นจะได้ทดลอง หาจังหวะการเข้าเล่น ที่ถูกต้อง สำหรับผู้ที่เต้นไม่เป็น จำเป็นต้องมีการ เรียนรู้พื้นฐานการเต้นก่อน จะได้เล่นอย่างมีความสุข
ในยุคสมัยนั้น ไม้ไผ่เป็นสิ่งหาง่าย และยังพบได้ทั่วไป เพราะลักษณะภูมิประเทศ ในยุคสมัยโบราณ เป็นลักษณะของพื้นที่ป่า มีป่าจำนวนมาก และไม้ไผ่เป็นต้นไม้ ที่สามารถเติบโตได้ไว และพบเจอมากในป่า อีกทั้งไม้ไผ่ ยังเป็นวัสดุสำคัญ ในการดำรงชีวิตอยู่แล้ว การเล่นนี้จึงใช้ไม้ไผ่ นำมาเป็นส่วนประกอบ

