
รีวิว SMITE 2 ออกผจญภัยในโลกของเกมโมบา
- Chono
- 153 views

รีวิว SMITE 2 เกมแอ็กชันแนวโมบารูปแบบใหม่ ที่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นตัวละครในเกม MOBA นำเสนอในมุมมองบุคคลที่ 3 โดยเปิดให้เข้าไปร่วมทดสอบตัวเกมบน Steam ปลดปล่อยความเป็นนักวางแผน และปลดปล่อยทักษะการต่อสู้เพื่อพิชิตศัตรู ซึ่งเราจะมารีวิวตัวเกม พร้อมยกตัวอย่างบทวิจารณ์ของผู้เล่น
สำหรับเกมแอ็กชันโมบา สไมต์ภาคที่สอง ที่ปล่อยให้ผู้เล่นเข้ามาร่วมทดสอบบน Steam ซึ่งเป็นผลงานจากทางผู้พัฒนาเกม Titan Forge Games และปล่อยตัวเกมออกมาให้เล่นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2567 และสำหรับตัวเกมในเวอร์ชันที่สอง เป็นการปรับปรุงตัวเกมเวอร์ชันที่ 1 ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นด้วย Unreal Engine 5
จากการที่ได้นำ Unreal Engine 5 มาพัฒนาตัวเกม จึงทำให้โมเดลของตัวละคร และโมเดลของสิ่งก่อสร้างภายในเกม ได้รับการออกแบบได้อย่างลงตัว และเกมนี้ทำออกมาในสไตล์งานศิลป์ ที่มีเงาเล็กน้อย และเป็นเกมที่มีภาพการ์ตูน ทำให้ผู้เล่นหลายท่านชื่นชอบงานสไตล์นี้ อีกทั้งยังผสมผสานรูปแบบการเล่น ในมุมมองบุคคลที่สามอีกด้วย
อีกหนึ่งสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัด นั่นก็คือเกมนี้ไม่มีระบบแชท ซึ่งหลายท่านอาจมองว่าเป็นข้อดีและข้อเสีย สำหรับผู้เล่นที่เชี่ยวชาญด้านเกมแนวโมบา และเกมแนวแอ็กชัน อาจไม่จำเป็นที่จะต้องพิมพ์แชทกับผู้เล่นคนอื่นๆ เรียกได้ว่า “แค่มองตาก็รู้ใจ” แต่สำหรับผู้เล่นที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน จะไม่สามารถขอคำปรึกษาจากเพื่อนร่วมทีมได้เช่นกัน [1]
เรียกได้ว่า นี่เป็นเกมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ไม่มีเกมใดกล้านำเสนอรูปแบบการเล่นแนวนี้มาก่อน ให้ความรู้สึกเหมือนกับเกมต่อสู้ พร้อมกับเกมวางแผนแนวโมบา ฝึกฝนกลยุทธ์ล้ำลึก พร้อมกับการเล่นแนว PVP 5 ต่อ 5 คุณสามารถสัมผัสถึงความตื่นเต้น ในขณะที่คุณก้าวขาเข้าไป และจะต้องทำคอมโบร่วมกับเพื่อนร่วมทีม เพื่อกำจัดป้อมปราการของศัตรู
สำหรับตัวเกมในภาคที่สอง ที่นำเสนอการเล่นแนว MOBA ตัวเกมได้ออกแบบการเล่น ที่ควบคู่กับการใช้งานคีย์บอร์ดและเมาส์ ผ่านอุปกรณ์ SteamDeck ซึ่งมีคุณสมบัติในการเล่นข้ามแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังสามารถพัฒนาตัวเกมข้ามแพลตฟอร์มได้อีกด้วย ดังนั้น คุณสามารถเล่นเกมนี้กับเพื่อนๆ โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงแพลตฟอร์มต่างๆ
ผู้เล่นหลายท่านต่างยอมรับว่าเกมนี้ เป็นเกมโมบาที่เล่นง่าย โดยมีฟีเจอร์อย่างเล่นการสร้างอุปกรณ์ และระบบการอัปเลเวลอัตโนมัติ เพื่อที่จะทำให้ผู้เล่นนั้น สามารถโฟกัสไปที่การต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ เข้ามาสัมผัสความสนุกได้อย่างเต็มที่ และช่วยให้คุณค้นหาวิธีเอาชนะฝั่งตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไอเทม การควบคุมตัวละคร และทักษะกลยุทธ์การต่อสู้
สเปคขั้นต่ำสำหรับพีซี
สเปคที่ทางผู้พัฒนาเกมแนะนำ

จากการนำเสนอข้อมูลข้างต้น หากผู้อ่านได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเกม และข้อมูลเกี่ยวกับสเปคคอมพิวเตอร์ที่ใช้เล่นเกม ในส่วนถัดไป ทางผู้เขียนจะพาไปดูความแปลกใหม่ ระบบต่างๆ หรือแม้กระทั่งตัวละครใหม่ ที่ตัวเกมได้เพิ่มเข้ามา หลังจากที่มีการอัปเดตครั้งล่าสุด พร้อมกับยกตัวอย่างบทวิจารณ์จากผู้เล่นเกม มีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
ตัวเกมในเวอร์ชันทดสอบ (Early Access) ที่ผู้เล่นจะได้สัมผัสประสบการณ์ต่อสู้ MOBA ในมุมมองบุคคลที่สาม ซึ่งตัวเกมได้รับการพัฒนาและสร้างสรรค์โดย Unreal Engine 5 เหมาะกับคนที่ชื่นชอบเกมต่อสู้ที่เข้มข้น และยังอ้างอิงธีมตัวละครต่างๆ เกี่ยวกับตำนานเทพเจ้า จากผลการสำรวจข้อมูลบนแพลตฟอร์มสตรีม พบว่ามีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจเกมนี้กว่า 40 ล้านคน
สิ่งแปลกใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในตัวเกมภาคนี้ นั่นก็คือตัวละครเทพเจ้าทั้ง 45 ตัว และมีเทพองค์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาเมื่อไม่นานมานี้ อะลาดิน (Aladdin) และยักษ์จินนี่ อีกทั้งยังเพิ่มโหมดในการเล่นเกมอีก 3 โหมด ได้แก่ Joust, Duel และ Assault พร้อมกับแผนที่ใหม่ Conquest ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม และที่สำคัญ ตัวเกมได้มีการแปลงโฉมตัวละครใหม่ทั้งหมด [2]
และนับตั้งแต่ที่ตัวเกมเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2024 พบว่ามีจำนวนผู้เล่นเข้ามาเล่นเกมนี้ 12,549 คน จนมาถึงในยุคที่ผู้เล่นให้ความสนใจตัวเกมมากขึ้น พบว่ามีผู้เล่นมากถึง 21,481 คน จนมาถึงในช่วงเวลาปัจจุบัน ในปี 2025 พบว่ามีผู้เล่นเพียง 6,994 คนเท่านั้น [3] หรือใครที่ต้องการดูบทความรีวิวเกมอื่นๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ เกมแอ็กชัน สุดมันส์
สรุปได้ว่า หากใครที่ชื่นชอบเกมแนวแอ็กชันผจญภัย ต่อสู้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ ในรูปแบบ 5 vs 5 พร้อมกับการเล่นเกมแนวโมบา เกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี นอกจากจะได้รับการวิจารณ์ทางเชิงบวกจากเหล่าผู้เล่น ปัจจุบันตัวเกมยังเปิดให้เล่นฟรี ถึงแม้จะเป็นเวอร์ชันทดลองก็ตาม แต่ทางผู้พัฒนาเกมนั้น ก็ได้มีการอัปเดตตัวเกมอยู่เรื่อยๆ
ข้อเสียอย่างแรกที่พบเห็นได้ชัดเจน นั่นก็คือความหลากหลายของตัวละคร เพราะตัวเกมในภาคที่หนึ่งนั้น มีตัวละครให้เลือกเล่นมากกว่าภาคที่สอง อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นข้อเสียของตัวเกม นั่นก็คือระบบ UI และร้านค้าในแผนที่ ซึ่งตัวเกมในภาคนี้ทำออกมาได้แย่กว่าภาคแรกเสียอีก
ทางผู้พัฒนาตัวเกมออกมาเผยข้อมูลในส่วนนี้ว่า เหตุผลที่ไม่เปิดให้เล่นเกมผ่านเครื่อง Nintendo Switch นั่นเพราะว่า ฮาร์ดแวร์ของตัวเกมอาจทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพมากพอ และด้วยประสิทธิภาพของเครื่องเล่นชนิดนี้ ทำให้ผู้สร้างรู้สึกกังวล ถึงประสิทธิภาพที่ตัวเครื่องสามารถรับได้

