
รีวิว sexybaccarat4 เครือข่ายสีเทา กับการฟอกเงินในยุคดิจิทัล
- Spawn
- 91 views

รีวิว sexybaccarat4 ที่ไม่ใช่แค่ชื่อเว็บพนันทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ ในยุคที่เงินก้าวเร็วกว่ากฎหมายจะตามทัน จากคดีล่าสุดที่โยงถึงเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้าน และมีการใช้บริษัทบังหน้า เพื่อกลบเส้นทางธุรกรรม จึงรู้ได้ว่าการฟอกเงินในยุคดิจิทัล ไม่ได้เกิดแค่ในหนัง แต่มันเกิดขึ้นทุกวันในหน้าจอเราเอง
สำหรับ sexybaccarat4 คือหนึ่งในเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ที่ใช้ชื่อคล้ายเว็บชื่อดัง เพื่อสร้างความเชื่อถือในหมู่ผู้เล่น แต่แท้จริงแล้วเป็นระบบที่ไม่มีใบอนุญาตในไทย และมีลักษณะการดำเนินงานผ่านเซิร์ฟเวอร์นอกประเทศ โดยให้บริการเกมบาคาร่า, สล็อต, เกมไลฟ์คาสิโน เป็นหลัก
ซึ่งเปิดให้บริการ ใช้งานได้ควบคู่กับระบบฝาก–ถอนอัตโนมัติ ผ่านวอลเล็ท ซึ่งเป็นช่องทางที่ถูกตรวจพบว่ามีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 600 ล้านบาทต่อปี ตามรายงานของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งโครงสร้างของเว็บนี้ ถูกออกแบบให้คล้ายกับ เว็บถูกกฎหมาย โดยใช้ระบบอัตโนมัติ
และยังมีการจดทะเบียนโดเมน ในรูปแบบบริษัทเอกชนภายในประเทศ แต่เบื้องหลังกลับมีการเชื่อมโยงกับบัญชีม้า และบริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นแฝง ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ในช่วงปี 2024-2025 ที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ เช่น app.789heng และ huayrich (17 ตุลาคม 2025) [1]
สาเหตุหลักที่ทำให้ sexybaccarat4 ถูกจับ คือมีความเชื่อมโยงกับคดีสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งถูกเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เพื่อแลกกับการละเว้นการตรวจสอบเว็บพนันบางแห่ง
โดยมีข้อมูลระบุว่า เว็บsexybaccarat4 เป็นหนึ่งใน 5 เครือข่ายที่มีเงินหมุนเวียนมหาศาล และมีหลักฐานการใช้บริษัทบังหน้า เพื่อซ่อนรายรับจริง ซึ่งตำรวจไซเบอร์, DSI และกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมกันสืบสวนเส้นทางการเงินของเว็บนี้ มานานหลายเดือน
ก่อนที่จะลงมือเข้าจับกุมผู้ต้องหา 8 คน พร้อมบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกว่า 40 บัญชี โดยพบว่ามีการโอนเงินข้ามบัญชี ในลักษณะฟอกเงินอย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ เครือข่ายsexybaccarat4 คือการใช้บริษัทบังหน้า เพื่อให้ธุรกิจดูถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งที่รายได้จริง มาจากการดำเนินกิจการพนันออนไลน์ ซึ่งสามารถซ่อนในระบบบัญชีได้อย่างแนบเนียน ผ่านช่องโหว่ของกฎหมายการเงินไทย ที่ยังไม่รองรับการตรวจสอบเชิงดิจิทัลเต็มรูปแบบ
รูปแบบที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่:
ทั้งหมดนี้ คือจุดอ่อนของระบบกำกับดูแลไทยในยุคดิจิทัล ซึ่งแม้จะมีการร่วมมือระหว่าง DSI และตำรวจไซเบอร์ แต่ช่องโหว่ด้าน “ธุรกรรมผ่านบริษัทจดทะเบียน” ยังคงเปิดทางให้เงินสีเทาไหลผ่านโดยแทบไม่ทิ้งร่องรอย

หากพูดถึงประเด็น “ฟอกเงินยุคดิจิทัล” อาจไม่ได้หมายถึงการซ่อนเงินในกระเป๋า anymore แต่มันคือการใช้ระบบเทคโนโลยี และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำให้เงินผิดกฎหมาย ดูเหมือนเงินปกติ ซึ่งในประเทศไทย มีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นกฎหมายแม่บท
แต่หลังปี 2020 เป็นต้นมา การฟอกเงินเริ่มอาศัยเครื่องมืออย่าง e-wallet, crypto และบริการโอนข้ามประเทศเป็นตัวพรางใหม่ และทำให้เกิดจุดต่างของยุค คือความเร็วของธุรกรรมสูงกว่าความสามารถในการตรวจสอบ (11 สิงหาคม 2025) [2]
โดยสิ่งที่ทำให้ อาชญากรรมทางการเงิน ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดอีกต่อไป แต่ใช้เพียงการสร้างเส้นทางเงินผ่านระบบดิจิทัลที่ตรวจยากแทน
ในปัจจุบัน รูปแบบของการฟอกเงินในยุคดิจิทัล สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ตามแนวทางของ FATF (Financial Action Task Force) และข้อมูลจาก DSI ไทย โดยได้แก่
แม้แต่หน่วยงานอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และ AMLO ก็เริ่มหันมาสร้างระบบ AI ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ (AML/CFT System) ตั้งแต่ปี 2022 เพื่อจับพฤติกรรมแบบอัตโนมัติ แต่ยังต้องพึ่งพาข้อมูลร่วมจากธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการ e-wallet ที่บางครั้งยังมีช่องโหว่เยอะพอควร
ตามกฎหมายไทย ผู้เล่นทั่วไป ที่โอนเงินเข้าเว็บพนัน ถือว่ากระทำผิดฐานเล่นการพนันออนไลน์ ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ไม่ใช่ฐานฟอกเงินโดยตรง
แต่ถ้า บุคคลใดมีส่วนร่วมในการโอน–กระจาย–รับผลประโยชน์ จากเงินในเว็บ จะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (7 มีนาคม 2025) [3]
แต่อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบในคดี เว็บพนันsexybaccarat4 พบว่ามีผู้ต้องหาบางรายใช้บัญชีตัวเองรับโอนจากเว็บ เพื่อกระจายยอดต่อ ซึ่งเข้าข่ายการช่วยฟอกเงินโดยรู้เท่าทัน กลุ่มนี้คือผู้ที่มีความผิดเต็มรูปแบบ ไม่ต่างจากเจ้าของเครือข่าย

ท้ายที่สุด คดีsexybaccarat4 กลายเป็นเครื่องเตือนว่า การปราบเว็บพนันไม่ใช่จุดจบของปัญหา แต่คือการเริ่มเปิดโปงรอยรั่วของ ระบบเศรษฐกิจในเงามืด ที่ยังคงหมุนอยู่ข้างหลัง และตราบใดที่เงินยังเดินเร็วกว่าเอกสารสอบสวน เครือข่ายฟอกเงินก็ยังคงอยู่ในโลกดิจิทัลต่อไปอย่างแนบเนียน
คำตอบคือ เพราะโครงสร้างเว็บเหล่านี้ กระจายเซิร์ฟเวอร์และบริษัทรับเงินข้ามประเทศ การจับจึงทำได้เฉพาะปลายทางในไทยเท่านั้น ระบบยังไม่เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่าง DES, DSI และ AMLO ทำให้เครือข่ายบางส่วนยังทำงานได้อยู่
คำตอบคือ มันสะท้อนว่าประเทศไทย ยังขาดระบบ “Digital Forensic ทางการเงิน” ที่เร็วพอจะไล่ทันเทคโนโลยีฟอกเงิน เครือข่ายแบบนี้จะยังเกิดซ้ำจนกว่ารัฐจะเปลี่ยนจากไล่จับรายเว็บ มาเป็นสกัดเส้นทางธุรกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ

