ชี้จุด Aurora Borealis อยู่ที่ไหน ประเทศไหนสวยสุด

Aurora Borealis อยู่ที่ไหน

Aurora Borealis อยู่ที่ไหน วันนี้เราจะมาชี้พิกัด จุดรับชมแสงเหนือที่สวยที่สุด ให้ทุกท่านได้รู้จักกันค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปรับชมกันเลย

  • ความเป็นมาของแสงเหนือ
  • ความถี่และการปรากฏ
  • แนะนำประเทศที่พบเห็นแสงเหนือได้ง่าย ๆ

ความเป็นมาของแสงเหนือ

Aurora Borealis อยู่ที่ไหน

หลังจากรับชม สุสานทหาร จิ๋นซีฮ่องเต้ แล้วนั้นต่อไปจะเป็นคิวของ ออโรรา หรือที่เราเรียกกันว่า แสงเหนือ หรือ แสงใต้ สิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่จะเกิดขึ้นบนท้องฟ้า ซึ่งโดยส่วนมากจะอยู่แถบขั้วโลก และปัจจัยในการเกิดแสงออโรราก็จะมีดังนี้

ออโรราเกิดขึ้นได้อย่างไร

แสงออโรรา เกิดจากการรบกวนกันในส่วนของ แมกนีโตสเฟียร์ ซึ่งเกิดจากความเร็วของลมสุริยะที่เพิ่มขึ้น จาก หลุมโคโรนาและการปลดปล่อยมวลโคโรนา แสงออโรราทั้งหมดนี้ สามารถทำให้เส้นทางการเคลื่อนที่ ของอนุภาคประจุไฟฟ้า ในพลาสมาเกิดเปลี่ยนทิศทาง

ซึ่งอนุภาคส่วนใหญ่จะเป็น อิเล็กตรอน และ โปรตอน ที่ตกตะกอนอยู่ในชั้นบรรยากาศ เมื่อมีการแตกตัวกลายเป็น ไอออนและถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ในชั้นบรรยากาศ จึงเกิดเป็นแสงที่มีความซับซ้อน และสีสันที่ต่างกันออกไป

การเรืองแสงบนชั้นบรรยากาศ

ปรากฏการณ์นี้ได้รับการระบุว่ามีอยู่จริงครั้งแรกในปี 1868 โดย Anders Ångström (อันเดิช อ็องสเตริม) ซึ่งเข้านั้นเป็นนักฟิสิกส์ชาวสวีเดน หลังจากนั้นจึงมีการศึกษา และสังเกตปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ เรื่อยมา และคนแรกที่สังเกตเห็น การเรืองแสงครั้งแรกก็คือ Simon Newcomb (ไซมอน นิวคอมบ์) ในปี ค.ศ. 1901 [1]

ที่มาของชื่อและสีที่พบเห็น

แสงเหนือหรือออโรรานั้น มีชื่อเรียกที่หลากหลายกว่าที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็น ออโรรา บอเรลลีส ซึ่งชื่อเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ มาจากภาษาละติน มีความหมายว่า รุ่งอรุณสีแดงแห่งทิศเหนือ หรือ แสงเหนือ

ผู้ที่ตั้งชื่อนี้ก็คือ Galileo Galilei (กาลิเลโอ กาลิเลอิ) ส่วนแสงใต้จะมีชื่อว่า Aurora Australi หรือ Southern Light ส่วนคำว่า Aurora Polaris แปลว่า แสงขั้วโลก ซึ่งจะใช้สำหรับเรียกทั้งแสงเหนือและแสงใต้รวมกัน

สีต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

  • สีแดง ระดับความสูงสุดของการแผ่รังสีออกมาที่ 630 นาโนเมตร หลังจากเข้มข้นลดลงจะปรากฏเป็นม่านจาง ๆ เป็นสีแดง ถึงแดงเข้ม
  • สีเขียว ระดับความสูงนั่นจะรองลงมา การแผ่รังสีจะอยู่ที่ 557.7 เมื่อกระทบกับสีแดง สีแดงจะถูกกดทำให้เราเห็นสีเขียวชัดกว่า เนื่องจากความไวต่อสายตาสูงกว่า และระดับอะตอมที่สูงกว่า ทำให้เรามักจะเห็นแสงเหนือหรือแสงใต้เป็นสีเขียวอยู่บ่อย ๆ
  • สีน้ำเงิน อยู่ในระดับความสูงรองลงมาอีก การแผ่รังสีจะอยู่ที่ 428 นาโนเมตร การแผ่รังสีของสีน้ำเงินจะอยู่ล่าง ๆ ของม่านออโรรา
  • รังสีอัลตราไวโอเลต เป็นแสงที่เกิดขึ้นอยู่ภายในช่องแสงนั้น ๆ แต่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
  • อินฟราเรด รังสีนี้จะอยู่ในช่วงความยาวของคลื่น และเป็นส่วนหนึ่งองแสงเหลือหลายประเภท
  • สีเหลืองและสีชมพู จะเป็นการผสมสีระหว่างสีแดง และ สีเขียว หรือบางครั้งก็จะมีสีน้ำเงินร่วมด้วย เป็นแสงเหนือที่พบเห็นได้ยาก

ที่มา: Aurora [2]

ที่ไหนดูแสงออโรราได้บ้าง

Aurora Borealis อยู่ที่ไหน

ต่อไปนี้จะเป็นสถานที่ ที่เกิดแสงออโรราอยู่บ่อยครั้ง และเกิดเป็นเวลานาน นอกจากนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับประเทศที่มีแสงออโรราปรากฏด้วย พร้อมแล้วไปชมกันเลยค่ะ

ความถี่ในการเกิดแสงออโรรา

การเกิดของแสงออโรรา สามารถสังเกตในเขตที่มีการปรากฏ ซึ่งสามารถเห็นได้ทุกคืนที่ฟ้าโปร่งในช่วงฤดูหนาว โดยการสังเกตจะมีคำแนะนำดังนี้

  • การเกิดแสงเหนือจะมีขึ้นบ่อยครั้ง ในช่วงเวลา 22.00 น. ถึงเที่ยงคืน
  • แสงจะมีความสว่างที่สุดในช่วง 24 วันซึ่งดวงอาทิตย์จะหันด้าน Active Area มายังโลก
  • การชมแสงออโรราทางซีกโลกเหนือที่เหมาะสมและสวยงาม จะอยู่ในช่วง ตุลาคม กุมภาพันธ์ และ มีนาคม
  • แสงเหนือจะมีการปรากฏขึ้น ในแถบประเทศเมดิเตอร์เรเนียน ก็ต่อเมื่อเกิดจุด Sun Spot หรือลมสุริยะที่แรงมาก ๆ อาจจะเกิดหนึ่งครั้งใน 10 ปี หรือ หนึ่งครั้งต่อปี

สถานที่ที่เกิดแสงเหนือบ่อย ๆ

  • เมือง Andenes ประเทศนอร์เวย์ จะเกิดขึ้นเกือบทุกคืนที่ฟ้าโปร่ง
  • รัฐอลาสกา เมือง Fairbanks จะเกิดแสงเหนือขึ้น 5-10 ครั้งต่อเดือน
  • ประเทศนอร์เวย์ เมือง Oslo 3 คืนต่อหนึ่งเดือน
  • สกอตแลนด์เหนือ จะมีการเกิดขึ้นเดือนละครั้ง
  • พรมแดนสหรัฐ/แคนาดา จะมีการปรากฏของแสง 2-4 ครั้งต่อปี
  • เม็กซิโก และ เมดิเตอร์เรเนียน 10 ปีแสงเหนือจะเกิดขึ้น 1-2
  • ประเทศตอนใต้ ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในหนึ่งศตวรรษ จะปรากฏขึ้นหนึ่งถึงสองครั้ง
  • แถบศูนย์สูตร จะเกิดขึ้น 1 ครั้งในรอบ 2,000 ปี

บริเวณที่เกิดแสงเหนือ
บริเวณที่มั้งจะเกิดแสงเหนือ จะเป็นบริเวณ Oval-shape region (รูปวงรี หรือ รูปไข่) ซึ่งจะอยู่รอบ ๆ ขั้วแม่เหล็กของโลก ในตอนที่เกิดออโรรา วงรีจะเกิดการขยายขึ้นกว่า 4000 หรือ 5000 กิโลเมตร

ซึ่งหากออโรราสงบลงจะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3000 กิโลเมตร ออโรรา โบเรลลีส จะพบเป็นลักษณะเป็นเส้นสายรุ้ง ในบริเวณซีกโลกตะวันตก สำหรับออโรราออลเตรลีส จะสามารถพบเห็นได้จากเกาะทัชมาเนีย และตอนใต้ของนิวซีแลนด์

ประเทศที่ออโรราสวยที่สุด

  • Sweden สามารถรับชมแสงเหนือได้ที่ Abisko National Park ซึ่งเป็น ที่ตั้งของ Aurora Sky Station และที่หนึ่งคือ ทะสาบ Tornetrask Lake ช่วงที่เหมาะสมคือ ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนกันยายน
  • Russia สามารถชมได้อยู่ที่ เมืองมูรมานสก์ (Murmansk) และ เมืองกีรอฟสก์ (Kirovsk) ช่วงที่เหมาะสมคือ ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนกันยายน
  • Iceland สามารถชมได้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ ทั้งใน กรุงเรคจาวิค (Reykjavik) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและอีกที่คือ
  • Thingvellir National Park อุทยานแห่งชาติซิงเควลลีร์ ช่วงเดือนที่แนะนำคือ กลางเดือนเมษายน-ปลายเดือนสิงหาคม
  • Finland จุดที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ Lapland ซึ่งจะมีโรงแรมสำหรับเข้าพักเพื่อรับชมแสงเหนือโดยเฉพาะ ทั้งยังมีห้องพักสไตล์ Igloo ที่ออกแบบมาเป็นกระจกใส ทำให้สามารถนอนชมแสงเหนือได้แบบเต็มตาเลย ช่วงเดือนที่แนะนำ มีนาคม-กันยายน
  • Norway สามารถชมได้ที่ เมืองทรอมโซ (Tromso) และ เมือง Andenes นอกจากนี้ยังสามารถ นั่งเรือ Hurtigruten ชมแสงเหนือได้ด้วย ช่วงที่แนะนำคือ ปลายเดือนกันยายน – มีนาคม
  • Greenland สามารถรับได้ที่ Lake Aurora, เมือง Nuuk, Ilulissat Town, Ammassalik และ Kulusuk แนะนำให้ไปช่วง เมษายน-ปลายเดือนกันยายน

ที่มา: ปักหมุด 12 ประเทศ ดูแสงเหนือ ต้องไปให้ได้สักครั้ง! [3]

บทสรุป Aurora Borealis อยู่ที่ไหน

จากเรื่องราวทั้งหมด สรุปคือ วันนี้เราได้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับความเป็นมาของแสงเหนือ พร้อมกับจุดรับชมแสงเหนือ ที่สวยที่สุดซึ่งบอกเลยว่าแต่ที่แจ่ม ๆ ทั้งนั้น

ออโรรามีสีอะไรบ้าง

การเกิดของออโรรา มีระดับความสูงที่ต่างกัน การแผ่รังสีและการแตกตัวก็ต่างกัน ทำให้สีของแสงเหนือออกมาต่างกัน ซึ่งสีที่ดีชัดที่สุดจะเป็นสีเขียว สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง และสีที่หายากที่สุดคือสีส้ม เหลือง และทอง

แนะนำประเทศที่มีแสงออโรรา

สำหรับประเทศที่สามารถ มองเห็นแสงออโรราได้ก็เช่น Sweden, Russia, Iceland, Finland, Norway, Greenland, สก็อตแลนด์, Denmark, Alaska America, Canada และ Australia

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง