
รวมเรื่องราว โจ ณัฐวุฒิ ยอดมวยสู้ชีวิตจากแดนไกล
- MY Kismet
- 131 views

รวมเรื่องราว โจ ณัฐวุฒิ ยอดมวยสู้ชีวิตจากแดนไกล ถือเป็นนักมวย ที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ในเส้นทางชีวิตอีกหนึ่งคน จากคนเคยมีความฝัน จนเกือบทิ้งฝันนั้น เพราะโชคชะตาไม่เข้าข้าง เขาเริ่มมาจากความชอบ และความพยายาม จนตอนนี้เขากลายเป็น ยอดมวยที่ผู้คนทั่วโลก ต่างให้การชื่นชม ในทุกไฟต์ที่เขาพยายาม
ชื่อจริง: ณัฐวุฒิ สมคุณ
ชื่อเล่น: โจ
วันเกิด: 7 ตุลาคม พ.ศ. 2532
สัดส่วน: สูง 178 ซม. น้ำหนัก 70.1 กิโลกรัม
เขาเติบโตมาจากจังหวัด นครราชสีมา โดยในตอนเด็กนั้น เขาเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน และมีนิสัยที่เหมือน กับเด็กต่างจังหวัดทั่วไป ที่ชอบการเล่นกีฬา และช่วงเวลาว่าง จะไปช่วยคนในชุมชน ในการปลูกข้าวทำนา เขาได้เริ่มเข้ามา ฝึกซ้อมกีฬามวย ตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ เพราะรู้สึกชื่นชอบ
เหตุการณ์ที่ทำให้โจ ได้รู้จักกับมวยไทย นั้นคือเขาได้เห็น ครูที่ฝึกซ้อมวอลเลย์บอล ได้ไปเตะกระสอบทราย โจเลยเกิดความสนใจ และได้ไปขอให้ครู ช่วยสอนทักษะมวย ให้กับตัวเขา เขาได้ขึ้นชกมวยครั้งแรก เมื่ออายุได้เพียง 10 ขวบ และเมื่ออายุ 18 ปี เขาไปเข้ากรุงเทพ เพื่อเริ่มเส้นทางฝึกซ้อม ในการเป็นนักมวยแบบจริงจัง
ที่มา: Jo Nattawut [1]
รายการ Lion Fight
วัน แชมเปียนชิพ
เป็นประเด็นข่าวใหญ่ ระหว่างโจณัฐวุฒิ และทางบริษัท UPR VISION ENTERTAINMENT ซึ่งเป็นบริษัทของ “อองตวน ปินโต” นักมวยชื่อดัง ที่ตอนนี้ได้ลาวงการมวยไปแล้ว ซึ่งทั้งสองคน ได้มีการเซ็นสัญญา การทำงานร่วมกัน โดยข้อตกลงคือ จะแบ่งค่าตัวออกเป็น 70/30 ให้ทางโจ 70% ทางบริษัท 30%
แต่ก็ได้มีงานหนึ่ง ที่ทางผู้ว่าจ้างได้ให้ค่าตัว 200,000 บาท และได้มอบให้กับทางบริษัท โดยถ้าหักเปอร์เซ็นต์ ตามที่ตกลงกันไว้ โจจะได้รับค่าตัวอยู่ที่ 140,000 บาท แต่เขานั้นกลับได้รับเพียง 50,000 บาท เขาจึงรู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ในกรณีนี้ จึงได้มีการออกมา ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว
โดยหลังจากโจได้ออกมาชี้แจง หลังจากนั้นไม่นาน ทางบริษัทได้ออกมาชี้แจง ว่าในกรณีการขายเสื้อ ที่โจได้เป็นแบบไปนั้น ทางบริษัทได้จ่ายยอดครบถ้วน ก่อนที่โจนั้น จะได้หมดสัญญา กับทางบริษัท อีกทั้งเรื่องเงิน ที่โจได้เพียง 50,000 บาท เป็นเพราะต้องหักไปจ่าย ในส่วนต่างๆ แต่ตอนนี้ได้สอบสวน และโอนส่วนต่าง ไปให้กับทางโจเรียบร้อยแล้ว
หากสนใจอ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิก today.line

ที่มา: รู้จัก “โจ ณัฐวุฒิ [2]
ในวงการมวย เป็นที่รู้กันดีว่า สไตล์การชกของโจณัฐวุฒินั้น มีความลื่นไหล และมีความต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนเปรียบให้เขา เป็นเหมือนกับควัน ที่ลอยแบบลื่นไหล และมีความต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถ ที่จะเดาทิศทาง ของควันนั้นได้ เขาจึงได้รับฉายาว่า “Smokin’ Jo” แปลเป็นไทยคือ โจสายควันนั้นเอง
ได้มีการสัมภาษณ์ และมีเกมมาให้โจเล่น โดยเนื้อหาของเกมคือ ให้โจเลือกบุคคล ในรายการมวย วันแชมเปียนชิพ ที่เขานั้นถือว่า เป็นคนที่เก่งที่สุด โดยทางโจณัฐวุฒิได้บอกว่า สำหรับตอนนี้ในรายการ มวยวันแชมเปียนชิพ ไม่มีใครเทียบกับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” และ “ซุปเปอร์เล็ก” ได้แล้ว
เขานั้นยกให้ทั้งสองคน เป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทั้งในกติกาการชก แบบมวยไทย และกติกาการชก แบบคิกบ็อกซิ่ง และยังถือว่าในยุคนี้ สองบุคคลนี้ คือยอดมวยแห่งวงการ ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก และยังเป็นยอดมวย ที่มีชื่อเสียงที่สุด อยู่ในตอนนี้
ที่มา: โจ ยกคนนี้คือนักมวยไทยที่เก่งสุด [3]
บทสรุป รวมเรื่องราว โจ ณัฐวุฒิ ถือว่าเป็นนักมวย ที่มีเส้นทางชีวิตที่ยากลำบาก และผ่านอุปสรรคต่างๆ มาแล้วมากมาย เขาคือต้นแบบของคน ที่ไม่เคยทอดทิ้งความฝัน และเขายังเป็นนักมวย ที่ตอนนี้ถือว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในเส้นทางอาชีพ การเป็นนักมวย และการเป็นเจ้าของธุรกิจ
ในเส้นทางนักมวย ของโจในวัยเด็กนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะมีฝีมือ การชกที่โดดเด่น และยังเคยได้ชกออกรายการทีวี มาแล้วหลายครั้ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถ ที่จะสร้างชื่อเสียง และเป็นที่จดจำ ของเหล่าแฟนมวยในสมัยนั้นได้ เขาจึงได้ทิ้งความฝัน เพื่อไปหางานที่มั่นคง ที่จะใช้เลี้ยงชีพ ของเขาในตอนนั้นได้
สำหรับเส้นทางชีวิตของเขา จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขา ได้กลับเข้ามาในวงการมวย ต้องยกให้กับ การที่เขาได้พบกับ “ขุนพล เดชคำภู” อดีตนักมวยชื่อดัง ที่ไปเปิดยิมอยู่ ในประเทศอังกฤษ และเป็นจังหวะที่ยิม กำลังหาเทรนเนอร์มวยอยู่ นั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้โจได้กลับเข้าไป เพื่อตามหาความฝันของเขาอีกครั้ง

