
เคมโป วิธีตัดสิน ความว่องไวของการออกอาวุธ
- MY Kismet
- 158 views

เคมโป วิธีตัดสิน ความว่องไวของการออกอาวุธ เป็นกีฬาที่มีเรื่องราว และเป็นรูปแบบกีฬา ที่มีการต่อยอด มาจากหลายๆ ชนิดกีฬา ที่มารวมกัน จนเกิดเป็นเคมโป กีฬายอดนิยม ในประเทศอินโดนีเซีย มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศญี่ปุ่น และแพร่หลายไปยังหลายๆ ประเทศทั่วโลก
กีฬาชนิดนี้ มีรากฐานและต้นกำเนิด ที่เชื่อว่ามาจาก ประเทศญี่ปุ่น เพราะมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โอซากา ประเทศญี่ปุ่นเหมือนกับกีฬา ซูโม่ เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม จากกลุ่มคนหลายประเทศ ในแถบเอเชียมีทั้ง มาเลเซีย เวียดนาม บรูไน และอีกหลายประเทศ ในประเทศอินโดนีเซีย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ในประเทศอินโดนีเซีย มีคนที่เข้าร่วม กับกีฬาชนิดนี้มากกว่า 400,000 คน โดยกีฬาชนิดนี้นั้น มีการผสมผสาน ระหว่างเทควันโด คาราเต้ ยูโด เป็นการดึงเอาลักษณะเด่น ของแต่ละกีฬา มารวมกันเป็นเคมโป โดยการแต่งตัว และการที่มีสายเข็มขัด จะเหมือนกันกับคาราเต้
ในประเทศอินโดนีเซีย มีการผลักดัน ให้กีฬาเคมโปนี้ ได้เข้าบรรจุ ในกีฬาซีเกมส์หลายครั้ง และเชื่อว่าจะผลักดัน ให้กีฬาเคมโป ได้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น โดยกีฬาชนิดนี้ ถือว่าเป็นกีฬาที่ใช้ทดสอบ เรื่องของสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ เพราะต้องมีสมาธิเป็นอย่างมาก ในการแข่งขัน อาวุธจะเน้นเรื่องหมัด ต่อย ถีบ
ที่มา: กีฬาประจำประเทศอินโดนีเซีย [1]
ในส่วนของ ความคล้ายคลึง ระหว่างกีฬาสองชนิดนี้ ต้องบอกเลยว่า มีความคล้ายกันเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องการแต่งตัว การฝึกฝน การออกอาวุธ แต่จะมีบางเทคนิค และบางวิธีการ ที่ทำให้กีฬาเคมโป มีความแตกต่าง จากกีฬาคาราเต้ และมีความน่าสนใจ ไม่น้อยไปกว่า การเล่นกีฬาคาราเต้เท่าไหร่นัก
กีฬาคาราเต้ มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศญี่ปุ่น เมื่อศตวรรษที่ 17 ได้เริ่มมีการคิดค้น กีฬาชนิดนี้ขึ้น กีฬาชนิดนี้ ได้รับการพัฒนา ต่อมาจากประเทศจีน มีรูปแบบการต่อสู้ ที่จะเน้นเรื่องการใช้ ร่างกายในการออกอาวุธ จะมีกระบวนท่าที่ชัดเจน มีการจับทุ่ม และท่าทางต่างๆ ตอนนี้คาราเต้ ได้เป็นกีฬา ที่บรรจุใจกีฬาโอลิมปิกแล้ว
กีฬาเคมโป ต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน คือทางประเทศญี่ปุ่น และกีฬาชนิดนี้ จะเป็นการผสมผสาน เรื่องของการใช้เทคนิค และรูปแบบการแข่ง เหมือนกับกีฬาคาราเต้ แต่กีฬาชนิดนี้ จะมีเรื่องของ ความว่องไว ในการออกอาวุธ และมีเรื่องของการจับทุ่ม การรัดคอ และการใช้ทักษะ ความรู้เรื่องร่างกาย มาเป็นเทคนิค ในการเอาชนะคู่ต่อสู้
ที่มา: Is Kempo the Same as Karate? [2]
รูปแบบการแข่งขัน ในประเทศอินโดนีเซียนั้น สนามการแข่ง จะเหมือนกับสนามคาราเต้ และมีวิธีการคิดคะแนน แบบคาราเต้เช่นเดียวกัน แต่การแข่งขันนั้น ผู้เล่นแต่ละทีม มีการใส่หมวกกันน็อค เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ แต่หากเป็นการแข่ง ในระดับทั่วไป ที่ยังไม่เข้าสู่ระดับสากล จะไม่มีการใส่ หมวกกันน็อค
กีฬาชนิดนี้ จะมีระยะเวลาการแข่ง เหมือนกับกีฬาคาราเต้ โดยจะมีการกำหนด ผู้ชายจะแข่งขัน ยกละ 3 นาที ส่วนในระดับผู้หญิง และเด็ก จะแข่งขันยกละ 2 นาที โดยการต่อสู้นี้ จะมีการนับคะแนน จากการออกอาวุธ และวิธีการเอาชนะต่างๆ

กีฬาชนิดนี้ มีการแข่งขัน ที่เน้นเรื่องการใช้ร่างกาย การใช้ทักษะ ในเรื่องของการออกอาวุธ การใช้หมัด ต่อย ถีบ การล็อคตัว และการรัดคอ และยังมีการใช้เทคนิคต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ให้การแข่งขัน มีความน่าสนใจ มากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการตัดสิน จะคล้ายกับ กีฬาคาราเต้ ที่จะตัดสินจาก การให้คะแนน ในส่วนต่างๆ
การให้คะแนนนี้ หากผู้เล่นฝ่ายใด เป็นฝ่ายที่ทำคะแนน ได้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม จะได้รับชัยชนะไป โดยการให้คะแนน จะมีการให้คะแนน ในส่วนของการออกอาวุธ ความถูกต้อง ของการออกอาวุธ จุดหรือบริเวณ ที่ออกอาวุธ ก็จะมีคะแนนที่แตกต่างกัน และจะมีการรวมคะแนน หลังจากการแข่งครบยกแล้ว
หากสนใจอ่านรายละเอียดเรื่องการออกอาวุธคลิกดูได้ที่ youtube
กีฬาเคมโปนี้ จะมีการแบ่งระดับ จากวายเข็มขัด เหมือนกับกีฬาคาราเต้ โดยแต่ละสาย จะมีสีที่แตกต่างกัน และจะมีความหมาย ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
ที่มา: Understanding the Belt System in Kempo Karate [3]
เสน่ห์ของกีฬาเคมโป ที่เห็นได้ชัดคือ ในการต่อสู้ แต่ละครั้งนั้น จะมีเทคนิคต่างๆ ที่จะใช้ความรู้ ทางเรื่องของร่างกาย และการทำความเข้าใจ ในส่วนของจุดอ่อน ภายในร่างกายเรา ทั้งเรื่องข้อกระดูก การไหลเวียนเลือด จุดสำคัญในร่างกาย ทำให้กีฬาชนิดนี้ จะเน้นเรื่องเทคนิค มากกว่าการต่อสู้แบบอื่นๆ
เสน่ห์อีกอย่าง ของการเล่นกีฬาชนิดนี้ คือเรื่องของ ความว่องไวในการออกอาวุธ เพราะเราจะต้อง มีการฝึกฝน และใช้สมาธิเป็นอย่างมาก ในการที่จะ ฝึกการออกอาวุธ ให้มีความสมบูรณ์แบบ เป็นกีฬา ที่เราจะได้ทั้ง ศิลปะป้องกันตัว และได้เรื่องของ ความแข็งแรงในร่างกาย
โดยสรุป เคมโป วิธีตัดสิน และเทคนิคของกีฬานี้ เป็นกีฬาที่ได้รับ ความนิยมอย่างแพร่หลาย ไปยังหลายๆ ประเทศ และยังเป็นกีฬา ที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องการออกอาวุธ และการฝึกฝน เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่ การเป็นนักกีฬาเคมโปสายดำ ช่วยฝึกเรื่องของจิตใจ และความแข็งแรง ของร่างกายได้เป็นอย่างดี
กีฬาชนิดนี้ มีจุดกำเนิดเริ่มต้น มาจากประเทศญี่ปุ่น และได้มีการแพร่หลาย ไปยังหลายๆ ประเทศทั่วโลก และได้เข้ามามี ความนิยมในประเทศอินโดนีเซีย และประเทศอินโดนีเซียนี้ มีผู้ที่เข้าร่วม และสนใจกีฬาชนิดนี้กว่า 400,000 คน และอินโดนีเซีย ยังเป็นประเทศ ที่ผลักดันให้ กีฬาเคมโป เข้าสู่การแข่งโอลิมปิก
โดยกีฬาเคมโปนั้น จะมีการใส่สายเข็มขัด ในระดับต่างๆ โดยแต่ละสายนั้น จะเป็นเหมือนการระบุ ว่าตอนนี้ผู้เรียน อยู่ในระดับไหน และมีความรู้ ความสามารถ อยู่ในขั้นไหนแล้ว ความสำคัญของ เข็มขัดในกีฬานี้ เหมือนกับการระบุ ความสามารถของตนเอง กว่ามีการพัฒนาไป ในทิศทางไหน

