เปิดที่มา กีฬาขี่ม้าเร็ว เสน่ห์การแข่งระหว่างคนและม้า

เปิดที่มา กีฬาขี่ม้าเร็ว

เปิดที่มา กีฬาขี่ม้าเร็ว เสน่ห์การแข่งระหว่างคนและม้า เป็นกีฬาไม่กี่ชนิด ที่ได้โอกาส ได้เข้าไปบรรจุ ในกีฬาโอลิมปิก และเป็นกีฬาไม่กี่ชนิด ที่ใช้สัตว์เข้ามามีบทบาท ในการแข่งขัน เป็นกีฬาที่ท้าทาย ทั้งตัวผู้แข่ง และม้าที่ใช้ในการแข่ง มีทั้งเรื่องของ การฝึกฝน และการเข้าใจกัน ระหว่างคนและม้า

  • กีฬาแข่งม้าเร็ว ในโอลิมปิก
  • ข้อมูลการขี่ม้าเบื้องต้น
  • ประวัติของกีฬาขี่ม้า

การเพิ่มกีฬาขี่ม้า เข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก

หลายคนให้ความสนใจ กับการเพิ่มกีฬาขี่ม้า เข้าไปสู่การแข่งขัน ในระดับกีฬาโอลิมปิก และการแข่งขันขี่ม้า ได้กลายเป็น รายชื่อกีฬาอันดับต้นๆ ที่ได้รับความสนใจ จากผู้ชมทั่วโลก เหมือนกีฬา วอลเลย์บอล เพราะจะได้เห็น ทั้งทักษะการขี่ม้า และทักษะความสามารถ ของผู้ควบคุมม้า กีฬาชนิดนี้ ได้ถูกยอมรับ จากกลุ่มคนทั่วทุกมุมโลก

โดยการแข่งม้านั้น จะมีการแบ่งประเภทย่อย ออกไปอีกหลายแขนง มีทั้งการแสดงทักษะ และการแข่งความสามารถของม้า รวมไปถึงการแข่งม้าแบบเอ็กซ์ตรีม ที่จะเป็นการแข่ง แบบการประชันความเร็ว ความอดทน และความถึกของตัวม้า

การแข่งขันการขี่ม้า ต้องใช้ทั้งเรื่องของทักษะ ความอดทน และการเข้ากัน ระหว่างผู้ขี่และตัวม้า ทำให้กีฬาชนิดนี้ กลายเป็นกีฬาที่ทั่วโลก ต่างเฝ้ารอคอย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และการขี่ม้า เป็นเหมือนการถ่ายทอด ทั้งเรื่องของความงาม และวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง

ที่มา: กีฬาขี่ม้าในกีฬาโอลิมปิก [1]

การผสมผสาน ระหว่างม้าและมนุษย์

หากจะพูดถึงเรื่อง ความสัมพันธ์ของม้า กับนักกีฬาขี่ม้า เป็นเหมือนเพื่อน พี่ น้อง ที่จะต้องใช้เวลา ในการฝึกฝน และใช้เวลาในการปรับตัว เพื่อที่สิ่งมีชีวิต ทั้งสองอย่างนี้ จะได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพราะรู้กันดีว่า ม้านั้นมีนิสัย ค่อนข้างจะเกรี้ยวกราด และไม่ยอมเข้ากับใคร

หากต้องการจะ ใช้ม้าสักตัวในการแข่ง ผู้ขี่ต้องใช้เวลา ในการเข้าหาม้า เพื่อทำให้ม้ายอมรับ และเปิดใจที่จะรับฟัง และรับคำสั่งจากผู้ขี่ โดยการเลือกม้านั้น เหมือนการเลือกเพื่อนร่วมทีม ม้าจะต้องมีสุขภาพดี และพร้อมที่จะ พัฒนาฝีมือไปพร้อมๆ กับผู้ขี่ม้า จึงจะสามารถ นำม้าไปเข้าร่วมการแข่ง เพื่อคว้าชัยชนะมาได้

เปิดตำรา การขี่ม้าเบื้องต้น สำหรับมือใหม่

ผู้ที่ต้องการ เข้าสู่วงการของกีฬาขี่ม้า จำเป็นต้อง มีทักษะการขี่ม้า และเรียนรู้รูปแบบ การขี่ม้าเบื้องต้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเดิน การวิ่งของม้า จำเป็นต้องมีทักษะเหล่านี้ เพื่อที่จะควบคุมม้า ไม่ให้เกิดอันตราย ต่อตัวผู้ขี่ และตัวม้า โดยมีท่าเบสิกอยู่ 4 ท่าที่ต้องเรียนรู้ก่อนคือ

1. ท่าเดินของม้า: จะเป็นขั้นตอนแรก หลังจากขึ้นม้าแล้ว ผู้ขี่ต้องบังคับม้า โดยการใช้ส้นเท้า ให้ม้าเดินไปข้างหน้า อย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะ

2. ท่าวิ่งแบบเรียบ: เป็นการใช้ส้นเท้า ไปกระตุ้นบริเวณน่องของม้า เพื่อให้ม้าเดินเป็นจังหวะ ที่เร็วขึ้นเหมือนการวิ่ง และเป็นการวิ่งที่ทรงตัว ยังไม่ได้วิ่งแบบเร็วมากนัก
3. วิ่งแบบโขยก: ท่านี้เป็นท่ายาก ต้องมีความเข้าใจ และมีสายสัมพันธ์ที่ดี กับตัวของม้าแล้ว ในระดับหนึ่ง จึงจะสามารถ ทำให้ม้าวิ่งท่านี้ได้ เป็นท่าที่ต้องฝึกฝน และเป็นท่าที่ค่อนข้าง จะอันตราย

4. การวิ่งควบ: ท่านี้มักนิยม ในกลุ่มกีฬาขี่ม้าเร็ว เพราะจะเป็นท่าที่ ม้านั้นวิ่งแบบเร็ว และเป็นการวิ่งเร็ว แบบจังหวะต่อเนื่อง มักใช้ในการแข่งขัน การวิ่งแข่งม้าความเร็ว และการแข่งแบบเอ็กซ์ตรีม

ที่มา: สอนวิธีขี่ม้าแบบง่ายๆ [2]

เปิดที่มา กีฬาขี่ม้าเร็ว จุดกำเนิดและเรื่องราวน่าสนใจ

เปิดที่มา กีฬาขี่ม้าเร็ว

เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 4500 ปีก่อนคริสตกาล มนุษย์ได้เริ่ม มีการเลี้ยงม้า เพื่อใช้ในงานเกษตร และมีกลุ่มชนเผ่า ที่นิยมม้าได้เริ่ม มีการแข่งขันม้าในชนเผ่า และการแข่งขันนี้ ได้แพร่กระจายไปสู่ ราชวังในอดีต และได้เป็นกีฬา ที่เหล่ากษัตริย์ชื่นชอบ จนต่อมาเมื่อ การแข่งขันได้มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 12

อัศวินในปีนั้น ได้ไปออกรบ และได้มีการนำม้าพันธุ์ดี กลับมายังประเทศ และยังมีการค้าขาย และได้มีการเพาะพันธุ์ม้าเกิดขึ้น ม้าที่ถูกเพาะพันธุ์นั้น มีความอดทน แข็งแรง จึงได้มีการนำไปแข่งขัน

โดยช่วง ค.ศ. 1702-1714 กีฬาขี่ม้า ได้พัฒนากลายมาเป็น กีฬาอาชีพ และได้มีการเปิดการแข่ง แบบใช้ม้ามากขึ้น และการแข่งขันแต่ละครั้ง จะมีการพนันเกิดขึ้น มีทั้งการวางข้าวของ และการวางเดิมพัน จนเมื่อถึงปี ค.ศ. 1750 ได้มีการจัดตั้งองค์กร โดยใช้ชื่อว่า “Jockey Club” องค์กรนี้จะมีหน้าที่ ออกกฎระเบียบ เกี่ยวกับกีฬาขี่ม้าทั้งหมด

ที่มา: Horse Racing จุดเริ่มต้นของกีฬาขี่ม้า [3]

การเตรียมพร้อม ด้านคุณสมบัติ ของผู้แข่งขัน

คุณสมบัติของนักกีฬา

1. ผู้เข้าแข่งขัน ต้องมีสังกัด ที่ได้รับการรับรอง โดยสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย
2. นักกีฬาต้องเป็นผู้ที่ ได้ขึ้นทะเบียนกับ สมาคมกีฬาขี่ม้า เรียบร้อยแล้ว
3. เรื่องของเครื่องแต่งกาย ต้องแต่งตามกฎระเบียบ ที่ทางสมาคมได้จัดตั้งขึ้น
4. การสมัครแข่งขัน ต้องมีการเตรียมเอกสาร ของทั้งตัวนักกีฬา และม้าที่ใช้แข่ง และส่งเอกสารให้ครบถ้วน
5. หากชนะการแข่ง ตัวของนักกีฬา จะต้องรับรางวัลด้วยตนเอง ห้ามมีการรับแทน

คุณสมบัติของม้า

1. ม้าที่เลือกมาแข่ง จะต้องมีเอกสารประจำตัว ที่ถูกต้องตามกฎ
2. ม้าที่จะใช้แข่งต้องมี microchip ก่อนการส่งเอกสารสมัคร
3. การนำม้า มายังสนามแข่ง การขนส่งต้องเป็นตามกฎ ที่ผ่านกรมปศุสัตว์เท่านั้น
4. หากเอกสาร ไม่มีปีเกิดม้า ต้องอนุญาตให้ทีมแพทย์ ตรวจเพื่อหาปีเกิด ก่อนการแข่งขัน
5. ม้าที่ใช้ในการแข่ง ห้ามมีการทาครีม หรือทาวัสดุใด บนตัวของม้าเป็นอันขาด
6. การแข่งขัน ระดับสมาคม ก่อนการแข่ง 2 เดือน ต้องส่งหลักฐานการตรวจโรค ที่ทางสมาคมกำหนด

หากต้องการอ่านรายละเอียดของคุณสมบัติการแข่งม้าคลิกที่ tefthailand

การแข่งขันม้า มีกฎกติกาที่น่ากลัวซ่อนอยู่

กฎที่เคร่งครัด ที่ถูกตั้งขึ้น เพื่อรักษาสิทธิ์ และความปลอดภัยของม้า ที่จะใช้ในการแข่ง โดยหากตรวจสอบ พบว่าม้าที่ใช้แข่ง ได้รับการทารุณ หรือมีการใช้ความรุนแรง หรือแม้แต่ ตัวนักกีฬา ไม่ปฏิบัติตามกฎ ที่ทางสมาคมเป็นผู้ตั้งขึ้น นักกีฬาจะได้รับใบเหลือง

ใบเหลืองในการแข่งขัน ใบเหลืองแรก นักกีฬาได้ถูกระงับ การเข้าร่วมการแข่งขัน ในทุกๆ ประเภทการแข่ง และไม่สามารถเข้าร่วม เป็นเวลา 2 เดือน เมื่อมีประกาศจาก FEI ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยการให้ใบเหลืองนี้ เป็นเหมือนการเตือน และเป็นบทลงโทษ สำหรับผู้ที่ไม่ทำตามกฎ และฝ่าฝืนข้อบังคับ

โดยสรุป เปิดที่มา กีฬาขี่ม้าเร็ว กีฬาแห่งสายสัมพันธ์

โดยสรุป เปิดที่มา กีฬาขี่ม้าเร็ว กีฬาแห่งสายสัมพันธ์ เป็นกีฬาที่ได้รับ การยอมรับให้เข้าสู่ การแข่งขันระดับสากล อย่างการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก และเป็นกีฬา ที่มีกฎระเบียบ และข้อบังคับที่เคร่งครัด เป็นกีฬาที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของสายสัมพันธ์ ระหว่างม้าและตัวนักกีฬา เป็นกีฬาที่เสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง

ฝึกขี่ม้าเบื้องต้น ต้องเรียนกี่ท่า

สำหรับมือใหม่ ที่มีความต้องการ ที่จะเรียนขี่ม้านั้น ต้องมีการฝึกท่าเบสิกทั้งหมด 4 ท่า โดยเป็นท่าพื้นฐาน สำหรับการเล่น และยังเป็นพื้นฐาน ให้การฝึกม้า ให้มีความเข้าใจกัน เพิ่มมากยิ่งขึ้น และการฝึกฝนท่าเหล่านี้ ยังสามารถนำไปต่อยอด กลายไปเป็นนักกีฬามืออาชีพได้

การให้ใบเหลือง คืออะไร

การให้ใบเหลือง เป็นเหมือนการให้ใบเตือน แต่จะมีบทลงโทษ ที่รุนแรงว่ากีฬาชนิดอื่น โดยเมื่อรับใบเหลือง นักกีฬาคนนั้น จะต้องยุติบทบาทผู้แข่งทันที เมื่อมีประกาศจาก FEI และต้องห้ามลงแข่ง เป็นเวลายาวนานกว่า 2 เดือน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง