
สาเหตุ คนเกาหลี ถูกหลอกไปกัมพูชา ที่โยงไปถึงขบวนการค้ามนุษย์
- Spawn
- 153 views

สาเหตุ คนเกาหลี ถูกหลอกไปกัมพูชา เมื่อทุกอย่างมันเริ่มจาก งานดีรายได้สูงในต่างประเทศ ที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนชีวิตได้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นตั๋วเที่ยวเดียว สู่ขุมนรกในกัมพูชา ที่หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังถูกขายต่อให้ขบวนการค้ามนุษย์แบบเนียน ๆ ที่ใช้มือถือกับ Wi-Fi แทนโซ่ตรวน
หลายคนอาจเคยเห็น โพสต์รับสมัครงานแนว “งานต่างประเทศ เงินเดือนดี มีที่พักฟรี” ใช่มั้ย? นั่นแหละคือจุดเริ่มของเรื่องทั้งหมด เพราะขบวนการพวกนี้มันไม่ใช่พวกหลอกลวงแบบโง่ ๆ แล้ว
แต่มันคือ ทีมที่รู้จักเล่นกับความฝันของคนยุคนี้ ได้เก่งระดับมืออาชีพ ทั้งใช้โลโก้บริษัทจริง โปรไฟล์น่าเชื่อ และบางรายยังมีคลิปสัมภาษณ์พนักงานปลอม ที่พูดภาษาเกาหลีชัดแจ๋ว (18 ตุลาคม 2025) [1]
ตอนแรกมันเริ่มง่าย ๆ แค่การโพสต์งานปลอมบนโซเชียล แต่ผ่านมาหลายปี ระบบหลอกลวงมันพัฒนาเร็วพอ ๆ กับเทคโนโลยีที่ใช้หลอกคนจริง ๆ โดยไทม์ไลน์แบบย่อของ การหลอกลวงที่เปลี่ยนรูป มีดังนี้
ซึ่งการหลอกลวงนี้ พอเหยื่อเดินทางไปถึงสนามบินกัมพูชา ทุกอย่างก็เปลี่ยนทันที ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเดินทางที่ถูกยึด โทรศัพท์ถูกควบคุม และพวกเขาถูกพาไปยังเมืองอย่าง สีหนุวิลล์ หรือ ปอยเปต เพื่อเริ่มต้นชีวิตในศูนย์สแกมเมอร์ ที่บังคับให้หลอกคนอื่นต่อไป
ถ้าพูดตรง ๆ คือมันเหมือนวงจรธุรกิจ มากกว่าจะเป็นอาชญากรรมเฉพาะกิจ เพราะทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้ดูเหมือนจริง มากพอที่จะหลอกได้แม้แต่คนระวังตัวสุด ๆ
จะว่าไว้ใจง่าย ก็ไม่ใช่ แต่เพราะปัจจัยหลายอย่าง มันดันเข้าทางขบวนการพอดี ทั้งเศรษฐกิจในประเทศที่ฝืด ความกดดันจากสังคม และภาพฝันของงานต่างประเทศ ที่ดูเท่กว่าอยู่บ้านเฉย ๆ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้คนเกาหลีตกเป็นเหยื่อได้ง่าย มีอยู่ประมาณนี้
ซึ่งหากให้พูดตรง ๆ เลยนะ มันไม่ใช่เพราะคนเกาหลีหลงง่าย แต่เพราะระบบที่หลอกเขา อาจฉลาดเกินไปต่างหาก จึงทำให้สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ถูกใช้เป็นเหยื่อจริง ๆ ไม่ใช่ความประมาท แต่คือความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

เบื้องหลังการหลอก ให้ไปทำงานในกัมพูชา มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือแก๊งเล็ก ๆ แต่คือ เครือข่ายใหญ่ระดับภูมิภาค ที่ทำงานเหมือนบริษัทใต้ดินเต็มรูปแบบ มีทั้งนายทุนต่างชาติ คนนำทางในประเทศ และเจ้าหน้าที่ ที่หลับตาข้างหนึ่งให้ระบบนี้อยู่ต่อไปได้
โดยขบวนการ จะเริ่มจากการโพสต์งานต่างประเทศ ดูเหมือนโอกาสธรรมดา แต่เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึงก็จะถูกบังคับให้หลอกคนอื่นต่อ มีการใช้เทคโนโลยีควบคุมทุกอย่าง ตั้งแต่กล้องวงจรปิดจนถึงโปรแกรมตรวจจับพฤติกรรมหลบหนี เรียกได้ว่าเป็นทาสยุคดิจิทัล ที่ขยับไม่ได้แม้แต่ในโลกออนไลน์ของตัวเอง
พูดให้ตรงคือ มันคือการค้ามนุษย์ที่ถูกห่อด้วยคำว่า งานดีในต่างประเทศ ทุกขั้นตอนมีคนได้ประโยชน์ ยกเว้นคนที่ถูกหลอก ซึ่งกลายเป็นทั้งเหยื่อ และแรงงานในระบบเดียวกันแบบหลีกหนีไม่พ้น
พูดให้ตรงที่สุดเลยก็คือ เพราะกัมพูชาเป็นที่ที่ระบบพวกนี้ ทำงานง่ายที่สุด ทั้งในแง่กฎหมาย เศรษฐกิจ และเครือข่ายทุน ที่ซับซ้อนแบบโคตรเข้าถึงยาก และเหตุผลหลักที่ขบวนการค้ามนุษย์ มักโยงกับกัมพูชา มีอยู่ประมาณนี้
เรื่องนี้ถือว่า ไม่ปกติสุด ๆ เพราะโดยทั่วไปแล้ว การส่งตำรวจข้ามประเทศ ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยในเอเชีย แต่เกาหลีใต้ตัดสินใจทำ เพราะแรงกดดันจากสังคม ในประเทศมันสูงเกินจะนิ่งเฉย ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องนี้ทำให้ กัมพูชา เกาหลีใต้ ความสัมพันธ์ ระหว่างสองประเทศเริ่มตึง ๆ เกาหลีใต้ต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างกดดันเพื่อช่วยคนของตัวเอง กับไม่ให้กลายเป็นปัญหาการทูต
แต่ผลข้างเคียงที่ตามมา คือประเทศอื่นในเอเชีย เริ่มจับตาดูมากขึ้น เช่น ไทย เวียดนาม หรือฟิลิปปินส์ ที่มีปัญหาคล้ายกัน กับการหลอกแรงงาน ไปยังศูนย์สแกมเมอร์ ในกัมพูชาเช่นกัน

ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือภาพสะท้อนของความเหลื่อมล้ำ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ขบวนการหลอกลวง เพียงแค่ต่อยอดจากจุดอ่อนของมนุษย์ ความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม จากงานที่ดูเหมือนจริง ระบบที่ดูน่าเชื่อ และโลกออนไลน์ที่ดูปลอดภัย แต่กลับพาไปจบในห้องขังกลางต่างแดน
คำตอบคือ ใช่ เพราะความเหลื่อมล้ำมันทำให้คำว่า “โอกาส” ฟังดูน่าเชื่อเสมอ ไม่ว่ามันจะมาจากใครก็ตาม คนที่อยากเริ่มใหม่มักมองข้ามความเสี่ยง เพื่อคว้าโอกาสที่ดูดีเกินจริง และนั่นแหละคือจุดที่ขบวนการพวกนี้รออยู่
พูดตามตรง มันไม่ใช่แค่ความผิดของกัมพูชา หรือเกาหลีเท่านั้น แต่คือความล้มเหลวของทั้งภูมิภาค ที่ยังปล่อยให้คนต้องหนีไปหาความหวังต่างแดน จนตกหลุมเดิมซ้ำ ๆ สุดท้ายแล้ว หากไม่มีใครยอมเปลี่ยน ระบบนี้ก็จะยังหลอกได้ต่อไปเรื่อย ๆ แค่เปลี่ยนเหยื่อใหม่เท่านั้นเอง

