
รวมไฟต์เดือด โลมา ลูกบุญมี นักชกลูกกรง MMA
- MY Kismet
- 155 views

รวมไฟต์เดือด โลมา ลูกบุญมี นักชกลูกกรง MMA ถือเป็นอีกหนึ่ง ความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะนักชกสาวคนนี้ คือหนึ่งเดียว ในรายการมวยโลก ที่เป็นรายการใหญ่ที่สุด เท่าที่มีการแข่งขันมา เป็นนักชกสไตล์ดุดัน สายปล่อยพลังแบบสุดขีด มีเทคนิคการชกหลากหลาย มีอาวุธหนักคือหมัดพิฆาต
ชื่อจริง: สุภิสรา คนหลัก
ชื่อเล่น: โลมา
วันเกิด: 18 มกราคม พ.ศ. 2539
สัดส่วน: สูง 155 ซม. น้ำหนัก 52 กิโลกรัม
โลมาได้เริ่มต้น ชีวิตการชกมวยตั้งแต่อายุได้เพียง 7 ขวบ โดยเธอเติบโตมากับวงการมวย เพราะทางคุณพ่อ ได้เปิดยิม และมีการสอนมวยไทย เมื่อเริ่มขึ้นสังเวียน ช่วงแรกก็จะได้ ชกกับเด็กผู้หญิง ต่อมาโลมาก็ต้อง ขึ้นชกกับผู้ชาย เพราะไม่มีใครกล้าชกกับเธอ เหมือนกับ นิลดา เพชรจีจ้า ที่ฝีมือเก่งเกินกว่า จะชกกับผู้หญิง
หลังจากการขึ้นสังเวียน มาแล้วหลากหลายเวที โลมาได้เข้าไปรับใช้ชาติ ในฐานะนักกีฬาทีมชาติ และเมื่อจบฤดูกาลแข่งขัน โลมาได้โยกตัว มาฝึกซ้อมการชก ในรูปแบบผสมผสาน โดยเริ่มขึ้นเมื่อปี 2560 และได้รับการดูแลจากโค้ช จอร์จ ฮิคแมน และเธอก้าวขึ้นสู่เวทีแรก ในรายการ Thailand Fighting Championship
ที่มา: Loma Lookboonmee [1]
1. ชกผสมผสาน: ขึ้นชกบนเวทีโลก ในกติกาชกแบบผสมผสานทั้งหมด 13 ไฟต์ เอาชนะ 10 แพ้ 3
2. มวยอาชีพ: รวมการชกทั้งหมด 7 ไฟต์ ชนะ 6 แพ้ 1
3. ชกมวยไทย: สถิติรวมทั้งหมด 29 ชนะ 24 แพ้ 5 และคว้าแชมป์ในเทวีโลกดังนี้
หลังจากการฝึกซ้อม และพ่ายแพ้ในการชก ทำให้สภาพจิตใจของโลมา พังลงอย่างสิ้นเชิง จนนำไปสู่การป่วย เป็นโรคซึมเศร้าขั้นหนัก โลมารักษาตัว จากการกินยา แต่ยังไม่มีวี่แวว ว่าจะหายดี โลมาเป็นหนักถึงขั้น ไม่สามารถฝึกซ้อม หรือทำอะไรได้เลย อาการป่วยนี้เป็นนานถึง 4 ปี
การกลับมาของโลมา คือช่วงที่ต้องเข้าพบแพทย์ และคุณหมอแจ้งว่า โลมาต้องเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาล แต่โลมาไม่ต้องการเช่นนั้น คุณหมอจึงได้แนะนำ ให้โลมาอ่านหนังสือเล่นหนึ่งนั้นคือ “The midnight library” หนังสือเล่มนี้ คือการดึงโลมากลับมา
นอกจากหนังสือ ยังมีครอบครัว จิตแพทย์ส่วนตัว และน้องหมาหนึ่งตัว ที่เป็นกำลังใจให้โลมา และทำให้โลมากลับมา ดีขึ้นหลังจากรักษามานาน และทำให้โลมา สามารถหลุดพ้น จากอาการป่วย ที่โลมาเป็นมานาน อีกทั้งยังทำให้ โลมากลับมาในวงการมวยอีกครั้ง
ที่มา: ‘โลมา ลูกบุญมี’ คนไทยหนึ่งเดียวใน UFC [2]

โลมาถือเป็นนักชก ที่เป็นชาวไทยคนเดียว ในรายการชกอย่าง UFC โดยเธอคือผู้ถือสถิติ ชก 9 รอบ แพ้ 3 รอบ และชกในรายการใหญ่ 6 รอบ แพ้เพียง 2 รอบ โดยเป็นการชนะต่อเนื่อง ติดต่อกันถึง 4 ไฟต์ ทำให้บนเวทีนี้ เธอมีความน่ากลัว และเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก การชกครั้งล่าสุด เธอต้องพบกับ “อิสเตลา นูนเญส”
นักชกอิสเตลา นูนเญส เข้าชกในวัย 32 ปี มีฟอร์มการชกไม่ธรรมดา โดยเธอชกแล้ว 6 ครั้งแพ้เพียง 1 ครั้ง เมื่อเริ่มการชก ทางสาวโลมา สามารถระเบิดพลัง ทำผลงานได้ดีกว่า ในช่วงยกแรก และทำการชกถึงยกสุดท้าย ผลตัดสินคือ โลมาสามารถเอาชนะ ในการชกครั้งนี้ไปได้ และเก็บสถิติเพิ่ม ในการชนะครั้งนี้
ในช่วงการชกแรก โลมาเปิดมวยก่อน และเป็นฝ่ายได้เริ่มทำการบุก และทำลายจังหวะคู่ต่อสู้ได้ดีกว่า เมื่อเข้ายกที่ 2 โลมามีโอกาสเทคดาวน์ แต่ยังไม่สามารถปิดเกมได้ แต่เธอก็กระหน่ำฟันศอก เมื่อเข้าสู่ยกที่ 3 โลมาเน้นเรื่องการใช้ศอก และทำเทคดาวน์ได้อีกครั้ง และประเคนอาวุธ จนสามารถชนะการแข่งครั้งนี้ได้
ที่มา: “โลมา” คว้าชัย 4 ไฟต์ติด ใน UFC [3]
เป็นที่รู้กันดีว่า โลมานั้นไม่ได้ถนัด การชกแบบผสมผสาน มาตั้งแต่แรก โดยก่อนหน้านี้นั้น โลมาได้ชกมวยสากล แบบสมัครเล่น ให้กับทีมชาติไทย จนได้มีการชักชวน จากรุ่นพี่ท่านหนึ่ง อยากให้โลมาได้ลองเปลี่ยน รูปแบบการชกมวย มาเป็นการชก MMA เพราะมีการชิงแชมป์ โลมาจึงตัดสินใจ ก้าวออกจากกรอบ
โดยการข้ามมาฝึกซ้อม เพื่อขึ้นชกในรายการ MMA โลมาอยากลอง เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ให้กับตัวเอง อีกทั้งยังมี อีกหนึ่งเหตุผล ที่ทำให้โลมา อยากออกมาชกแบบผสมผสาน เพราะในวงการมวย นักชกผู้หญิง ไม่ค่อยได้รับ การสนับสนุนมากนัก เมื่อเทียบกับนักชกชาย สิ่งนี้คืออีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้โลมาเปลี่ยนการชก
หากสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกอ่านได้ที่ thestandard
แรงบันดาล ในการชกมวย มาจากครอบครัว ที่เป็นแบบอย่างที่ดี และคอยปลูกฝังแต่เรื่องดีๆ ให้กับโลมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก เมื่อก้าวเข้าสู่เวทีระดับโลก ทุกครั้งก่อนที่จะขึ้นชก โลมาจะคิดถึงครอบครัว เป็นอันดับแรกเสมอ เพราะครอบครัว คือกำลังใจ และเป็นแรงผลักดัน ที่ดีที่สุดสำหรับโลมา
บทสรุป รวมไฟต์เดือด โลมา ลูกบุญมี ถือว่าเป็นนักชก ที่ผ่านเรื่องราวชีวิต มาแล้วมากมาย ทั้งการพ่ายแพ้ และอาการป่วยที่โลมาต้องเจอ แต่โลมาก็สามารถ พาตัวเองกลับมา และผ่านเรื่องราวเลวร้ายไปได้ โดยการมีกำลังใจสำคัญ อย่างคนในครอบครัว โลมาถือว่าเป็นอีกหนึ่ง ความภาคภูมิใจของคนไทย บนเวทีมวยโลก
จุดเริ่มต้นของอาการป่วย คือการขึ้นชกแล้วไม่สามารถ ที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ และในช่วงจังหวะนั้น โลมาไม่สามารถ ยอมรับความพ่ายแพ้ได้ จึงเป็นสาเหตุ ที่ทำให้สภาพจิตใจของโลมา ย่ำแย่ลง จนนำไปสู่การป่วย เป็นโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรัง อาการป่วยนี้ อยู่กับโลมามานานกว่า 4 ปี
สำหรับผลงาน ที่ทำให้โลมา ถือว่าประสบความสำเร็จ ในวงการมวย MMA บนเวทีโลกอย่าง UFC นั้นคือการเป็นแชมป์โลก S-1 รุ่น 100 ปอนด์ และยังมีการเอาชนะติดต่อกัน 4 ไฟต์รวด ที่ทำให้โลมา เป็นที่น่าจับตามอง สำหรับกลุ่มคนทั่วโลก เพราะโลมาสามารถ ทำผลงานออกมา ได้อย่างยอดเยี่ยม

