เจาะลึก THUFLIKE บทเรียนการปิดดอย สกัดการลอบเปิดเว็บพนัน

THUFLIKE

THUFLIKE เป็นอีกหนึ่งเว็บในหน้าข่าว ที่ถือเป็นกรณีศึกษาของการสืบสวน และปิดล้อมกลุ่มเว็บพนันออนไลน์ ที่ตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นช่วงหลังที่จะเห็นข่าว การบุกจับเครือข่ายตามดอยต่าง ๆ บ่อยขึ้น จนทำให้เกิดคำถามว่า ขบวนการลักษณะนี้ซ่อนตัว และขยับตัวอย่างไร 

  • THUFLIKEคือใครในหน้าข่าว?
  • บทเรียนที่สังคมควรรู้จากคดีTHUFLIKE
  • ความเข้มงวดศูนย์ปราบอาชญากรรมออนไลน์

ทำความรู้จัก THUFLIKE คือใครในหน้าข่าว?

สำหรับ THUFLIKE ปรากฏชื่อในหลายคดีปราบเว็บพนันออนไลน์ พร้อมกับ HENG168 ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมักเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เปิดเว็บในเครือ ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกัน ทั้งด้านการยิงแอด การใช้บัญชีม้า และการซ่อนฐานปฏิบัติการในพื้นที่ยากเข้าถึง 

โดยสิ่งที่น่าสนใจ คือรูปแบบการตั้งฐานบนดอย หรือในจังหวัดท่องเที่ยว ทำให้ยากต่อการตรวจสอบและติดตามสัญญาณ ระบบหลังบ้านของกลุ่มเว็บเหล่านี้มีความรวดเร็ว เพราะคนทำงานมักเป็นทีมอายุน้อยที่ใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่เครือข่ายแบบเก่า ๆ ที่ทำแบบเงียบ ๆ เหมือนในยุคก่อน

โดยเทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เว็บผิดกฎหมายก็พยายามปรับตัวเร็วพอ ๆ กับเทคโนโลยี และพอเรากลับมาดูภาพกว้างก็จะเห็นว่านี่ไม่ใช่คดีโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมใต้ดิน ที่เติบโตเร็วมาก โดยบางคดีมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 100–200 ล้านบาทในเวลาไม่ถึงปี (20 พฤศจิกายน 2025) [1]

วิเคราะห์ โมเดลธุรกิจแบบเว็บพนันเงา THUFLIKE สะท้อนอะไร?

สำหรับโมเดลของ THUFLIKE จากหน้าข่าว สามารถทำให้คนทั่วไป มองเห็นได้หลายอย่าง ตัวอย่างเช่น

  • การแบ่งงานเป็นทีมเล็ก ๆ ทำงานไวมากขึ้นถึง 70%
  • ใช้โซเชียลเป็นการตลาดหลัก เพื่อหาผู้เล่นในวงกว้างขึ้นราว 20-30%
  • ระบบฝากถอนอัตโนมัติ ที่เชื่อมต่อบัญชีม้าหลายชั้น
  • ใช้การยิงโฆษณาแบบระยะสั้น เพื่อหนีการตรวจจับ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้กว่า 40%

ซึ่งรูปแบบพวกนี้ ทำให้ขบวนการสามารถเคลื่อนย้าย ทดแทน หรือเปลี่ยนชื่อได้เร็วมาก บางเว็บอยู่ได้เพียง 2–3 เดือนก่อนย้ายฐาน แต่กลับทำยอดผู้ใช้งานได้หลายหมื่นรายในเวลาอันสั้น

เบื้องหลัง วิธีการสืบจับสู่ปฏิบัติการ “ปิดดอย” ล่าเว็บพนันออนไลน์

ปฏิบัติการปิดดอยของตำรวจไซเบอร์ ได้เริ่มขึ้นเพราะพบว่ามีการใช้พื้นที่สูง และหมู่บ้านท่องเที่ยวเป็นจุดตั้งคอลเซ็นเตอร์ การสืบสวนใช้วิธีตามเส้นทางเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เปิดเว็บมักพลาด เพราะต้องใช้บัญชีม้าหลายสิบใบต่อเดือน ทำให้เกิดรอยทางทางการเงินที่โยงหากันได้ 

ทำให้เมื่อรวมเข้ากับข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ และอุปกรณ์ที่เชื่อมเข้าเซิร์ฟเวอร์ ก็สามารถบุกจับได้แบบพร้อมกันหลายจุด ซึ่งเป็นวิธีลดโอกาสที่เครือข่ายจะ “ย้ายทันที” เมื่อรู้ตัว

ถอดบทเรียนที่สังคมควรรู้ จากคดี THUFLIKE

THUFLIKE

สำหรับคดีTHUFLIKE ไม่ได้สะท้อนแค่การลอบเปิดเว็บพนัน แต่ยังสอนเราหลายอย่างเกี่ยวกับ พฤติกรรมของกลุ่มที่แอบดำเนินการบนโลกออนไลน์ การไล่ล่า การปกปิดตัวตน และวิธีเอาตัวรอดแบบที่กฎหมายต้องตามแก้อยู่ตลอดเวลา 

โดยเรามักเห็นคดีแบบนี้ โผล่ขึ้นมาเป็นระยะ เพราะโครงสร้างอาชญากรรมไซเบอร์ พัฒนาตามเทคโนโลยีเร็วมาก การทำความเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้ จึงช่วยให้เรารู้เท่าทันในการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยไม่ต้องสนใจด้านการเล่น หรือการเข้าถึงเว็บพนันเองเลย จากบทเรียนต่อไปนี้

1. วิธีล่อหลอกที่เว็บพนันใช้บ่อย

วิธีที่กลุ่มเว็บเงาใช้มักวนอยู่ในแพทเทิร์นเดิม ๆ เช่น การยิงแอดที่ตั้งใจพุ่งเข้าหากลุ่มเปราะบาง การเปิดเพจสาธารณะแล้วเปลี่ยนชื่อทีหลัง การใช้บัญชีม้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือชั่วคราว หรือการพยายามใช้คำว่า “เครดิตฟรี” เป็นเหยื่อล่อ 

ซึ่งจุดสำคัญคือ กลยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้ซับซ้อน แต่ได้ผลเพราะเล่นกับความอยากรู้ ความอยากลองของผู้ใช้ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงอารมณ์ไหลตามกระแส หรือถูกชักจูงโดยเพื่อนในโลกออนไลน์

2. ทำไม เยาวชนถึงตกเป็นเป้าหมายของเว็บพนันออนไลน์

เยาวชนเป็นกลุ่มที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุด และจากสถิติพบว่าเด็กอายุ 15–21 ปีใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยวันละกว่า 6 ชั่วโมง ทำให้พวกเขาเจอคอนเทนต์เสี่ยงได้ง่ายขึ้น อีกทั้งอัลกอริทึมมักแสดงเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น ความท้าทาย ความเร็ว หรือความง่ายในการเข้าถึง 

ด้วยปัจจัยต่าง ๆ จึงไม่น่าแปลกที่กลุ่มเว็บผิดกฎหมาย จะพุ่งเป้าใส่คนวัยนี้โดยตรง สิ่งที่สังคมต้องมองเห็นคือเด็กจำนวนมากไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปยุ่ง แต่ถูกระบบออนไลน์ดึงเข้าใกล้ความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

3. รูปแบบการปกปิดเส้นทางเงินที่กลุ่มเว็บพนันใช้

โครงสร้างของ เว็บTHUFLIKE ทำให้เห็นว่าเส้นทางเงิน มักถูกออกแบบให้ซับซ้อนกว่าที่คิด ตั้งแต่การแบ่งธุรกรรมออกเป็นยอดเล็ก ๆ การกระจายบัญชีเป็นชั้น ๆ ไปจนถึงการย้ายเงินผ่านกระเป๋าออนไลน์ในต่างประเทศ 

ซึ่งจุดมุ่งหมายคือ “ทำให้ตามได้ยากที่สุด” มากกว่าการซ่อนแบบสมบูรณ์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้น คดีลักษณะนี้จึงไม่ใช่แค่การจับเว็บ แต่เป็นการแกะโครงข่ายที่โยงไปหลายทิศทาง

วิเคราะห์ ความเข้มงวดศูนย์ปราบอาชญากรรมออนไลน์

สำหรับการทำงานของหน่วยปราบอาชญากรรมออนไลน์ ที่เข้มขึ้นมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา จากเดิมที่ตรวจสอบแบบรายเคส ตอนนี้มีระบบตรวจจับอัตโนมัติมากขึ้น เช่น การตรวจพฤติกรรมโฆษณาต้องสงสัย และการแจ้งเตือนจากธนาคารหากพบธุรกรรมผิดปกติ 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้หลายคดีถูกปิดได้เร็วกว่าสมัยก่อนมากกว่า 40% ตามตัวเลขที่ถูกอ้างอิงในรายงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์

มาตรการรัฐ–ตำรวจไซเบอร์ ด้านความคืบหน้าและประสิทธิภาพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นการเคลื่อนไหวที่ชัดขึ้นจากภาครัฐ และตำรวจไซเบอร์ในการสกัดอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งคดีTHUFLIKE เองก็สะท้อนว่าระบบเริ่มเข้มขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก แม้กระนั้น กระบวนการยังต้องพัฒนาอีกไกล เพราะรูปแบบอาชญากรรมปรับตัวเร็วกว่าเสมอ 

ซึ่งเราอาจจะเคยสงสัยว่าตำรวจตามทันได้ยังไง หรือทำงานเป็นขั้นตอนแบบไหน ลองดูไทม์ไลน์สั้น ๆ ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  • ปี 2019: เริ่มตั้ง “ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ” เน้นรับแจ้งเหตุและไล่ตามแก๊งหลอกลวงออนไลน์ (1 พฤศจิกายน 2019) [2]
  • ปี 2021: เพิ่มเครื่องมือสแกนบัญชีต้องสงสัยแบบอัตโนมัติ และเริ่มทดลองระบบเชื่อมข้อมูลระหว่างธนาคาร
  • ปี 2022: มีการออกประกาศให้ธนาคารต้อง “แช่แข็งธุรกรรมต้องสงสัย” ภายในไม่กี่นาทีเมื่อมีสัญญาณเสี่ยง
  • ปี 2023: เปิดใช้งานระบบแจ้งความออนไลน์เต็มรูปแบบ และเริ่มการปฏิบัติการ “ปิดดอย” เพื่อตามรอยเว็บพนันเงา
  • ปี 2024–2025: เน้นเก็บข้อมูลแบบบูรณาการ ทำคดีร่วมกับหลายหน่วยงานและใช้การตรวจสอบเส้นทางเงินเชิงลึกมากขึ้น

ภาพใหญ่ของปัญหาเว็บพนันในไทย THUFLIKE เป็นแค่ส่วนหนึ่งจริงไหม

หากเทียบกับจำนวนเว็บ ที่ตรวจพบในปีล่าสุด ซึ่งมีเกิน 30,000 URLs เราจะเห็นว่า เว็บTHUFLIKE เป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยเครือข่ายที่ถูกปิดลง การที่ปัญหายังวนซ้ำ แปลว่าเราต้องแก้ต้นทาง เช่น ความรู้เท่าทันของคน การจัดการบัญชีม้า และการบังคับใช้กฎหมายที่เร็วกว่าเดิม (24 เมษายน 2025) [3]

บทสรุป THUFLIKE การเป็นบทเรียนที่สำคัญ

THUFLIKE

คดีTHUFLIKE เป็นกระจกสะท้อนสังคมไทยในยุคออนไลน์ ได้อย่างเต็มรูปแบบ เราเห็นทั้งช่องโหว่ ความเสี่ยง และบทเรียนที่ควรรู้เท่าทันมากขึ้น ยิ่งเรามองภาพใหญ่ เราจะเข้าใจว่าไม่มีคดีใดเกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล ทุกอย่างเริ่มจากพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ส่งผลต่อสังคมได้จริง

ทำไม กรณีของ คดีTHUFLIKE ถึงเป็นที่สนใจ?

คำตอบคือ เพราะเชื่อมโยงฐานปฏิบัติการในพื้นที่สูง และสะท้อนรูปแบบการปกปิดใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อเทียบกับฐานปฏิบัติการในอดีต

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราควรระวังที่สุดจากเหตุการณ์นี้คืออะไร?

คำตอบคือ ความไม่รู้เท่าทันโฆษณาออนไลน์ เพราะเป็นช่องทางแรกที่ทุกเครือข่าย ใช้ในการดึงคนเข้าสู่ระบบ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง