รัฐบาลเกาหลีใต้ ส่งตำรวจไปกัมพูชา ลุยสืบคดีหรือส่งสัญญาณอะไร

รัฐบาลเกาหลีใต้ ส่งตำรวจไปกัมพูชา

รัฐบาลเกาหลีใต้ ส่งตำรวจไปกัมพูชา เมื่อไม่ใช่แค่การสืบคดีธรรมดา เพราะรัฐบาลเกาหลีใต้ ถึงขั้นส่งตำรวจไปกัมพูชาด้วยตัวเอง หลังเกิดคดีนักศึกษาเกาหลีวัย 22 ปี ถูกหลอก และเสียชีวิตอย่างน่าสลด เรื่องนี้ทำให้คนเกาหลีทั้งประเทศเดือด และกลายเป็นจุดที่รัฐบาลต้องขยับเองกับมือ

  • ผ่าประเด็นใหญ่ เกาหลีใต้ส่งตำรวจไปกัมพูชา
  • ทำไมรัฐบาลเกาหลีใต้ ถึงส่งตำรวจไปกัมพูชา
  • เจาะประเด็น ส่งตำรวจข้ามประเทศ

ผ่าประเด็นใหญ่ รัฐบาลเกาหลีใต้ ส่งตำรวจไปกัมพูชา

จากข่าวที่รัฐบาลเกาหลีใต้ ส่งตำรวจไปกัมพูชา ที่ไม่ใช่แค่พาดหัวดังเล่น ๆ เพราะเบื้องหลังมันมีทั้งแรงกดดันจากสังคม เรื่องศักดิ์ศรีของประเทศ และความพยายามจะจัดการปัญหา Scam Center ที่ลามไปทั่วภูมิภาค 

โดยเรื่องทั้งหมด เริ่มจากคดีหนึ่งที่สะเทือนใจคนทั้งเกาหลี ซึ่งเด็กหนุ่มอายุ 22 ปี ที่ชื่อ พัค มินโฮ ถูกหลอกให้ไปทำงานในกัมพูชา ก่อนจะเสียชีวิตในสภาพถูกทรมาน และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การสูญเสีย แต่คือการเปิดแผลว่า รัฐบาลยังปกป้องคนของตัวเองได้จริงไหม?

และสังคมเกาหลีเดือด จนเกิดแฮชแท็ก #JusticeForMinho ติดเทรนด์หลายวัน คนออกมาวิพากษ์ว่าเรื่องแบบนี้เกิดซ้ำ ๆ แต่ไม่เคยมีคำตอบที่ชัดเจน และนั่นคือเหตุผลที่รัฐบาลยุนซอกยอล ต้องลงมาจัดการเอง ถึงขั้นสั่งให้ตำรวจเกาหลีบินไปพนมเปญเพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

จุดเริ่มต้นจากคดี Park Min-ho ถึงแรงกดดันจากสังคมเกาหลีใต้

สำหรับคดีนี้ ที่เริ่มต้นเหมือนเรื่องหลอกลวงทั่วไป เด็กเกาหลีถูกชักชวนให้ไปทำงานในต่างประเทศ โดยมีสัญญาเงินเดือนสูงในกัมพูชา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์เถื่อน ที่มีการบังคับขู่เข็ญให้ทำงานหลอกลวงคนอื่นแทน จนต้องสะเทือน กัมพูชา เกาหลีใต้ ความสัมพันธ์ ตลอด 50 ปี 

ซึ่งจากรายงานข่าว ยังมีเหยื่อจำนวนมากถูกควบคุมตัว ถูกบังคับเสพยา และบางคนไม่รอดกลับประเทศ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ กลายเป็นไฟลามทุ่งในเกาหลีใต้ อีกทั้งในกัมพูชา เมียนมา และลาว หลายครอบครัว ได้ออกมาร้องขอให้รัฐบาลช่วยตามหาลูกหลาน แต่แทบไม่มีความคืบหน้า 

นั่นแหละจุดที่สังคมเริ่มกดดัน เมื่อในประเทศยังไม่ปลอดภัย แล้วต่างประเทศล่ะ ใครจะดูแล ซึ่งการที่ อี แจ-มยอง ออกมาพูดเองว่า รัฐบาลจะใช้ทุกช่องทางเพื่อปกป้องคนเกาหลีในต่างแดน จึงเป็นเหมือนหมุดหมายใหม่ของเกาหลีใต้ ว่าต่อไปนี้คดีแบบนี้จะไม่เงียบอีกต่อไป (15 ตุลาคม 2025) [1]

ทำไม รัฐบาลเกาหลีใต้ ถึงส่งตำรวจไปกัมพูชา เรื่องใหญ่แค่ไหน

ต้องยอมรับว่า การส่งตำรวจไปต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่าย ๆ นะ เพราะปกติการสืบคดีระหว่างประเทศจะใช้ช่องทางทูต หรือผ่านตำรวจสากล (Interpol) เท่านั้น แต่ครั้งนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ส่ง ทีมสืบสวนพิเศษ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปยังพนมเปญโดยตรง เพื่อร่วมสอบสวนกับทางการกัมพูชา

ซึ่งเท่ากับว่ามันเป็น ปฏิบัติการระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลเลยทีเดียว โดยเบื้องหลังการขยับครั้งนี้ไม่ใช่แค่คดีคนตาย แต่เกี่ยวโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาค ที่ UN เคยประเมินว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 37,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีและกัมพูชาคือหนึ่งในศูนย์กลางใหญ่ 

ดังนั้น การที่เกาหลีส่งตำรวจไปเอง จึงไม่ได้แค่ตามหาความจริงให้คนตาย แต่คือการประกาศชัดว่า จะไม่ยอมให้พลเมืองของตัวเองตกเป็นเหยื่อของระบบเทา ๆ แบบนี้อีกต่อไป ซึ่งมันคือ สัญญาณเตือนจากเกาหลีใต้ไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้งหมด (15 ตุลาคม 2025) [2]

เจาะประเด็น ส่งตำรวจข้ามประเทศ เรื่องที่ไม่ได้เห็นบ่อย

การส่งตำรวจจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศ มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเลยนะ เพราะเรื่องแบบนี้ต้องผ่านชั้นทางการทูตหลายระดับ ต้องมีข้อตกลงระหว่างรัฐบาล และต้องได้รับความยินยอมจากประเทศปลายทางด้วย ซึ่งแปลว่าเกาหลีใต้กับกัมพูชาตอนนี้ กำลังคุยกันแบบตรง ๆ มากกว่าที่หลายคนคิด

แต่จริง ๆ แล้ว การส่งเจ้าหน้าที่ข้ามแดนแบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาบ้างในช่วงสิบปีที่ผ่านมา และทุกเคสล้วนเป็น “คดีระดับรัฐ” ที่โลกจับตา อาทิเช่น

  • ญี่ปุ่น (2013–2016): ส่งตำรวจไปฟิลิปปินส์ สืบคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกคนญี่ปุ่น สูญเงินกว่า 500 ล้านเยน ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ญี่ปุ่นส่งทีมสืบต่างประเทศ
  • จีน (2019–2023): ส่งเจ้าหน้าที่ไปเมียนมาและกัมพูชา ปราบเครือข่าย Scam Center และเว็บพนันใน ชเวโก๊กโก่ และ สีหนุวิลล์ จับกุมผู้ต้องสงสัยและส่งกลับจีนกว่า 21,000 คน ในปีเดียว
  • เกาหลีใต้ (2017): เคยส่งตำรวจไปฟิลิปปินส์ หลังคดีฆาตกรรมนักธุรกิจเกาหลีในมะนิลา ที่มีตำรวจท้องถิ่นเกี่ยวข้อง เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเกาหลีออกคำสั่งร่วมสืบคดีเอง

ซึ่งโดยปกติแล้ว คดีเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเหยื่อเป็นคนสัญชาติเดียวกับประเทศต้นทาง หรือคดีมันใหญ่ระดับที่รัฐบาลต้องเข้ามาเอง เพื่อไม่ให้กระทบความเชื่อมั่นของประชาชน เหมือนที่เกาหลีใต้ทำในตอนนี้แหละ แม้เรื่องที่เริ่มจากคดีเดียว แต่สุดท้ายกลายเป็นสัญญาณการทูตเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน

การส่งตำรวจข้ามประเทศ ของรัฐบาลเกาหลีใต้นี้ มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

ถ้ามองแบบไม่อคติ การส่งตำรวจข้ามประเทศแบบนี้ มีทั้งด้านดีและด้านเสี่ยงที่รัฐบาลต้องรับไปเต็ม ๆ

ข้อดี

  • แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ “จริงจัง” กับการปกป้องคนของตัวเอง ไม่ใช่แค่พูดสวย ๆ ในข่าว ซึ่งผลสำรวจของ Yonhap News ระบุว่า กว่า 82% ของชาวเกาหลีใต้ เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลส่งทีมตำรวจไปต่างประเทศในครั้งนี้
  • กดดันให้รัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งความคืบหน้าในคดี เพราะตอนนี้โลกจับตามองอยู่
  • ช่วยสร้างความมั่นใจให้คนเกาหลี ที่ทำงานในต่างประเทศ ว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ใครหายไปเฉย ๆ โดยปัจจุบันมีแรงงานเกาหลีอยู่ต่างแดนกว่า 1.2 ล้านคน และกว่า 15% ของคดีช่วยเหลือคนหายไปในต่างประเทศ เกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์หรือ Scam Center โดยตรง

ข้อเสีย

  • เสี่ยงต่อความตึงเครียดทางการทูต จากการเจรจาที่ล้มเหลวก็มีสูงถึง 60–70% เพราะดูเหมือนการเข้าไปก้าวก่ายอำนาจในประเทศอื่น
  • ถ้าไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม จะกลายเป็นภาพว่า รัฐบาลทำเพื่อเรียกคะแนนนิยม มากกว่าแก้ปัญหาจริง
  • และที่สำคัญ การส่งเจ้าหน้าที่ไปสืบต่างประเทศ ต้องระวังเรื่องเขตอำนาจและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เอง

พูดง่าย ๆ คือมันเป็นการขยับหมากที่กล้า แต่ก็มีเดิมพันสูง ถ้าได้ผลดี เกาหลีใต้จะถูกมองว่าเป็นประเทศที่ปกป้องพลเมืองได้จริง แต่ถ้าพลาด ภาพลักษณ์ระดับโลกอาจเสียยิ่งกว่าเดิม

วิธีแก้ปัญหารัฐเกาหลีใต้ ต่างจากไทยกับปัญหาเหยื่อสแกมเมอร์ยังไง

ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะสองประเทศนี้มีจุดร่วมคือ “คนโดนหลอกไปทำงานต่างแดน” เหมือนกัน แต่แนวทางจัดการต่างกันชัดเจนเลย ดังนี้

  • เกาหลีใต้: ใช้วิธี “ลุยเต็มระบบ” ทั้งทางการทูต ตำรวจ และหน่วยข่าวกรอง พร้อมสื่อสารต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เห็นได้จากกรณี พัค มินโฮ ที่รัฐออกมาพูดเองแทบทุกขั้น
  • ประเทศไทย: ส่วนใหญ่ใช้วิธีประสานผ่านหน่วยงานภายใน เช่น กรมการกงสุลและตำรวจไซเบอร์ แต่ยังขาด “ทีมลงพื้นที่จริง” ในต่างประเทศ ทำให้การช่วยเหลือบางคดีช้ากว่า
  • ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่า เกาหลีเลือกลุยเองก่อน ค่อยรายงานทีหลัง ส่วนไทยรอรายงานก่อน ถึงจะลุย

ความต่างตรงนี้สะท้อนชัดว่า รัฐบาลเกาหลีใต้พยายามวางตัวเองเป็น รัฐที่คุ้มครองพลเมืองเชิงรุก
ในขณะที่ไทยยังอยู่ในโหมดประสานและรอข้อมูล ซึ่งไม่ผิดนะ แต่ในโลกปัจจุบันที่อาชญากรรมข้ามชาติขยับเร็วกว่ารัฐ การรออาจกลายเป็นจุดอ่อนโดยไม่รู้ตัว (16 ตุลาคม 2025) [3]

บทสรุป รัฐบาลเกาหลีใต้ ส่งตำรวจไปกัมพูชา

รัฐบาลเกาหลีใต้ ส่งตำรวจไปกัมพูชา

สุดท้ายเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดี แต่คือสัญญาณทางการทูต ที่เกาหลีใต้ส่งถึงโลก ว่าพร้อมลงมือเองถ้าระบบยุติธรรมของประเทศอื่นช้าเกินไป มันคือการยืนยันว่าศักดิ์ศรีของพลเมือง ยังสำคัญกว่าข้อจำกัดทางเขตแดน

ถอดบทเรียนจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ไทยสามารถทำแบบนี้ ได้หรือไม่?

คำตอบคือ เกาหลีเลือกลงมือก่อน ค่อยรายงานทีหลัง เพราะเห็นชีวิตประชาชนสำคัญกว่าเอกสาร ส่วนไทยก็ทำได้เหมือนกัน ถ้าเริ่มจากแนวคิดว่าการช่วยคน ต้องเร็วกว่าระบบราชการที่ยังช้าเกินไป

สุดท้ายแล้ว ปัญหาเหยื่อสแกมเมอร์ ใครควรรับผิดชอบ?

คำตอบคือ ไม่ใช่ใครคนเดียว แต่คือทั้งระบบ ที่ต้องทำงานจริง ไม่ใช่รอแก้ตอนเกิดเรื่อง เหยื่อจะน้อยลงก็ต่อเมื่อรัฐกล้าชนเครือข่ายสีเทา และไม่ปล่อยให้ความกลัวหรือผลประโยชน์มากำหนดว่า ใครควรได้ความยุติธรรมก่อน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง