Entertainment Complex ใครได้ ใครเสีย เมื่อประโยชน์ไม่เท่ากัน

Entertainment Complex ใครได้ ใครเสีย

รีวิว Entertainment Complex ใครได้ ใครเสีย ที่มันไม่ได้จบลงที่จำนวนเงินลงทุน หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบที่เห็นในพาดหัวข่าว แต่อาจเริ่มที่ว่า เม็ดเงินก้อนใหญ่จะไหลเข้าสู่ใคร และใครต้องรับความเสี่ยงที่ตามมา เพราะเมื่อเกมนี้ขยับ ทุกฝ่ายไม่ได้เท่าเทียมกันบนโต๊ะเจรจาเสมอไป

  • EntertainmentComplex คืออะไร?
  • EntertainmentComplex ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
  • โครงสร้างEntertainmentComplex กับผลประโยชน์ที่ซ้อนอยู่

ทำความรู้จัก Entertainment Complex คืออะไร

Entertainment Complex คือโมเดลศูนย์รวมความบันเทิง ทั้งเศรษฐกิจ&การท่องเที่ยว แบบครบวงจร ที่ถูกออกแบบให้สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนหลายชั้นในพื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ห้าง ร้านอาหาร ศูนย์ประชุม คอนเสิร์ต และในบางประเทศรวมถึงคาสิโนอย่างเป็นระบบ (9 มกราคม 2025) [1]

ตัวอย่างที่ชัดเจนในต่างประเทศ มีดังนี้ 

  • Marina Bay Sands: สิงคโปร์ (เปิดปี 2010) โมเดลที่รายได้ non-gaming มากกว่า 60% ต่อปี
  • City of Dreams: มาเก๊า (เปิดปี 2009) ที่ออกแบบเป็นโซนบันเทิงครบวงจร ที่เชื่อมโรงแรม–โชว์–รีเทล
  • Resorts World Las Vegas: สหรัฐ (เปิดปี 2021) ใช้คอนเซ็ปต์ “โครงการเมืองย่อส่วน” ดึงคนพัก–กิน–ใช้เงินในรัศมีเดียว

โดยจุดสำคัญ ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือการทำให้คนใช้เวลา ใช้เงิน ในรัศมีเดียวให้ได้นานที่สุด เพื่อสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ ให้พื้นที่เติบโตเป็นก้อนใหญ่แบบรวดเร็ว

ภาพรวม EntertainmentComplex ประกอบด้วยชั้นธุรกิจอะไรบ้าง

โดยทั่วไปแล้ว เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ถูกออกแบบให้เป็นระบบนิเวศเศรษฐกิจ ที่รวบหลายธุรกิจไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อให้คนใช้เวลา–ใช้เงินต่อเนื่อง โดยไม่ต้องออกนอกพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วยชั้นธุรกิจสำคัญดังนี้

โรงแรม (Hotel & Hospitality)

  • รายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียม และกลุ่มธุรกิจที่เดินทางมาประชุม
  • ทำให้ผู้ลงทุนควบคุมวัฏจักรการพัก–กิน–ใช้เงินได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา

ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และการช้อปปิ้ง (Retail & Lifestyle)

  • ร้านอาหาร คาเฟ่ แฟล็กชิพสโตร์ รวมถึงแบรนด์ระดับกลาง–บน
  • เป็นเส้นเลือดที่ทำให้คนอยู่นานขึ้น และหมุนเงินข้ามภาคส่วนได้ง่ายขึ้น

ศูนย์ประชุมและจัดงาน MICE (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions)

  • เป็นเครื่องดูดเม็ดเงินใหญ่ที่สุด เพราะดึงองค์กรและงานต่างประเทศเข้ามา
  • รายได้จากค่าจัดงานและทีมงานที่เดินทางมาพักหลายวัน ทำให้ตัวเลขหมุนมหาศาล

โซนความบันเทิง (Entertainment & Shows)

  • คอนเสิร์ต โรงละคร สวนน้ำ สวนสนุก หรือกิจกรรมไลฟ์สไตล์อื่น ๆ
  • ทำหน้าที่เพิ่มปริมาณคนเข้าพื้นที่ และขยายช่วงเวลาการใช้งานตลอดวัน

สถานที่ท่องเที่ยวภายในโครงการ (Attractions)

  • จุดถ่ายรูปแลนด์มาร์ก พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ หรือกิจกรรมเฉพาะทาง
  • ใช้สร้าง “ประสบการณ์เฉพาะจุด” ที่ทำให้โครงการกลายเป็นจุดหมายปลายทาง

พื้นที่สำนักงานและ Co-working Space (Commercial Space)

  • รองรับบริษัทหรือสตาร์ทอัพที่อยากอยู่ในเขตเศรษฐกิจใหม่
  • ช่วยให้โครงการมีคนหมุนเวียนทั้งวัน ไม่ใช่แค่ช่วงท่องเที่ยว

โซนคาสิโน (เฉพาะประเทศที่อนุญาต)

  • ไม่ใช่รายได้หลักเสมอไป แต่มักจะถูกใช้เป็นแม่เหล็กดึงคน เข้ามาทั้งระบบ
  • รายได้ที่เกิดขึ้น จะส่งผลต่อธุรกิจอื่นรอบด้านมากกว่าตัวคาสิโนเอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ ทำไมบางประเทศ ถึงส่งเสริม คาสิโน นั่นเอง
ที่มา: มีอะไรใน Entertainment_Complex? (8 เมษายน 2025) [2]

ทำไม รัฐบาลถึงอยากให้มี EntertainmentComplex ในประเทศไทย

รัฐบาลไทย ที่ต้องการ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” เพราะมองว่าเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ที่จะสามารถทำเงินได้เร็วกว่าโครงการท่องเที่ยวทั่วไป และสามารถดึงเงินลงทุนจากต่างชาติกลับเข้าประเทศจำนวนมาก ในช่วงเวลาไม่นาน 

นอกจากนี้โมเดลนี้ ยังช่วยสร้างภาพว่าประเทศกำลังก้าวสู่ “ฮับความบันเทิงในภูมิภาค” ซึ่งดึงเม็ดเงินท่องเที่ยว ระดับพรีเมียม งานประชุม และกิจกรรมต่างประเทศเข้ามาได้โดยตรง

แต่เหตุผลที่ลึกกว่านั้น คือภาครัฐต้องการเพิ่มฐานภาษีใหม่ ๆ ในยุคที่รายได้ดั้งเดิมเริ่มหดตัว และความสามารถแข่งขันของไทย ในตลาดอาเซียนไม่แรงเหมือนเดิม

เจาะลึก EntertainmentComplex ผลประโยชน์ที่ซ้อนอยู่

Entertainment Complex ใครได้ ใครเสีย

EntertainmentComplex ที่รัฐบาลเพื่อไทยเสนอ อาจไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นแค่พื้นที่รวมความบันเทิง แต่มันจะเป็นดั่งเครื่องจักรของระบบเศรษฐกิจ แบบหลายชั้น ที่ออกแบบให้เงินไหลเวียน จากผู้คนเข้าหาทุนใหญ่ และรัฐอย่างเป็นระบบ (4 มิถุนายน 2025) [3]

โดยเบื้องหลังโครงการทุกแห่ง อาจจะมีเส้นทางผลประโยชน์ ที่ถูกวางล่วงหน้าตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นอำนาจในการพัฒนาที่ดิน การดึงเงินลงทุนจากภายนอก หรือการกำหนดอัตราภาษีที่จะไหลกลับเข้ารัฐ 

ดังนั้นการมองให้ทะลุโครงสร้างนี้ จึงจำเป็น เพื่อเห็นว่าใคร คือผู้ได้–ผู้เสียในเกมเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้แบ่งผลประโยชน์เท่ากันตั้งแต่ต้นนี้

ฝั่งได้ประโยชน์: ใครคือผู้ชนะในกระดาน Entertainment-Complex

สำหรับ ผู้ชนะที่ชัดเจนที่สุด คือ พวกนายทุนใหญ่ ที่ได้สิทธิพัฒนาโครงการ เพราะในหลายประเทศ รายได้จากส่วน non-gaming อาทิเช่น โรงแรม ห้าง และศูนย์ประชุม มักคิดเป็น 60–70% ของรายรับทั้งหมด 

ซึ่งหมายความว่ากำไร ไม่ได้อยู่ที่เกมเสี่ยงโชค แต่อยู่ที่การควบคุมพฤติกรรมใช้เวลาของผู้คนทั้งโครงการ โดยฝั่งรัฐเอง ก็ถือว่าได้ประโยชน์ไม่น้อย เพราะว่า โมเดลEntertainmentComplex สามารถเพิ่มรายได้ภาษีให้พื้นที่ได้ตั้งแต่ 15–30% ขึ้นอยู่กับโครงสร้างภาษี และการท่องเที่ยวของเมืองนั้น ๆ 

โดยส่วนเมืองใหญ่ และธุรกิจที่เชื่อมโยงบริการรอบโครงการ มักเห็นการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่าย และจำนวนคนหมุนเวียนอยู่ที่ประมาณ 10–20% ในปีแรกหลังเปิดตัว ซึ่งทำให้เศรษฐกิจโดยรวมดูเหมือนโตเร็ว ทั้งที่ผลประโยชน์ก้อนใหญ่ ยังคงกระจุกตัวในกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่แทบทั้งหมด

ฝั่งเสียประโยชน์: ต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในหน้าข่าวเปิดตัวโครงการ

ในส่วนของ ต้นทุนที่หนักที่สุด มักตกอยู่กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย ที่ต้องเผชิญผลกระทบด้านค่าครองชีพ ซึ่งงานศึกษาต่างประเทศ พบว่าพื้นที่ใกล้ Entertainment-Complex มีแนวโน้มที่ราคาค่าเช่า และค่าครองชีพเพิ่มขึ้น 10–25% ภายใน 1–3 ปีแรกหลังเปิดโครงการ 

นั่นจึงทำให้ ร้านค้ารายเล็กกว่า 40–60% ไม่สามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ภายในโครงการได้ และในขณะเดียวกัน กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงด้านพฤติกรรม ก็ได้รับผลกระทบชัดเจน 

เพราะประเทศที่มีโมเดลคล้ายกัน พบว่า คนเพียง 5–8% ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงกลับสร้างรายได้ให้พื้นที่ถึง 30–50% ของรายรับจากกิจกรรมเสี่ยงโชคทั้งหมด ซึ่งสะท้อนว่าคนกลุ่มเล็ก แบกรับความเสี่ยงมากกว่าประเทศ หรือเมืองประกาศไว้

ถ้า Entertainment-Complex จะแฟร์ขึ้น ต้องคิดใหม่เรื่องอะไรบ้าง?

ถ้าต้องการให้ Entertainment-Complex กระจายประโยชน์อย่างเป็นธรรมกว่าที่เป็นอยู่ จำเป็นต้องออกแบบกติกาใหม่ ที่ตั้งต้นจากผู้ได้รับผลกระทบจริง ไม่ใช่ตัวเลขบนเอกสารโครงการ ซึ่งสามารถเริ่มได้จากประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

  • แบ่งสัดส่วนรายได้คืนสู่ชุมชนอย่างเป็นระบบ: จัดตั้งกองทุนพัฒนาพื้นที่ โดยกันรายได้ X% ของกำไรหรือภาษี เพื่อใช้ฟื้นฟูสาธารณูปโภค ทุนการศึกษา หรือสวัสดิการผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างความเจริญของโครงการและคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่
  • ควบคุมการเข้าถึงโซนเสี่ยงของกลุ่มเปราะบาง: ใช้ระบบจำกัดอายุ รายได้ หรือค่าธรรมเนียมเข้าแบบสิงคโปร์ เพื่อกันไม่ให้คนรายได้น้อยเสี่ยงเกินตัว ที่อาจรวมถึงระบบตรวจสอบพฤติกรรม และจำกัดจำนวนครั้งต่อเดือนสำหรับผู้มีประวัติเปราะบาง
  • เพิ่มความโปร่งใสในการให้สิทธิพัฒนา และดีลทางเศรษฐกิจ: เปิดเงื่อนไขการประมูล การใช้ที่ดิน และภาษีที่รัฐจะได้รับให้สาธารณะเข้าถึงได้ และลดความคลุมเครือ ที่ว่าผลประโยชน์ตกอยู่ในเครือทุนใดมากกว่าที่ควร
  • ออกแบบมาตรการบรรเทาผลกระทบแก่ธุรกิจท้องถิ่น: กำหนดโควตาพื้นที่สำหรับร้านค้า/ผู้ประกอบการท้องถิ่นในโครงการอย่างน้อย 10–20% ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง ที่แบรนด์ใหญ่ยึดพื้นที่จนผู้เล่นรายเล็กสูญพันธุ์ในเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • ทำให้คนในพื้นที่ “มีสิทธิ์ร่วมตัดสินใจ” ไม่ใช่แค่ผู้รับผลลัพธ์: ควรจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่มีผลผูกพัน และกำหนดให้เสียงของคนในพื้นที่มีน้ำหนักต่อการพิจารณาโครงการ เพราะการพัฒนาที่ไม่รับฟัง จะสร้างความเหลื่อมล้ำในระยะยาว มากกว่าผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ

สรุปEntertainmentComplex ใครได้ ใครเสีย?

Entertainment Complex ใครได้ ใครเสีย

โครงการนี้ อาจเป็นสนามแบ่งผลประโยชน์ของผู้ชนะ และผู้แบกรับต้นทุน อาจถูกวางไว้ตั้งแต่โครงสร้างแรก โดยทุนใหญ่และรัฐได้ตัวเลขก้อนโต ในขณะที่คนในพื้นที่รายได้น้อย และธุรกิจเล็ก ๆ ต้องรับแรงกระแทกจากค่าครองชีพ และผลกระทบเชิงสังคมที่ไม่เคยถูกพาดหัวข่าว

สถานบันเทิงครบวงจร คือการย้ายรายได้จากคนจนไปสู่นายทุนจริงไหม?

คำตอบคือ จริงในระดับโครงสร้าง เพราะรายงานหลายประเทศพบว่าคนเพียง 5–8% ที่เสี่ยงสูงสร้างรายได้ให้โครงการ 30–50% ขณะที่ทุนใหญ่ได้กำไรจากทุกชั้นธุรกิจ ซึ่งคนรายได้น้อยจึงเป็นผู้จ่ายต้นทุน โดยไม่ได้มีโอกาสรับส่วนแบ่ง แบบเดียวกับผู้ลงทุนเลย

ถ้าทุกอย่างถูกดีลไว้ล่วงหน้า คนในพื้นที่ยังมีสิทธิ์กำหนดอนาคตไหม?

คำตอบคือ อาจมี แต่ต้องเริ่มจากกติกาที่ให้เสียงชุมชนมีน้ำหนัก ตัวอย่างเช่น อำนาจยับยั้งผลกระทบบางส่วน หรือการบังคับให้โครงการคืนกำไร X% เข้ากองทุนพื้นที่ ซึ่งถ้ายังไม่มีเสียงร่วมโต๊ะ ประชาชนก็เป็นได้แค่ผู้ชมในเกมที่คนอื่นตั้งเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าแล้ว

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง