ไทยจะเปิด คาสิโนถูกกฎหมาย จริงไหม ถ้าเปิดจริงจะปังหรือพัง?

ไทยจะเปิด คาสิโนถูกกฎหมาย จริงไหม

สงสัยหรือไม่ว่า ไทยจะเปิด คาสิโนถูกกฎหมาย จริงไหม คำถามที่กลายเป็นกระแสร้อนแรงที่สุดในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังมองหาทางออกใหม่ ๆ หลังโตช้าหลายปีติด ขณะเดียวกันประเทศรอบบ้าน ต่างเปิดคาสิโนถูกกฎหมายไปก่อนหน้า แต่ก็ยังมีบทเรียนหลายแบบให้ได้ศึกษา ก็ลงมือทำจริงเรื่องนี้

  • กระแสมาแรงเกี่ยวกับ คาสิโนถูกกฎหมาย
  • ทำไมศูนย์กลางต้องเป็น EntertainmentComplex
  • ถอดบทเรียน คาสิโนถูกกฎหมายในต่างแดน

ทำไม คาสิโนถูกกฎหมาย ถึงกลายเป็นประเด็นมาแรง

สำหรับ กระแสคาสิโนถูกกฎหมาย ในรอบปี 2025 อาจไม่ได้มาเพราะสนุก ๆ แต่มาจากแรงกดดันเศรษฐกิจจริงจัง ทั้งรายได้รัฐที่ลดลง หนี้ครัวเรือนที่พุ่ง และการท่องเที่ยวไทย ที่ยังไม่กลับมาสู่ระดับก่อนโควิดแบบเสถียร อีกด้านหนึ่ง “การพนันผิดกฎหมาย” ในไทยดันเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค 

โดยเว็บพนันออนไลน์ มีมูลค่าตลาดสูงถึงหลักแสนล้านต่อปี แต่รัฐเก็บภาษีไม่ได้แม้แต่บาทเดียว สิ่งนี้ทำให้โมเดล Entertainment Complex ถูกหยิบมาคุยในระดับนโยบาย และถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ให้ผลเร็วที่สุด หากทำให้ถูกกฎหมายสำเร็จ (11 กุมภาพันธ์ 2025) [1]

ข้อมูลสถิติ ตลาดคาสิโนถูกกฎหมาย ที่น่าสนใจ

  • สิงคโปร์ ทำรายได้จากคาสิโน และธุรกิจรอบข้างกว่า 6–7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี (2023)
  • มาเก๊า เคยสร้าง GDP โต 20–30% ต่อปี ช่วงบูม (2010–2014) ก่อนจะร่วงหนักมากช่วงโควิด
  • ฟิลิปปินส์ โตเร็วมากหลังเปิด Entertainment City ปี 2013 จนรายได้แตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์
  • เวียดนาม เปิดบางพื้นที่เฉพาะต่างชาติ ซึ่งลดปัญหาคนท้องถิ่นติดพนัน แต่รายได้ไม่โตหวือหวาเท่าเพื่อนบ้าน

ตัวเลขพวกนี้ บอกได้ชัดเจนว่า “คาสิโน” มีหลายแบบ ตั้งแต่แบบพรีเมียม ระบบแน่น ไปจนถึงแบบเสรีที่โตไวแต่เสี่ยงหนัก

ทำไมหลายประเทศเลือก Entertainment Complex ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

คงเป็นเพราะโมเดลนี้ เป็นมากกว่าคาสิโน แต่เป็นเมืองความบันเทิงขนาดย่อม ที่รวมโรงแรม คอนเสิร์ต ห้าง ร้านอาหาร และศูนย์ประชุมไว้ด้วยกัน ทำให้เงินฝั่ง non-gaming มีสัดส่วนสูงถึง 60–70% ในประเทศที่คุมเข้ม แบบสิงคโปร์ 

ซึ่งถ้าให้แปลง่าย ๆ คือ รัฐไม่ได้หวังเงินจากโต๊ะพนันเป็นหลัก แต่หวังจากการท่องเที่ยว การประชุม และการใช้จ่ายทั้งหมดของคนที่เดินเข้าโครงการ (13 มกราคม 2025) [2]

บทเรียน คาสิโนถูกกฎหมาย ในต่างแดน ที่คนไทยควรรู้

ไทยจะเปิด คาสิโนถูกกฎหมาย จริงไหม

เวลาพูดถึงคาสิโนถูกกฎหมาย หลายคนอาจคิดถึงภาพเมืองหรู ผู้คนเดินสวย ๆ และเศรษฐกิจคึกคัก แต่มุมที่ต้องดูจริง ๆ คือ ประเทศที่เปิดไปก่อนหน้าเรา เจออะไรบ้าง? 

เพราะในโลกความจริง คาสิโนไม่ใช่แค่การสร้างอาคาร แต่คือการสร้างระบบใหม่ ที่กระทบตั้งแต่เศรษฐกิจ คนทำงาน ไปจนถึงชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น 

โดยข้อมูลการเปรียบเทียบในหัวข้อถัดไป จะช่วยให้เห็นภาพ บทเรียนแบบแกะทีละประเทศ ว่าที่ไหนเวิร์ก ที่ไหนเจ็บ และไทยเข้าใกล้โมเดลแบบไหนมากที่สุด

เปรียบเทียบ ประเทศที่เปิดคาสิโนแล้ว ใครบูม ใครพัง?

เวลาพูดว่าเปิดคาสิโนแล้ว “ปังหรือพัง” สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่ยอดรายได้อย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่า รายได้นั้นไปลงที่ใคร, เมืองยั่งยืนไหม และ ผลกระทบตกกับคนกลุ่มไหนมากที่สุด ซึ่งแต่ละประเทศมีเส้นทางที่ต่างกันสุดขั้ว เหมือนเล่นเกมคนละโหมดเลย ซึ่งสามารถดูได้จากข้อมูลต่อไปนี้

สิงคโปร์ บูมแบบมีจังหวะและรู้วิธีเบรก

สิงคโปร์ไม่ใช่แค่บูม แต่คือ โมเดลที่พิสูจน์ว่า ถ้าคุมเข้ม เมืองได้ คนไม่พัง โดยจุดที่ไทยควรรู้เพิ่มเติม มีดังนี้

  • รายได้จากคาสิโน + non-gaming เคยทำให้สิงคโปร์ขึ้นเป็น Top 3 เมืองท่องเที่ยวรายได้สูงสุดในเอเชีย
  • นักท่องเที่ยวเพิ่มเฉลี่ยปีละ 15–20% หลังเปิด Marina Bay Sands
  • คนท้องถิ่นเข้าเล่นน้อยกว่า 10% ของผู้ใช้งานทั้งหมด เพราะมาตรการคัดกรองแข็งมาก

ที่สำคัญคือ สิงคโปร์กล้าปฏิเสธผู้ประกอบการหลายราย เพราะต้องการ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” และบทเรียนนี้ชัดมากว่า ทำไมแม้จะเปิดน้อย แต่คุมแน่น ดีกว่าเปิดเยอะแล้วคุมไม่อยู่ (27 พฤษภาคม 2025) [3]

ฟิลิปปินส์ โตไว แต่ปัญหาวิ่งตามไวกว่า

ฟิลิปปินส์คือภาพตรงข้ามของสิงคโปร์แบบชัดเจนที่สุด เพราะเขาเลือกโมเดล “โตให้เร็วที่สุด” ทำให้ตัวเลขสวยแต่ผลกระทบสะสมเร็วกว่า มีข้อมูลเสริมที่น่าสนใจดังนี้

  • รายได้จาก Entertainment City โตเฉลี่ย 15–25% ต่อปี (ถือว่าแรงสุดในอาเซียน)
  • แต่ปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์–ฟอกเงินเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% หลังเปิดไม่กี่ปี
  • บริษัทใหญ่เพียง 4–5 กลุ่ม คุมตลาดเกือบทั้งหมด → ทำให้รายได้กระจุกตัว
  • ค่าครองชีพในเขต Manila Bay ขึ้นเฉลี่ย 12–18% ภายใน 3 ปีแรก

เรียกได้ว่า ภาพรวมของฟิลิปปินส์ปังคาตา แต่ต้นทุนสังคมหนักจนหลายเมืองรับไม่ไหว

เวียดนาม โตไม่แรง แต่ปลอดภัยกว่า

เวียดนามเป็นตัวอย่างของประเทศที่ “ระวังตัวสุด ๆ” เพราะรู้ว่าฐานรายได้ประชาชนยังไม่แข็ง และไม่อยากให้คนท้องถิ่นตกเป็นกลุ่มเสี่ยง และข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ คือ

  • นักท่องเที่ยวที่เข้าใช้คาสิโนส่วนใหญ่เป็นเกาหลี + จีน
  • โครงการบางแห่งสร้างรายได้เกิน 200–400 ล้านดอลลาร์/ปี แบบคงที่
  • แต่คนเวียดนามท้องถิ่นถูกจำกัดเข้าเล่น จึงไม่มีปัญหาหนี้พนันลุกลาม
  • เมืองชายฝั่งบางเมืองมีการลงทุนตามมาเพิ่ม 20–30% จากโรงแรม–รีสอร์ต

ซึ่งบทเรียนสำคัญคือ ถ้าอยากคุมความเสี่ยงแบบไทย เวียดนามคือโมเดลกลางที่ทำได้จริง

มาเก๊า พีคขั้นสุด แต่พังได้ในคืนเดียว

มาเก๊าคือภาพของสุดโต่งทั้งขึ้นและลง และเป็นตัวอย่างที่เตือนไทยชัดที่สุด ซึ่งข้อมูลเสริมมีดังนี้

  • รายได้เคยแตะ 45–50 พันล้านดอลลาร์/ปี มากกว่าลาสเวกัสรวมกัน
  • พอเจอโควิด รายได้หายไปกว่า 80% และ GDP หายเกิน 50%
  • เมืองมีสัดส่วนพึ่งพาคาสิโนมากกว่า 65% ทำให้ไม่สามารถพยุงเศรษฐกิจในยามวิกฤตได้
  • ค่าเช่าที่พักขึ้นระดับ 30–40% ในหลายปีช่วงบูม

เรียกได้ว่า ถ้าเมืองพึ่งพาคาสิโนมากเกินไป เมืองจะล้มทันทีที่เจอวิกฤต

ญี่ปุ่น ช้ากว่าใคร แต่รอบคอบกว่าทุกประเทศ

ต้องยอมรับว่า ญี่ปุ่น ได้ศึกษาเกี่ยวกับโครงการนี้ นานกว่า 10 ปี ก่อนจะอนุมัติ Osaka IR ในปี 2023
สิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นแตกต่างคือ

  • ประเมินผลกระทบระยะยาวด้านหนี้ ครอบครัว และอาชญากรรมอย่างละเอียด
  • ไม่รีบเปิดทั้งประเทศ แต่เลือก “เมืองทดลอง” เพียงแห่งเดียว
  • ใส่เงื่อนไขด้านสังคมเข้มมาก เช่น การคัดกรองผู้เล่น การติดตามพฤติกรรม และระบบรายงานผลกระทบต่อชุมชน

จะเห็นได้ว่า ญี่ปุ่นทำให้เห็นว่า ประเทศที่ระวังมากที่สุด มักเป็นประเทศที่พร้อมที่สุดในตอนเปิดจริง

คาดการณ์ ถ้าไทยเปิดคาสิโน เราจะเหมือนประเทศไหนมากที่สุด?

ด้วยโครงสร้างสังคม การเมือง และการบังคับใช้กฎหมายของไทย เราอาจใกล้ฟิลิปปินส์มากกว่าสิงคโปร์ นั่นหมายความว่าถ้าเปิดแบบรีบ ๆ โดยไม่ปิดช่องทุนใหญ่ผูกขาด ผลลัพธ์อาจเป็นแบบโตไวแต่สร้างช่องว่างทางสังคมรุนแรง 

แต่ถ้ารัฐเลือกใช้โมเดล แบบเวียดนาม หรือสิงคโปร์ เช่น จำกัดคนเข้า จำกัดจำนวนโครงการ หรือให้เริ่มจากพื้นที่ทดลอง ไทยมีโอกาสไปในทิศทางที่สวยงามกว่าได้เหมือนกัน

สถานการณ์ปัจจุบัน ไทยควรเดินหน้า หรือควรชะลอโครงการคาสิโนนี้

สถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ บอกว่าไทยต้องการเครื่องยนต์ใหม่จริง แต่ระบบกำกับดูแล การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง และความโปร่งใสเรื่องใบอนุญาตยังเป็นจุดอ่อนใหญ่ 

ซึ่งถ้าเปิดตอนที่โครงสร้างยังล้มลุกคลุกคลาน มีโอกาสเจ็บหนักเหมือนประเทศที่เปิดเร็วเกินไป แต่ถ้าชะลอเพื่อวางกติกาที่มั่นคง ไทยอาจกลายเป็นเคสตัวอย่างในภูมิภาคได้เช่นกัน

สรุป ไทยจะเปิด คาสิโนถูกกฎหมาย จริงไหม?

ไทยจะเปิด คาสิโนถูกกฎหมาย จริงไหม

คงต้องยอมรับว่า มีโอกาสเปิดสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ถ้าเปิดแล้วไทยจะปังหรือพัง ขึ้นอยู่กับกติกาที่ออกแบบ ไม่ใช่ความหวังว่าคาสิโนจะช่วยเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ ถ้าไทยคุมเข้มแบบสิงคโปร์ ก็มีโอกาสโตแบบเสถียร แต่ถ้าเปิดแบบรีบร้อน เราอาจต้องเจอผลกระทบด้านสังคมที่แก้ยากกว่าที่คิด

รู้หรือไม่ ใครจะรวยที่สุดถ้าไทยเปิดคาสิโนได้จริง?

คำตอบนี้ ก็คงไม่ต่างจากของคำถามที่ว่า Entertainment Complex ใครได้ ใครเสีย นั่นคือ กลุ่มนายทุนใหญ่และกลุ่มอสังหาฯ ได้ก่อนเสมอ เพราะรายได้หลักมาจากโรงแรม–ศูนย์ประชุม–รีเทล ไม่ใช่โต๊ะพนัน คนทั่วไปได้ผลประโยชน์ทางอ้อม แต่ต้องรับความเสี่ยงมากกว่า

สุดท้ายแล้ว ถ้าเปิดคาสิโน แล้วคนจนคือกลุ่มที่เสียเยอะกว่าจริงไหม?

คำตอบคือ มีโอกาสสูง หากไม่มีระบบคัดกรอง หรือค่าธรรมเนียมแบบสิงคโปร์ เพราะประเทศที่เปิดเสรีพบว่าคนกลุ่มเสี่ยงเพียง 5–8% สร้างรายได้ 30–50% ของโครงการทั้งหมด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง