
รีวิว สตาร์ วอร์ส เจได ผจญภัยบนกาแล็กซีอันไกลโพ้น
- Chono
- 153 views

รีวิว สตาร์ วอร์ส เจได ผลงานเกมแอ็กชันผจญภัย จากทีมนักพัฒนาเกมชื่อดัง Respawn วางจำหน่ายโดยบริษัท Electronic Arts ซึ่งวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มสตรีม และเว็บไซต์เครื่องเล่นเกม PlayStation 5 ซึ่งเกมนี้จะพาผู้เล่นออกไปผจญภัย บนกาแล็กซีอันไกลโพ้น ผ่านการดำเนินเรื่องของตัวละคร คาล เคสติส
สำหรับเนื้อเรื่องของเกมนี้ จะเป็นเหตุการณ์หลังจากผ่านไป 5 ปี ในตัวเกมภาค Fallen Order – Cal Kestis ที่ยังคงเป็นการต่อสู้กับจักรวรรดิกาแลกติก และยังคอยตามหาเหล่าเด็กๆ ที่มีพลังวิเศษภายในร่างกาย แต่ตัวเกมในภาคนี้ จะเป็นการออกผจญภัยของตัวละคร คาล เคสติส บนดวงดาวคอรัสซัง ที่อยู่บนกาแล็กซีอันไกลโพ้น
แต่เขาก็ยังถูกตามล่า โดยกองทัพของจักรวรรดิกาแลกติก ซึ่งการหลบหนีในครั้งนี้ ส่งผลทำให้ยานแมสทิสเกิดความเสียหาย Cal Kestis จำเป็นที่จะต้องกลับไปหาเพื่อนสนิทอย่าง Greez ที่อาศัยอยู่บนดวงดาวโคโบ แต่การกลับไปหาเพื่อนสนิทในครั้งนี้ ทำให้เขาได้พบเจอเบาะแสบางอย่าง ที่อาจเกี่ยวข้องกับมิติพิศวง (Tanalorr)
ซึ่งมิติพิศวงนี้ เป็นสิ่งที่กองทัพหลายฝ่ายต่างตามหา และพยายามค้นหามันมานานหลายปี ซึ่งมันอาจเป็นความหวังใหม่ ในการฟื้นฟูกลุ่มเจไดขึ้นมาอีกครั้ง และมิตินี้ก็ยังตกเป็นเป้าหมายของกองทัพ Bedlam Riders ที่พยายามตามหามันเหมือนกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ การออกเดินทางครั้งใหม่ของตัวละคร Cal Kestis [1]
สำหรับวิดีโอเกมแนวแอ็กชันผจญภัย ที่นำเสนอการเล่นในมุมมองบุคคลที่สาม คุณจะได้รับบทเป็นอัศวินเจได มีอาวุธคู่กายคือดาบไลต์เซเบอร์ เพื่อเข้าต่อสู้กับกองทัพของศัตรู ซึ่งศัตรูจะมีรูปแบบการต่อสู้ พลังชีวิต และทักษะการป้องกันการโจมตี คุณสามารถใช้ดาบไลต์เซเบอร์โจมตีศัตรู หรือป้องกันการโจมตีของศัตรูได้เช่นกัน
นอกจากนี้ตัวละครของคุณ ยังสามารถใช้ทักษะ Force ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ความสามารถในการดึงและผลักศัตรู รวมถึงควบคุมกระสุนปืน และทักษะนี้ยังทำให้เวลาช้าลงชั่วครู่ หากคุณพัฒนาตัวละครไปเรื่อยๆ จะสามารถปลดล็อกความสามารถ Telekinetic เพิ่มเติม เช่น การยกหรือกระแทกศัตรูลงบนพื้น หรือทำให้ศัตรูเกิดความสับสน
ภายในเกมนี้ คุณจะได้พบเจอกับตัวละครมากมาย แต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นตัวละครหลักได้ ซึ่งตัวละครเหล่านี้ จะให้ภารกิจย่อยแก่ผู้เล่น แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีตัวละครบางตัว ที่คุณสามารถนำเข้ามาร่วมอยู่ในทีมได้ และตัวละครเหล่านี้ จะคอยปลดล็อกเนื้อหาเสริมเพิ่มเติม บางตัวละครจะช่วยคุณค้นหาหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่ [2]
สิ่งแรกก็คือด้านกราฟิกและภาพ ที่ออกแบบมาได้อย่างสมจริง นำเสนอแผนที่อันกว้างใหญ่ ซึ่งผู้เล่นจะได้พบเจอกับสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศต่างๆ ที่มีทั้งป่าไม้ ภูเขา ทะเลทราย และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทางผู้พัฒนาได้ยกระดับเพิ่มมากขึ้น การออกแบบที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ออกแบบความตื้นลึกหนาบางออกมาดูดี
ต่อมาก็คือระบบเสียงภายในเกม โดยเฉพาะเสียงประกอบ ที่ผู้สร้างได้ออกแบบให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เหมือนกับการนั่งดูภาพยนตร์ เสียงดนตรีที่จะเน้นไปทางวงออร์เคสตรา มีทั้งเครื่องสาย เครื่องดีด เครื่องเป่า ที่ส่งเสียงดังกังวาน ซึ่งเข้ากับฉากหรือฉากคัทซีนต่างๆ และเสียงเอฟเฟคการต่อสู้ เสียงฟืนเลเซอร์ ถือว่าทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน
แต่ข้อเสียของตัวเกม นั่นก็คือปัญหาเรื่องของการปรับเฟรมเรต เกมนี้สามารถปรับอัตราเฟรมเรตได้สูงสุดเพียง 60 FPS แต่ไม่ใช่อัตราเฟรมเรตที่หยุดนิ่ง การเปลี่ยนฉากคัทซีน หรือเปลี่ยนแผนที่บนดวงดาวต่างๆ ส่งผลให้อัตราเฟรมเรตลดลงเหลือเพียง 40 FPS ซึ่งมันเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับเกมแนว Soulslike

หลังจากที่คุณได้ดูรายละเอียดข้อมูลข้างต้น ที่ทางผู้เขียนได้นำเสนอเนื้อเรื่องของตัวเกม ระบบเกมเพลย์ และแนะนำจุดเด่นและจุดบกพร่องที่พบเห็นได้ชัด แต่ในรายละเอียดเนื้อหาในส่วนถัดไป เราจะพาไปดูการแนะนำสเปคสำหรับเล่นเกมบนเครื่อง PC พร้อมยกตัวอย่างบทวิจารณ์ของผู้เล่น มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
สเปคขั้นต่ำสำหรับเล่นเกม
สเปคขั้นสูงสำหรับเล่นเกม
ทางเราได้ยกตัวอย่างบทวิจารณ์ของเหล่าเพลย์เยอร์ มาจากเว็บไซต์ Metacritic ในหัวข้อ PC Critic Reviews สำหรับบทวิจารณ์เชิงบวก คิดเป็น 72% บทวิจารณ์แบบผสม 28% และบทวิจารณ์เชิงลบ 0% [3] หรือผู้อ่านท่านใด ที่ต้องการดูบทความรีวิวเกมจากทางผู้เขียน สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ เกมแอ็กชัน สุดมันส์
หากใครที่เป็นแฟนบอยซีรีส์ภาพยนตร์สตาร์วอร์ส ตัวเกมในภาคนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าตัวเกมภาคก่อนๆ และนับตั้งแต่ที่ตัวเกมเปิดตัว พบว่ามีเหล่าเพลย์เยอร์ได้ให้ความสนใจ และเลือกเข้าไปร่วมเล่นเกมนี้กว่า 67,855 คน หรือใครที่อยากจับจองซื้อเกมมาทดลองเล่น สามารถเข้าไปซื้อเกมในที่ Steam ในราคา 1,899 บาท
ตัวเกมเวอร์ชันนี้ เป็นหนึ่งในวิดีโอเกมที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา จนได้รับการเข้าชิงรางวัลมากมาย ได้แก่ Ultimate Game of the Year, The Game Awards 2023, 2023 NAVGTR, Game Audio Network Guild Awards และรางวัล Best Game or Interactive Work ในปี 2024
ตั้งแต่ที่ตัวเกมวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 ก็ได้รับคะแนนรีวิวจากสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะคะแนนจากเว็บไซต์ Metacritic (PS5) 86/100 ซึ่งก็มีสื่อนอกอีกมากมาย ที่ได้เข้ามาให้คะแนนรีวิวตัวเกมเวอร์ชันนี้ ได้แก่ Guardian ให้คะแนนรีวิวตัวเกม 10/10, GameInformer ให้คะแนนตัวเกม 9.25/10 และเว็บไซต์ IGN ให้คะแนนรีวิวไปทั้งหมด 9/10 คะแนน

