สารเสพติด กับพนัน อะไรเลิกยากกว่ากัน ในมุมความอยากของคน

สารเสพติด กับพนัน อะไรเลิกยากกว่ากัน

สารเสพติด กับพนัน อะไรเลิกยากกว่ากัน คือคำถามที่ฟังดูง่าย เพราะทั้งสองอย่างไม่ได้สู้กันด้วยแรงกาย แต่สู้กันด้วยแรงอยาก ที่ซ่อนอยู่ในสมองมนุษย์ จนไม่รู้ตัวว่าอะไรดึงเรากลับไปมากกว่ากัน และบางครั้งสิ่งที่เลิกยากที่สุดอาจไม่ใช่สารเคมี แต่เป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่สมองสร้างขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

  • ทำความรู้จัก สารเสพติดและการพนัน
  • เจาะลึกสารเสพติดกับการพนัน
  • เปรียบเทียบ สิ่งที่ทำให้เลิกยากในแต่ละกรณี

ทำความรู้จัก สารเสพติด และ การพนัน คืออะไร

สารเสพติดและการพนัน ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงที่มีพลังดึงกลับ แม้ว่าวิธีทำงานจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เป้าหมายของสมองกลับเหมือนกันคือ chasing ความรู้สึกดีแบบวูบเดียวที่เคยเกิดขึ้น 

โดยทั้งสองอย่าง จึงไม่ใช่เรื่องของวินัยอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบรางวัลในสมอง ที่ทำงานเร็วกว่าความคิดของเราหลายก้าว และนี่คือจุดเริ่มต้นว่า ทำไมการเลิกจึงยากกว่าที่คนทั่วไปคิดไว้มาก

สารเสพติด ความหมาย และกลไกการทำงานทางสมอง

สำหรับ ความหมายแบบเจาะลึกของ สารเสพติดคือ สารที่เข้าไปเร่งระบบรางวัลในสมอง ให้ทำงานผิดธรรมชาติ ทำให้ระดับโดปามีน พุ่งสูงกว่าเวลาปกติถึงประมาณ 150–300% แล้วแต่ว่าชนิดของสาร โดยสารเสพติดชนิดแรก ๆ ก็คือฝิ่นที่ถูกนำมาใช้ช่วงสงครามในปี 1861-1865s โดยประมาณ

ซึ่ง สารเสพติด จะทำให้สมองจึงจดจำว่าความสุขแบบนี้ “ควรถูกไล่ตามซ้ำ” และเมื่อใช้ต่อเนื่อง เซลล์ประสาทจะไวต่อสารน้อยลง จนต้องใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกดีเท่าเดิม ซึ่งกลไกการทำงานของสมอง เมื่อได้รับสารเสพติด มีดังนี้

  • โดปามีนถูกปล่อยสูงผิดปกติทันที: มีงานวิจัยพบว่า โคเคนสามารถทำให้โดปามีน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 250%, แอมเฟตามีนอาจสูงถึง 1,000% ในบางกรณี ทำให้สมองเกิดความจำเชิงรางวัล ที่ฝังลึกมาก
  • สมองบันทึกความสุข แบบรวดเร็วเป็นพิเศษ: ระบบ reward pathway รับรู้ว่าความสุขที่ได้มาง่ายและแรงแบบนี้ควรค่าแก่การจดจำ ส่งผลให้ความอยากเกิดขึ้นเร็วกว่าเวลาโดปามีนเพิ่มจากเหตุการณ์ทั่วไปหลายเท่า (25 พฤศจิกายน 2024) [1]
  • เกิดภาวะดื้อโดปามีน: หลังใช้ต่อเนื่อง สมองลดจำนวนตัวรับ (dopamine receptors) ลงประมาณ 10–20% ทำให้ต้องใช้สารเพิ่มเพื่อให้ได้ความรู้สึกเท่าเดิม
  • อาการถอนยา ดึงให้กลับไปใช้ซ้ำ: เมื่อโดปามีนตกฮวบ ร่างกายจะเกิดความกังวล เหงื่อออก หงุดหงิด และซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้มากกว่า 60–80% กลับไปใช้ภายในปีแรกของการพยายามเลิก

ทำไม การพนัน ถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมเสพติดได้ยังไง

ในส่วนของการพนัน คือกิจกรรมที่ให้รางวัลแบบคาดเดาไม่ได้ ทำให้สมองหลงกับความลุ้นจนปล่อยโดปามีนออกมา ซึ่งใกล้เคียงสารเสพติด แม้ไม่มีสารเคมี แต่รูปแบบการเล่นที่ได้บ้าง–เสียบ้าง หรือเกือบได้รางวัล ทำให้สมองผูกพฤติกรรมนี้เข้ากับความตื่นเต้น และสร้างความอยากกลับไปเล่นซ้ำโดยไม่รู้ตัว

โดยการพนันในไทย มีมาตั้งแต่อดีต ก่อนที่ในปี 1917 จะมีการปิดบ่อน และจัดให้การเล่นพนัน กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายในเวลาต่อมา ซึ่งพฤติกรรมเสพติดการเล่นพนัน ในสังคมคนไทย มักจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “ผีพนัน” และยังจัดว่าเข้าข่ายคนที่มีความผิดปกติทางจิตเวชอีกด้วย (9 เมษายน 2025) [2]

เจาะลึก สารเสพติดกับการพนัน ด้านปัจจัยที่น่าสนใจ

สารเสพติด กับพนัน อะไรเลิกยากกว่ากัน

สารเสพติดและการพนันอาจดูต่างกัน แต่เมื่อเจาะลงในกลไกความอยาก ทั้งสองถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยคล้ายกันอย่างน่ากลัว ทั้งระดับโดปามีนที่ผิดธรรมชาติ, ความเครียด, ความเหงา, ความรู้สึกขาด, รวมถึงบริบทสังคมที่ผลักให้มนุษย์หาทางหนีตัวเองชั่วคราว 

ซึ่งแม้ว่า จุดเริ่มต้นไม่เหมือนกัน แต่ปลายทางกลับเป็นวงจร ที่ทำให้คนจำนวนมากหลุดออกมาได้ยากพอกันนั่นเอง

เปรียบเทียบ สิ่งที่ทำให้ สารเสพติดกับการพนัน เลิกยากในแต่ละกรณี

สารเสพติด: ทำไมเลิกยาก

  • เกิดอาการลงแดง หรือภาวะถอนพิษ แบบรุนแรง ตัวอย่างเช่น ใจสั่น ปวดหัว กระวนกระวาย ซึ่งทำให้ผู้พยายามเลิกกว่า 60–80% ถอดใจในปีแรก (17 กันยายน 2025) [3]
  • โดปามีนจากสารเสพติดสูงผิดธรรมชาติระดับ 150–1000% ทำให้สมองสร้างความจำเชิงรางวัลแบบฝังลึก
  • ระบบประสาทเกิดภาวะดื้อ ทำให้ต้องใช้เพิ่มเพื่อให้รู้สึกเท่าเดิม ส่งผลให้ร่างกายผูกติดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

การพนัน: ทำไมเลิกยาก

  • ให้รางวัลแบบคาดเดาไม่ได้ ที่สมองติดง่ายที่สุด เช่น เกือบได้–หวังว่าจะได้อีก–อยากเอาคืน
  • โดปามีนพุ่งขึ้นเป็นจังหวะสั้น ๆ ซ้ำๆ แม้ไม่สูงเท่าสารเสพติด แต่เกิดบ่อยจนทำสมองติดรูปแบบลุ้นมากกว่าติดผลจริง
  • ไม่มีอาการถอนทางร่างกาย ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าตัวเอง “ติดแล้ว” จึงไม่เข้ารับการช่วยเหลือจนสายเกินไป ซึ่งเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมบางคน เลิกเล่นพนันไม่ได้ นั่นเอง

วิธีการป้องกัน ไม่ให้ตัวเองหนีห่าง สารเสพติดกับการพนัน ในปี 2025

ปี 2025 เป็นปีที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากทั้งออนไลน์, โซเชียล และการเข้าถึงที่ง่ายกว่าเดิมหลายเท่า จึงต้องมีวิธีป้องกันที่จริงจังขึ้นและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

วิธีป้องกันในด้านสารเสพติด

  • เลี่ยงกลุ่มเสี่ยงและสถานการณ์ที่มีสารเสพติด เพราะงานวิจัยระบุว่าการอยู่ในพื้นที่เดิมเพิ่มโอกาส “กลับไปใช้ซ้ำ” มากกว่า 50%
  • หากเริ่มมีการใช้เพื่อคลายเครียด ให้รีบปรึกษาแพทย์หรือคลินิกบำบัดเร็วที่สุด เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะต้นลดความเสี่ยงเรื้อรังได้มากกว่า 40–60%
  • เสริมกิจกรรมที่ดึงโดปามีนธรรมชาติ เช่น ออกกำลังกาย นอนหลับดี ๆ และกิจกรรมสร้างสมาธิ เพื่อให้สมองลดความอยากลงแบบยั่งยืน

วิธีป้องกันในด้านการพนัน

  • ใช้ระบบจำกัดเวลาและวงเงิน (Self-limit) บนมือถือ เพราะในปี 2025 แพลตฟอร์มส่วนใหญ่รองรับฟีเจอร์นี้ และช่วยลดโอกาสกลับไปเล่นได้ดีขึ้นมากกว่า 30–40%
  • ปิดการเข้าถึงเว็บไซต์เสี่ยง ด้วยแอปบล็อกเบราว์เซอร์ เพื่อกันการเล่นตอนอารมณ์พาไป ซึ่งเป็นช่วงที่คนกว่า 70% กลับไปเล่น
  • ทำบัญชีรายจ่ายและแยกเงินส่วน “เสี่ยง” ออกจากเงินจำเป็น เพื่อให้เห็นผลกระทบจริง ไม่ใช่มองว่าเป็นเงินจำนวนเล็ก ๆ ที่หายไปแบบไม่รู้ตัว

ภาพรวม สารเสพติดกับพนัน อะไรเลิกยากกว่ากัน

สารเสพติด กับพนัน อะไรเลิกยากกว่ากัน

ถ้าต้องตอบตรง ๆ แบบไม่หลบมุม ทั้งสองอย่างเลิกยากคนละแบบ และไม่มีคำตอบตายตัวว่าฝั่งไหนหนักกว่า เพราะสารเสพติดผูกคนด้วยอาการถอน และการเปลี่ยนสมดุลของสมอง ขณะที่การพนันผูกด้วยความอยากเชิงอารมณ์ และความหวังลวงที่สมองสร้างขึ้นเอง แบบซ้ำซากนั่นเอง

ทำไม เลิกสารเสพติดบางอย่าง ง่ายกว่าเลิกพนันในระยะยาว?

คำตอบคือ เพราะสารเสพติด มีอาการลงแดงชัดเจน ทำให้คนรู้ว่าต้องรักษา แต่การพนันซ่อนตัวในอารมณ์ ความเครียด และเงินที่ดูเหมือนเล็กน้อย ทำให้ปัญหาเรื้อรังแบบไม่รู้ตัว และยืดเยื้อยาวกว่าที่คิดเสมอ

ถ้าเลิกไม่ได้ แสดงว่าแพ้ หรือต้องปรับอะไรบ้าง หรือควรทำยังไงต่อ?

การเลิกไม่ได้ ไม่ใช่การแพ้เสมอไป ซึ่งเป็นปฏิกิริยามนุษย์ปกติ สิ่งที่ต้องปรับไม่ใช่ตัวตน แต่คือสภาพแวดล้อมและวิธีรับมือ การเปลี่ยนวิธีต่อสู้ จึงสำคัญกว่าการพยายามอดทนแบบเดิม ที่ทำให้คนวนกลับมาที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง