
รวมตำนาน บัวขาว บัญชาเมฆ นักชกดังระดับโลก
- MY Kismet
- 142 views

รวมตำนาน บัวขาว บัญชาเมฆ นักชกดังระดับโลก ทั่วโลกต่างรู้จัก บัวขาวในฐานะ นักมวยอันดับ 1 ของโลกในตอนนี้ เป็นตำนานสุดยิ่งใหญ่ ที่ไม่มีใครล้มลงได้ อีกทั้งยังเป็นบุคคล ที่สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง อาวุธหนักของเขาคือหมัด เท้า และลีลาการออกอาวุธ ที่ใครหลายคนต่างตะลึง
ชื่อจริง: สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ ร้อยเอก สมบัติ บัญชาเมฆ
ชื่อเล่น: บัติ
วันเกิด: 8 พฤษภาคม พ.ศ.2525
สัดส่วน: สูง 178 ซม. น้ำหนัก 72 กิโลกรัม
ในครอบครัวของบัวขาว มีเชื้อสายชาวกูย ซึ่งได้รับมาจากคุณแม่ คุณแม่ชื่อ “นางปาน บัญชาเมฆ” เป็นคนจังหวัดสุรินทร์ และได้มาเจอกับคุณพ่อชื่อ “นายเล็ง บัญชาเมฆ” ซึ่งคุณพ่อนั้นเป็นคนศรีสะเกษ โดยตอนนี้ทั้งคุณพ่อ และคุณแม่ได้เสียชีวิตลงแล้ว บัวขาวมีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 5 คน
พี่น้อง 5 คนนี้ บัวขาวเป็นลูกคนที่ 4 และเขาได้เริ่มสนใจ ในการชกมวยตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ โดยเริ่มฝึกซ้อมที่ค่ายในจังหวัดสุรินทร์ จนเมื่ออายุครบ 15 ปี ได้มีค่ายสนใจในตัวเขา และได้พาเขาเข้ามายังกรุงเทพ เพื่อทำการฝึกซ้อม โดยบัวขาวได้อยู่ในค่าย ป.ประมุข ตั้งแต่อายุ 15 และเขาก็คว้าแชมป์หลายรายการ ในเวลาต่อมา
ที่มา: บัวขาวบัญชาเมฆ [1]
เหตุการณ์สุดช็อค ในปี พ.ศ. 2555 โดยทางบัวขาวเอง ได้หายตัวไป โดยเหตุเกิดวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555 ในวันนั้นเอง เป็นวันแรกที่บัวขาว ตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง ขาดการติดต่อ และไม่เหลือร่องรอยอะไรไว้ โดยการหายตัวไปของเขา ทำให้แผนการเดินทาง ที่จะต้องไปประเทศญี่ปุ่น ต้องล้มลงกะทันหัน
ไม่เพียงแต่รายการเดินทาง แต่ยังมีไฟต์ชก ที่ถูกวางแผนไว้แล้ว ทั้งในประเทศฝรั่งเศส รวมไปถึงประเทศอังกฤษ แผนการเหล่านี้ทั้งหมด ต้องถูกยกเลิกไป เพราะไม่สามารถตามหาตัวเขาได้ และเป็นข่าวใหญ่ ที่ทั่วโลกต่างจับตามอง แต่สุดท้ายบัวขาว ได้ให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องที่ตนคิดขึ้น เพราะไม่ชอบใจในส่วนของค่าตัว
หากพูดถึงชื่อบัวขาว หลายคนคงไม่รู้ ว่าเขานั้นเคยเป็นนักมวย ที่ไม่มีแม้แต่คนสนใจ จนเมื่อเขาได้เริ่ม ไล่ล่าคว้าแชมป์ ในรายการต่างๆ ทั้งรายการเวทีมวยอ้อมน้อย มวยไทยทัวร์นาเมนต์ ที่โตโยต้าเป็นคนจัดขึ้น โดยตอนนั้นเขาถือเข็มขัดแชมป์ ใน 2 รายการนี้ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
นักมวยในสมัยนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จ ต้องคว้าแชมป์ในรายการ เวทีลุมพินี ซึ่งตอนนั้นถือว่า เป็นเวทีมวยที่ดัง ที่สุดในประเทศ แต่บัวขาวยังไม่สามารถ พาตัวเองไปถึงได้ จนเมื่อเขากลับมาปรากฏตัว ในปี 2004 ในรายการชก “K-1 Kickboxing World MAX Grand Prix” เป็นการเปิดตัวบัวขาวอีกครั้ง
การกลับมาในรายการนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นความดัง ในกับเขาในตอนนั้น เพราะในรายการนี้ เขาสามารถเอาชนะ นักมวยชื่อดังได้หลายคน โดยการชกในครั้งนั้น ยังเป็นกติกาคิกบ็อกซิ่ง บัวขาวนั้น ใช้อาวุธหนัก ทั้งหมัด ทั้งเตะ เอาชนะนักมวยได้มากมาย รวมถึงชนะมือหนึ่งของรายการอย่าง “มาซาโต้ โคบายาชิ”
ที่มา: บัวขาวบัญชาเมฆ เจ้าตำนานมวยไทย [2]

ที่มา: ประวัติ บัวขาวบัญชาเมฆ [3]
หลังจากพักในการชกมวย ปัจจุบันบัวขาว ได้ย้ายถิ่นฐาน มาเปิดอาณาจักรใหญ่ ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยพื้นที่ในการสร้าง มีเนื้อที่มากกว่า 100 ไร่ โดยสร้างภายใต้ชื่อ “บัวขาว วิลเลจ” เป็นชื่อรวมของพื้นที่ทั้งหมด โดยพื้นที่ถูกจัดสรร ออกไป 3 แห่งคือ ร้านอาหาร ที่พัก และค่ายมวย
โดยการสร้างที่นี่ ถือได้ว่าเป็นไอคอนใหม่ ของชาวจังหวัดเชียงใหม่ เพราะด้วยเนื้อที่ และกิจกรรมมากมาย ที่อยู่ภายใน ทำให้เป็นสถานที่ ที่น่าพักผ่อนเป็นอย่างมาก ในส่วนของร้านอาหาร และที่พักนั้น ผู้ที่เข้ามาชม จะพบกับวิวภูเขา ความเขียวขจี ของป่าไม้โดยรอบ ถือว่าได้รับธรรมชาติ ไปแบบเต็มปอด
ห้องพักจะมีทั้งหมด 10 หลัง และยังมีสถานที่ขายของฝาก และของที่ระลึก โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น. จะหยุดทุกๆ วันจันทร์เท่านั้น และค่ายมวยที่ถูกย้ายมา จากจังหวัดสุรินทร์ ยังคงใช้ชื่อค่ายว่า “ค่ายมวยบัญชาเมฆ” ตอนนี้มีชาวต่างชาติ เขามาเรียนรู้ทักษะ แม่ไม้มวยไทยเป็นจำนวนมาก
หากสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก sanook
ก่อนที่จะย้ายค่ายมวย มายังจังหวัดเชียงใหม่นั้น บัวขาวได้มีค่ายเดิม อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของบัวขาวนั้นเอง และการสร้างค่ายในครั้งนั้น ได้มีนักมวยฝีมือดีอย่าง ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน มาอยู่ในค่ายก่อน และในเวลาต่อมา บัวขาวตัดสินใจย้ายไป อยู่จังหวัดเชียงใหม่
การย้ายค่ายในครั้งนี้ ทำให้ตัวของซุปเปอร์บอน ไม่สามารถย้ายไปด้วยได้ ทำให้ซุปเปอร์บอน จำเป็นต้องหาค่ายอยู่ใหม่ และบัวขาวเอง ก็ได้ย้ายถิ่นฐาน มาอยู่กับธรรมชาติ ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยการแยกกันครั้งนี้ ทั้งคู่ได้มีการพูดคุย และทำความเข้าใจกันเรียบร้อย ไม่ได้มีข้อบาดหมางใดๆ
รวมตำนาน บัวขาว บัญชาเมฆ เป็นยอดนักมวย ที่มีชื่อเสียงที่สุด ในประเทศไทย เขาได้สร้างมาตรฐาน ให้กับวงการมวยไทย ให้มีคุณภาพ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แม้ตอนนี้เขาจะผันตัว ไปเป็นเจ้าของอาณาจักรแล้ว แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ คือเกียรติประวัติที่น่าจดจำ และถือว่าเป็นนักชกชาวไทย ที่ทั่วโลกต่างให้การเคารพ
บัวขาวได้เริ่มเข้ามา ในวงการนักมวย ตั้งแต่อายุได้ 7 ขวบ เขาได้เดินทาง ไปชกมวยในสนามต่างๆ ในอายุได้ 15 ปี ทางค่าย ป.ประมุข ได้เห็นศักยภาพ ที่มีในตัวของบัวขาว จึงได้ไปทาบทาม ให้เขาเข้ามาอยู่ที่ค่าย และนั้นเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้บัวขาวได้ย้ายมากรุงเทพ และได้มาอยู่ในค่าย ป.ประมุข ตั้งแต่อายุได้ 15 ปี
บัวขาวชกในประเทศ มามากมายหลายเวที แต่ยังไม่มีคนรู้จัก และเขาเริ่มมีชื่อเสียง ในรายการ “K-1 Kickboxing World MAX Grand Prix” เป็นรายการชกระดับโลก ที่มีนักมวยดังหลายคน ชกอยู่ในรายการนี้ บัวขาวสามารถชกชนะ มือหนึ่งของรายการนี้ได้ ทำให้เริ่มมีคนรู้จัก และเริ่มมีชื่อเสียงจากรายการนี้

